ฮั่วเซ่งเฮง อ่านเทรนด์ทองคำ หลังสัปดาห์แรกปี’67 ปรับตัวลดลง

ราคาทองวันนี้
ภาพจาก PIXABAY

ส่องเทรนด์ราคาทองสัปดาห์นี้ ฮั่วเซ่งเฮงประเมินแนวรับที่ 2,030 ดอลลาร์ แนวต้าน 2,060 ดอลลาร์ ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ-จีน แนะจับตาเลือกตั้งไต้หวัน ส่อแววเพิ่มความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์

วันที่ 8 มกราคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มบริษัทฮั่วเซ่งเฮง รายงานสถานการณ์ราคาทองคำในสัปดาห์แรกของปีปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลว่าเฟดจะตรึงดอกเบี้ยสูงยาวนาน หลังการเปิดเผยรายงานการประชุมเฟด การแถลงของประธานเฟดสาขาริชมอนด์ส่งสัญญาณเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแม้เงินเฟ้อชะลอตัวลง และการจ้างงานสหรัฐสูงกว่าตลาดคาด

ขณะที่สัปดาห์นี้มีประเด็นที่สำคัญที่น่าติดตาม คือการเลือกตั้งของไต้หวันในวันที่ 13 ม.ค. ซึ่งอาจจะส่งผลต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์

โดยการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน มีตัวแทนพรรคการเมือง 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือฝั่งของรัฐบาลเดิม ที่จะเสนอรองประธานาธิบดีไล ชิงเต๋อ คนปัจจุบัน จากพรรค DPP กับ โหวโหยวอี้ นายกเทศมนตรีไทเป แห่งพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) รวมถึงเคอเหวินเจ๋อ อดีตนายกเทศมนตรีกรุงไทเป จากพรรค TPP

โดย ณ ขณะนี้ โพลล่าสุดให้รองประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ จากพรรค DPP มีคะแนนความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง บ่งชี้ความเสี่ยงต่อนโยบายแยกประเทศออกจากจีนอย่างเด็ดขาด เนื่องจากรองประธานาธิบดีไล ชิงเต๋อ จากพรรค DPP มีนโยบายที่ชัดเจนที่จะมุ่งสนับสนุนให้ไต้หวันพัฒนาไปสู่การเป็นสังคมประชาธิปไตย

หรือสรุปได้ง่าย ๆ ว่า มีนโยบายแยกประเทศออกจากจีนอย่างเด็ดขาด และจะมีความใกล้ชิดกับสหรัฐมากขึ้น เนื่องจากมีความเห็นว่าไต้หวันพึ่งพาแผ่นดินใหญ่มากเกินไป และควรสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับมหาอำนาจประเทศอื่น ๆ โดยตลอดภายใต้ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของพรรค DPP ไต้หวันได้กระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ทั้งยังสหรัฐได้อนุมัติแพ็กเกจเงินช่วยเหลือทางทหารภายใต้ “โครงการจัดหางบประมาณทางทหารแก่ต่างประเทศ” (Foreign Military Financing : FMF) มูลค่า 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 2,800 ล้านบาท ผ่านโครงการ FMF เป็นครั้งแรก โครงการนี้ที่ทราบกันดีว่าเป็นโครงการที่สหรัฐจะให้กับประเทศที่สหรัฐรับรองการเป็นเอกราชมีอธิปไตย

อีกทั้งประสบวิกฤตที่ร้ายแรงที่สุดในช่องแคบไต้หวันในรอบหลายปี เมื่อประธานสภาผู้แทนราษฎร แนนซี เพโลซี เยือนไต้หวัน ในช่วงเดือน ส.ค. 2565 ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพรรค DPP มีความชัดเจนที่ไม่เห็นด้วยในการที่ให้ไต้หวันรวมกับจีน ขณะที่พรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) พรรคนี้มีนโยบายที่จะคงสถานะที่เป็นอยู่และสนับสนุนการรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ใกล้ชิดกับจีน

อย่างไรก็ตาม ประชาชนในไต้หวันมากกว่า 80% ต่อต้านการรวมประเทศกับจีน แต่ในเวลาเดียวกันไม่มีฝ่ายใดสนับสนุนให้ประกาศเอกราชโดยสมบูรณ์ เนื่องจากการยั่วยุมากเกินไปอาจเสี่ยงต่อการทำสงคราม ซึ่งต้องติดตามผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน

หากพรรค DPP ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ การดำเนินนโยบายต่าง ๆ ก็จะคล้ายกับรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันไม่ต้องการให้ไต้หวันที่จะรวมกับจีน ซึ่งอาจหนุนความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้ จึงนำไปสู่สงครามในวันใดวันหนึ่ง เนื่องจากฝั่งจีนก็มีความต้องการให้ไต้หวันรวมกับจีน

ทั้งนี้เคยมีการคาดการณ์ว่า จีนจะบุกไต้หวันอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยคาดการณ์ว่าจีนอาจจะบุกไต้หวันอย่างเร็วที่สุดในปี ค.ศ. 2025 การคาดการณ์มาจากหน่วยงานข่าวกรองระดับสูงของสหรัฐ ทั้งนี้เมื่อใดที่เกิดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่อแววทวีความรุนแรงมากขึ้น มักจะมีแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

แท่งเทียนเมื่อวันศุกร์มีรูปแบบ Long-legged Doji ราคาปิดใกล้เคียงกับราคาเปิด ซึ่งราคาทองคำเกิดแรงขายอย่างรวดเร็ว ก็มีแรงซื้อกลับเข้ามาอย่างรวดเร็วเช่นกัน แต่ MACD ยังเห็นแรงส่ง (Momentum) น้อยลงเรื่อย ๆ ทั้งนี้คาดว่าราคาทองคำอาจปรับตัวลงระยะสั้น แต่คาดว่าจะมีแรงซื้อกลับเข้ามาเช่นกัน

ส่วนสัปดาห์นี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อทั้งฝั่งสหรัฐและจีน ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ธ.ค. และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ธ.ค. และการเลือกตั้งในไต้หวัน


สำหรับสัปดาห์นี้ประเมิน ราคาทองคำมีแนวรับอยู่ที่ 2,030 ดอลลาร์ และ 2,010 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 2,060 ดอลลาร์ และแนวต้าน 2,078 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองแท่งในประเทศมีแนวรับ 33,400 บาท และ 33,200 บาท ขณะที่มีแนวต้านที่ 33,800 บาท และ 33,900 บาท