ตื่นทองแพงแห่เปิดบัญชีพุ่ง ลุ้นอีก 3 เดือน แตะ 45,000 บาท

gold-business

ราคาทองคำปีนี้ทะยานขึ้นอย่างร้อนแรง โดยเฉพาะในเดือน มี.ค.มาจนถึงเดือน เม.ย. อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่ต้นปี 2567 เป็นต้นมา ราคาปรับขึ้นแล้วประมาณ 7,000 บาท ซึ่งราคาที่ปรับขึ้นมาก แถมมองไปข้างหน้า ยังมีโอกาสไปต่อได้อีก ทำให้นักลงทุนให้ความสนใจการลงทุนในทองคำกันมากขึ้น

ทองส่อทะลุ 45,000 บาท

“นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ” ประธานกรรมการฝ่ายบริหาร กลุ่มบริษัทในเครือเอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS) กล่าวว่า ราคาทองคำในระยะกลางไปจนถึงระยะยาวยังเป็นแนวโน้มขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นการเพิ่มขึ้นในระยะยาว

โดยหลังจากที่ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างสูงมาอยู่ที่ระดับ 40,000 บาท ราคาทอง Spot น่าจะมีการแกว่งตัวในกรอบบริเวณนี้สักระยะ ประมาณ 2,340-2,380 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หากหลุด 2,380 เหรียญสหรัฐไปได้ เชื่อว่าจะขึ้นต่อได้อีกไกล

“ปัจจัยการเพิ่มขึ้นของราคาทองคำ มีทั้งเรื่อง De-Dollarization หรือ การลดพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงธนาคารกลางต่าง ๆ เริ่มสะสมทองคำมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศจีน รวมถึงภาวะภูมิรัฐศาสตร์ ที่ยังคงมีสงครามอย่างต่อเนื่อง ส่วนภาวะการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มองว่าเป็นปัจจัยรอง เพราะเฟดอาจจะยืดระยะเวลาการลดดอกเบี้ยออกไป เป็นช่วงหลังเดือน มิ.ย. 2567”

สำหรับกรอบในระยะสั้น มองว่า ทองคำจะแกว่งในกรอบระหว่าง 40,000-41,000 บาท ขณะที่ระยะกลางไปจนถึงระยะยาวเชื่อว่ามีโอกาสที่จะเห็นราคาทองแตะที่ 45,000-50,000 บาท

Advertisment

“ช่วง 3 เดือนหลังจากนี้ มองว่าจะเห็นราคาทองคำ ที่ 45,000 บาทได้ เนื่องจากปัจจุบัน ปรับเพิ่มขึ้นมา 7,000 บาท ในระยะเวลาเพียง 3 เดือนครึ่ง โอกาสที่จะขึ้นต่ออีก 3,000-4,000 น่าจะไม่ยากนัก”

แห่ออมทองออนไลน์พุ่ง

“นพ.กฤชรัตน์” กล่าวว่า ในระยะยาวแนะนำนักลงทุนเข้าซื้อ โดยใช้เงินเย็นและถือครองในระยะยาว โดยหาจังหวะที่ทองย่อลงมาบริเวณแนวรับก็เข้าซื้อได้ แต่ด้วยทองคำที่เป็นขาขึ้น โอกาสที่จะย่อคงไม่มากและไม่นานอาจเด้งกลับไปเพิ่มขึ้น

ขณะที่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์มองว่า น่าจะเป็นช่วงที่คนจะมาซื้อทองมากขึ้น เนื่องจากเป็นวัฒนธรรมของคนไทยที่จะซื้อทองให้กับคนในครอบครัวช่วงกลับบ้านต่างจังหวัด ซึ่งเห็นได้จาก MTS Gold แม่ทองสุก ยังขายดี เนื่องจากมีทองคำแท่งขนาดเล็กขาย

“เทรนด์ช่วงสงกรานต์จึงจะเห็นคนเข้าซื้อทองคำแท่งขนาดเล็ก ขณะที่ทองรูปพรรณมองว่ายอดขายอาจจะตก ประมาณ 10% จากปีที่ผ่านมา เนื่องจากราคาทองคำที่อยู่ในระดับสูง แต่ที่ทองคำแท่งจะขายได้ดี เนื่องจากคนที่ซื้อมองว่าจะสามารถนำไปสะสมได้ในการออมระยะยาว

Advertisment

ทั้งนี้ สถานการณ์คนเข้าซื้อทองคำยังมีเพิ่มมากยิ่งขึ้น ประชาชนยังคงมีลักษณะการเข้าซื้อและขายสลับกัน แต่มีแรงซื้อมากกว่าแรงขาย ในส่วนของทองคำตู้แดง ประชาชนหันมาซื้อเป็นทองคำแท่งขนาดเล็กมากขึ้น ในขณะที่ทองรูปพรรณขายได้ยากขึ้น

เนื่องจากราคาทองคำที่สูงและต้องบวกกับค่ากำเหน็จด้วย นอกจากนี้ ยังพบว่าประชาชนที่ไม่มีกำลังซื้อหรืออยู่ในระดับล่าง หันมาซื้อแบบการออมทองออนไลน์มากยิ่งขึ้น เนื่องจากใช้เงินในการออมเริ่มต้นตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป

“พนักงานหรือคนทั่วไปที่มีต้นทุนน้อย จึงเริ่มหันมาออมทองคำกันมากขึ้น อย่างน้อยอาทิตย์ละ 100-200 บาท และเห็นคนสนใจออมมากขึ้น ตั้งแต่ช่วงเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาไม่ต่ำกว่า 10%”

นักลงทุนหน้าใหม่เข้ามาต่อเนื่อง

ด้าน “ธนรัชต์ พสวงศ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทฮั่วเซ่งเฮง กล่าวว่า ในภาวะที่ราคาทองปรับตัวขึ้นค่อนข้างมากนี้ ทำให้เห็นนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามาซื้อทองคำกันมากขึ้น เพราะพอราคาทองปรับขึ้นถึงจุดที่คนเริ่มรู้สึกว่า ลงทุนแล้วจะได้รับผลตอบแทนที่ดีในเวลาที่ไม่นาน ก็จะมีจำนวนนักลงทุนหน้าใหม่ที่เข้ามาสนใจลงทุนทองมากขึ้นเป็นธรรมดา

เตือนทองแพงรอจังหวะเข้าซื้อ

ขณะที่ “ฐิภา นววัฒนทรัพย์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) กล่าวว่า ราคาทองคำภาพใหญ่ยังมองว่าเป็นเทรนด์ขาขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าประเทศจีนและรัสเซีย ยังคงสะสมทองคำมาอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยความขัดแย้งระหว่างประเทศ

รวมถึงเศรษฐกิจสหรัฐที่มีหนี้สาธารณะสูง และทองคำในโลกมีค่อนข้างจำกัด 1 ปี มีประมาณ 4,000 ตันเท่านั้น จึงมองว่าโดยรวมยังมีปัจจัยบวกกับราคาทองคำ แต่ในแง่ของการลงทุนต้องเริ่มระมัดระวังในการเข้าซื้อ เนื่องจากราคาทองคำที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงในปัจจุบันโอกาสที่จะมีการปรับตัวลดลงยังมีอยู่

“ถ้านักลงทุนที่รอจังหวะซื้อ ไม่แนะนำให้ซื้อตามในช่วงนี้ แนะนำรอการปรับตัวลดลงของราคาทองคำก่อน จุดที่ย่อตัว มองว่าแนวรับที่ 2,300 เหรียญ หรือ ลดลงประมาณ 500 บาทจากราคาปัจจุบัน ก็เข้าซื้อได้”

“ฐิภา” กล่าวว่า ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน ทองคำเป็นขาขึ้นมาโดยตลอด จึงเห็นนักลงทุนหันมาสนใจการลงทุนในทองคำมากขึ้น โดยจะมีกลุ่มที่มีทองคำอยู่แล้ว นำออกมาขายทำกำไร กับกลุ่มที่มองว่าเป็นการซื้อเพื่อการสะสม และนักลงทุนที่เข้ามาทำกำไรระยะสั้น

“เทรนด์การซื้อทองคำ นับตั้งแต่ราคาทองคำปรับตัวเป็นขาขึ้น ก็มีประชาชนเข้ามาซื้อตลอด ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดย YLG ทำช่องทางออนไลน์มามากกว่า 10 ปี แต่จะเห็นกระแสที่โดดเด่นขึ้น ช่วงตั้งแต่สถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้นักลงทุนตื่นตัว และเข้ามาซื้อขายโดยที่ไม่ต้องไปซื้อหน้าร้าน”