เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงรับการถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ ชั้นสูงสุดจากรัฐอิตาลี
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงรับการถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ ชั้นสูงสุดจากรัฐอิตาลี
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
Biz Movement เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
Business BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
World นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
Real Estate ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
Economic เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
World คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
Economic น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
เศรษฐกิจภูมิภาค ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
ดูทั้งหมด

เงินบาทปรับตัวแข็งค่าตามภูมิภาค หลังตัวเลขดุลการค้าไทยเป็นบวก

26 ก.ค. 2566 | 18:59น.
ค่าเงินบาท

ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าตามภูมิภาค หลังตัวเลขดุลการค้าไทยเป็นบวก เกินดุลการค้า 57.7 ล้านดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนรอดูผลประชุมเฟดคืนนี้ และให้น้ำหนักเกือบ 100% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% 

วันที่ 26 กรกฎาคม 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานสภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 26 กรกฎาคม 2566 ว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (26/07) ที่ระดับ 34.49/50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (25/07) ที่ระดับ 34.50/52 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แต่ในระหว่างวันค่าเงินบาทปรับตัวในทิศทางแข็งค่าตามภูมิภาค รวมถึงได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้นักลงทุนรอดูผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ช่วงกลางดึกคืนนี้ และรอฟังถ้อยแถลงของประธานเฟดหลังประชุมว่าจะส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยในอนาคตอย่างไร โดยนักลงทุนให้น้ำหนักเกือบ 100% ในการคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.26-5.50% ในการประชุมคืนนี้ และคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า

แต่อย่างไรก็ตามการคาดการณ์ของนักลงทุนยังขัดแย้งกับความเห็นของสมาชิกเฟดหลาย ๆ ท่านที่สนับสนุนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้ ส่วนตัวเลขที่สำคัญของทางสหรัฐเมื่อคืน ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ค.จาก Conference Board ที่พุ่งขึ้นจาก 110.1 ในเดือน มิ.ย.สู่ 117 ในเดือน ก.ค. ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดในรอบ 2 ปี และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่ระดับ 111.8

โดยดัชนีได้รับแรงหนุนจากตลาดแรงงานสหรัฐที่อยู่ในภาวะตึงตัวอย่างต่อเนื่อง และจากการชะลอตัวลงของอัตราเงินเฟ้อ ในขณะที่ปัจจัยเหล่านี้ช่วยหนุนแนวโน้มที่ดีของเศรษฐกิจในระยะใกล้ อย่างไรก็ดี ผู้บริโภคยังคงกังวลว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอีก 1 ปีข้างหน้า โดยเป็นผลจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างแข็งกร้าวของเฟด

นอกจากนี้เอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ซิลเลอร์ บ่งชี้ว่าราคาบ้านในสหรัฐปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ในเดือน ส.ค. โดยดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือน พ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน แต่เมื่อเทียบรายปี ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐลดลง 0.5% ในเดือน พ.ค.

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นในระหว่างวัน หลังกระทรวงพาณิชย์เผย ภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือน มิ.ย. 66 การส่งออกมีมูลค่า 24,826 ล้านดอลลาร์ หดตัว 6.4% เมื่อเทียบรายปี หดตัวน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะหดตัวที่ -7.3% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 24,768 ล้านดอลลาร์ -10.3% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ในเดือน มิ.ย. 66 ไทยเกินดุลการค้า 57.7 ล้านดอลลาร์

สำหรับปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญต่อการส่งออกของไทยคือการบริโภคสินค้าเกษตรที่สูงขึ้นต่อเนื่องและการเติบโตของการท่องเที่ยว แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยทางการเมืองที่ยังคงไม่แน่นอน ความเคลื่อนไหวทางการเมืองยังเป็นช่วงสุญญากาศที่รอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.23-34.53 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.27/28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (26/7) ที่ระดับ 1.1042/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (25/7) ที่ระดับ 1.1065/67 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงเป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน โดยได้รับแรงกดดันจากการที่ธนาคารกลางยุโรปเปิดเผยผลสำรวจของธนาคารขนาดใหญ่ 158 แห่ง ประจำไตรมาสพบว่า ความต้องการสินเชื่อของบริษัทในยูโรโซนร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสที่แล้ว และอาจจะลดลงอีกในช่วงฤดูร้อนนี้ เนื่องจากธนาคารต่าง ๆ ยังคงคุมเข้มช่องทางการเข้าถึงสินเชื่อ

นอกจากนี้ยูโรยังได้รับแรงกดดันจากรายงานของสถาบัน Ifo ที่ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนีร่วงลงจาก 88.6 ในเดือน มิ.ย. สู่ 87.3 ในเดือน ก.ค.โดยร่วงลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และในสัปดาห์นี้นักลงทุนรอดูผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่จะจัดประชุมในวันที่ 27 ก.ค. โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25%

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1036-1.1079 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1073/76 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (26/7) ที่ระดับ 141.01/02 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (25/7) ที่ระดับ 141.32/33 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ นักลงทุนรอดูผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งจัดการประชุมวันที่ 27-28 ก.ค.

แต่อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมาค่าเงินเยนได้รับแรงกดดันจากการที่นักลงทุนปรับลดการคาดการณ์ที่ว่า บีโอเจจะปรับรายละเอียดในนโยบายควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทน (YCC) ในการประชุมครั้งนี้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 140.25-141.20 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 140.26/27 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่เดือนมิถุนายนของสหรัฐ (EIA) (26/7), ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย (26/7), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (27/7), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2566 (27/7) และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน มิ.ย. (28/7)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.30/-10.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.20/-12.10 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ