เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
ดูทั้งหมด

ลูกหนี้เมินแก้หนี้เรื้อรัง-แบงก์ดีเดย์ 1 เม.ย.

16 มี.ค. 2567 | 14:04น.
ลูกหนี้

แบงก์-น็อนแบงก์ เตรียมพร้อมลุย “มาตรการแก้หนี้เรื้อรัง” ดีเดย์ 1 เม.ย.นี้ “กสิกรไทย” ทยอยร่อนจดหมายถึงลูกค้าเข้าข่าย คาดลูกค้าเข้าโครงการแค่ 10% เหตุเงื่อนไขเข้ม ห้ามเบิกใช้วงเงิน ต้องปิดหนี้จบใน 5 ปี “ทีทีบี-เคทีซี-อิออน” ยันระบบพร้อม เชื่อเกณฑ์ระงับวงเงินชั่วคราวทำคนสนใจน้อย

ดีเดย์ 1 เม.ย.แก้หนี้เรื้อรัง

นายชัยยศ ตันพิสุทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ธนาคารได้เริ่มดำเนินการตามมาตรการแก้หนี้เรื้อรัง (Persistent Debt : PD) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะมีผลบังคับในวันที่ 1 เมษายน 2567 โดยทยอยส่งจดหมายแจ้งเตือนไปยังลูกค้าบัตรกดเงินสดและสินเชื่อส่วนบุคคลแบบหมุนเวียน ที่เข้าข่ายเป็นหนี้เรื้อรัง ทั้งในกลุ่มเริ่มมีปัญหาหนี้เรื้อรัง (general PD) ซึ่งชำระดอกเบี้ยรวมมากกว่าเงินต้นย้อนหลังตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป และกลุ่มที่เป็นหนี้เรื้อรัง (severe PD) ลูกหนี้ที่มีปัญหาหนี้เรื้อรัง ชำระดอกเบี้ยรวมมากกว่าเงินต้นย้อนหลัง 5 ปี คือที่ผ่านมาส่วนใหญ่จ่ายได้เฉพาะดอกเบี้ย

ทั้งนี้ ธนาคารคาดว่าภายในเดือนเมษายน-พฤษภาคม จะเริ่มเห็นลูกค้าเข้ามาติดต่อเพื่อเข้าโครงการแก้หนี้เรื้อรัง หลังธนาคารเปิดเป็นทางเลือกแบบสมัครใจ (Opt-in) เพื่อเปลี่ยนประเภทสินเชื่อบัตรกดเงินสด/สินเชื่อบุคคล เป็นสินเชื่อที่ผ่อนชำระเป็นงวด และปรับอัตราดอกเบี้ยลงเหลือไม่เกิน 15% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 5 ปี เพื่อให้ลูกค้าสามารถปิดจบหนี้ได้

ลูกหนี้เมินเข้าร่วมแค่ 10%

นายชัยยศกล่าวว่า อย่างไรก็ดีจากการสำรวจฐานลูกค้าของธนาคาร พบว่ามีลูกค้าที่เข้าข่ายเป็นหนี้เรื้อรังทั้ง 2 กลุ่มไม่มากนัก โดยคาดว่าจะมีลูกค้าที่ขอเข้าร่วมโครงการแก้หนี้เรื้อรังประมาณ 10% ของลูกหนี้ที่เข้าข่ายทั้งหมด อาจจะไม่สูงมากนักเนื่องจากลูกค้ามีความกังวล ในเงื่อนไข เช่น ห้ามลูกค้าเบิกใช้วงเงิน คือถูกระงับการใช้วงเงินชั่วคราวจนกว่าจะปิดจบหนี้ได้ รวมถึงการปิดจบหนี้ภายใน 5 ปี อาจทำให้ภาระในการผ่อนชำระต่องวดเพิ่มขึ้น เช่น เดิมเคยผ่อน 1,000 บาทต่อเดือน อาจจะเป็น 1,500 บาทต่อเดือน

“เราเริ่มทำจดหมายส่งลูกค้าภายในเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งลูกค้ารายหนึ่งอาจจะได้จดหมาย 2-3 ครั้ง เผื่อจดหมายตกหล่นลูกค้าไม่ได้รับ โดยไม่ได้มีการส่งข้อความ SMS เพราะรายละเอียดค่อนข้างเยอะ และตอนนี้มีเรื่องมิจฉาชีพด้วย และหลังจากนี้เราก็จะทำแบบนี้ตลอดทั้งปี โดยทุก 3 เดือนจะส่งให้ลูกค้า ส่วนลูกค้าจะเข้าโครงการอาจจะต้องรอดูว่ามากน้อยแค่ไหน”

เตรียมพร้อมระบบ

นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ ทีทีบี เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตอนนี้ธนาคารได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของ ธปท. รองรับโครงการแก้หนี้เรื้อรัง ทั้งความพร้อมของระบบ และขั้นตอนการเตือนลูกค้ากลุ่มที่เข้าข่ายกลุ่มหนี้เรื้อรัง ซึ่งจากการประเมินพอร์ตสินเชื่อบุคคล พบว่ามีลูกค้าเข้าข่ายที่ต้องแจ้งเตือนเบื้องต้นราว 2,000-3,000 ราย

“ทีทีบีเพิ่งเข้ามารุกในตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้เรามีลูกหนี้เรื้อรังในพอร์ตไม่เยอะมาก และกรณีที่ลูกหนี้มีปัญหา ธนาคารก็มีโปรแกรมปรับโครงสร้างหนี้ซึ่งล้อตามมาตรการช่วงโควิด-19 ไว้อยู่แล้ว”

นางสาวพิชามน จิตรเป็นธรรม ผู้บริหารสูงสุด สายงานสินเชื่อส่วนบุคคล บริษัท บัตรกรุงไทย หรือเคทีซี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตอนนี้เคทีซีอยู่ระหว่างเตรียมการในเรื่องของระบบการคำนวณอัตราดอกเบี้ย การสื่อสารข้อความ และช่องทางการสื่อสารไปยังลูกค้ากลุ่มที่เข้าข่ายหนี้เรื้อรัง โดยจะกำหนดส่งข้อความหรือการสื่อสารภายในวันที่ 1 เมษายนนี้

ทั้งนี้ จากการสำรวจลูกหนี้ที่เข้าข่ายหนี้เรื้อรัง ทั้งกลุ่ม severe PD และกลุ่ม general PD มีไม่มาก โดยเคทีซีคาดว่าจะมีจำนวนลูกหนี้เข้าร่วมโครงการประมาณ 5% ของจำนวนลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ ถือว่าไม่สูง เนื่องจากเงื่อนไขในการเข้าโครงการเป็นแบบสมัครใจ หากลูกค้าตอบรับเข้าร่วมจะต้องยอมรับเงื่อนไขในการถูกระงับวงเงินชั่วคราวจนกว่าจะสามารถผ่อนชำระหนี้ 60 งวด หรือ 5 ปี จนปิดชำระหนี้ได้ ทำให้ลูกค้าบางกลุ่มที่ต้องการใช้เงินหมุนเวียนไม่ต้องการเข้าร่วม เพราะลูกค้าบางรายชำระเงินคืนและสามารถใช้วงเงินต่อได้

“โดยเงื่อนไขปิดจบหนี้ 5 ปี คิดอัตราดอกเบี้ย 15% ต่อปี จากการประเมินผลกระทบต่อรายได้ดอกเบี้ยที่ปรับลดลง เคทีซีคาดว่าจะอยู่ที่ราว 18 ล้านบาทต่อเดือน ภายใต้ลูกค้าที่เข้าข่ายหนี้เรื้อรังเข้าร่วมโครงการ PD ทุกราย 100% แต่หากลูกค้าเข้าโครงการแค่ 10% ผลกระทบจะอยู่ที่ 1.8 ล้านบาท ซึ่งเราก็ต้องรอดูว่าลูกค้าจะสนใจเข้าโครงการมากน้อยแค่ไหน”

เงื่อนไขเข้มลูกหนี้ไม่สน

ด้านนายนันทวัฒน์ โชติวิจิตร กรรมการบริหาร บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตอนนี้บริษัททำตามขั้นตอนกระบวนการตามที่ ธปท. กำหนดไว้ ทั้งในการส่งข้อความ SMS ติดต่อลูกค้าผ่านทางจดหมาย และมีการบันทึกข้อมูลเพื่อรายงาน ธปท. รวมถึงการปรับระบบการคำนวณอัตราดอกเบี้ยเป็นดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทุกอย่างพร้อมดำเนินการภายในวันที่ 1 เมษายน 2567

“จากการดึงข้อมูลของฝ่ายติดตามทวงหนี้ เบื้องต้นพบว่า ลูกหนี้ที่เข้าข่ายในกลุ่ม general PD ที่ต้องส่งข้อความเตือนลูกค้ามีไม่เยอะมาก เช่นเดียวกับกลุ่มเป็นหนี้เรื้อรัง severe PD คาดว่าลูกหนี้เรื้อรังที่ต้องการเข้าโครงการแปลงสินเชื่อหมุนเวียนเป็นสินเชื่อแบ่งชำระ (Term Loan) ปิดจบหนี้ได้ 5 ปีดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปี น่าจะมีไม่ถึง 1% ส่วนหนึ่งมาจากบริษัทมีการแก้หนี้ต่อเนื่อง และโครงการเป็นการสมัครใจ ทำให้ลูกค้าไม่น่าจะเข้าโครงการมากนัก เพราะเงื่อนไขยังค่อนข้างเข้มในเรื่องของการใช้วงเงินในช่วงอยู่ในโครงการ ดังนั้นจากสัดส่วนลูกค้าที่เข้าโครงการน้อยจึงไม่น่าจะกระทบต่อรายได้ดอกเบี้ยอย่างมีนัยสำคัญ”

SCBX เดินหน้าแก้หนี้ยั่งยืน

นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาร์ดเอกซ์ จำกัด ในกลุ่ม SCBX กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทพร้อมรับแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืนตามแนวนโยบายของ ธปท. ทั้งเรื่องของเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) รวมถึงความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาหนี้เรื้อรัง โดยเริ่มดำเนินการมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีประวัติการชำระหนี้ดี แต่มีความจำเป็นต้องปรับโครงสร้างหนี้ จากผลกระทบด้านเศรษฐกิจที่ผันผวนไม่แน่นอน

อาทิ มาตรการปรับโครงสร้างหนี้ ด้วยการเสนออัตราดอกเบี้ยที่ลดลง และระยะเวลาการผ่อนที่ยาวขึ้น ทำให้ภาระการผ่อนต่อเดือนของลูกค้าลดลง และมาตรการผ่อนชำระเพื่อปิดยอดหนี้ เพื่อตอบสนองนโยบายภาครัฐในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน และให้ความช่วยเหลือลูกค้าโดยไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย เป็นต้น

ธปท.ลุยตรวจระบบแบงก์

นางสาวอรมนต์ จันทพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายคุ้มครองและตรวจสอบบริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภายใต้มาตรการแก้หนี้เรื้อรัง ที่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 เมษายน 2567 โดยกำหนดให้สถาบันการเงินภายใต้กำกับเข้าไปช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบางสามารถปิดจบหนี้ได้ภายใน 5 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปี

โดยจะเริ่มจากกลุ่มสินเชื่อบุคคล และบัตรกดเงิน ซึ่งจ่ายได้เพียงขั้นต่ำ ไม่สามารถปิดจบหนี้ได้ โดยกำหนดเงื่อนไขลูกหนี้ที่เข้าโครงการ กรณีลูกค้าธนาคารพาณิชย์จะต้องมีรายได้ไม่เกิน 2 หมื่นบาทต่อเดือน และลูกค้ากลุ่มน็อนแบงก์ รายได้น้อยกว่า 1 หมื่นบาทต่อเดือน เนื่องจากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า คนไทยที่มีรายได้ไม่เกิน 1 หมื่นบาทมีสัดส่วนประมาณ 70% ของประชากรทั้งหมด จึงเป็นกลุ่มเป้าหมายแรกในการแก้หนี้เรื้อรัง

“การช่วยเหลือลูกหนี้ ธปท.ดำเนินการมาต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงโควิด-19 แต่เน้นในกลุ่มหนี้เสีย แต่ลูกค้าที่ดีแต่ไม่สามารถปิดจบหนี้ได้ยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือ ซึ่งจากการศึกษาในต่างประเทศ พบว่าอังกฤษมีมาตรการที่บังคับเจ้าหนี้มาช่วยเหลือลูกหนี้ ซึ่งสอดคล้องกับไทย จึงเป็นที่มาของมาตรการแก้หนี้เรื้อรัง”

นางสาวอรมนต์กล่าวว่า ภายในเดือนมีนาคมนี้ ธปท.จะเข้าไปตรวจสอบระบบความพร้อมของธนาคารและน็อนแบงก์ เช่น ระบบการตรวจสอบลูกหนี้ที่เข้าข่ายหนี้เรื้อรัง การแจ้งเตือนลูกค้าครบถ้วนหรือไม่ การให้ข้อมูลลูกค้าเพียงพอหรือไม่ พนักงานเพียงพอหรือไม่ เป็นต้น อย่างไรก็ดี จากการพูดคุยกับสถาบันการเงินใหญ่ พบว่ามีความพร้อมแล้ว

ทั้งนี้ หลังจากสถาบันการเงินติดต่อลูกหนี้รายบัญชีเสร็จสิ้นภายในเดือนเมษายนนี้ ในเดือนกรกฎาคมจะมีการรายงานว่ามีลูกค้าขอเข้าโครงการเท่าไร อย่างไรก็ดี ธปท.จะมีการทบทวนเกณฑ์หนี้เรื้อรังทุกปี และปรับให้เหมาะสม เช่น ไม่กำหนดรายได้ หรือไม่จำเป็นต้องจ่ายดอกเบี้ยท่วมเงินต้น 5 ปี อาจจะเหลือแค่ 4 ปี เพื่อให้การแก้หนี้มีประสิทธิภาพและครอบคลุม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ลูกหนี้ แก้หนี้ แบงก์