คลังเเนะประชาชนใช้เงินกระเป๋า 2 พร้อมรับลูก “ชิมช้อปใช้” เฟส 2

ผู้ช่วยรัฐมนตรีคลังแนะผู้ลงทะเบียนใช้เงินกระเป๋า 2 ร่วมกันฟื้นเศรษฐกิจไทย ได้เงินคืน 15% พร้อมดึงร้านค้าชุมชนร่วมโครงการ “ชิมช้อปใช้ เฟส 2” ร่วมสร้างเศรษฐกิจฐานราก ฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ

นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) พร้อมนางสาววิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง นายยรรยง ลิ้มพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสายงานเครือข่ายธุรกิจขนาดเล็กเเละรายย่อย ธนาคารกรุงไทย นางรุจิรัศมิ์ ฉัตรเฉลิมกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวเเห่งประเทศไทย หรือททท. เดินทางไปยังตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการ ร้านค้ารายย่อย ที่เข้าร่วมโครงการชิมช้อปใช้ รับฟังปัญหาเเละรณรงค์ร้านค้าสมัครร่วมโครงการเพิ่ม

หลังจากรองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ สั่งการให้กระทรวงการคลัง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ทั้ง ธ.ก.ส. ออมสิน ร่วมกับขับเศรษฐกิจไตรมาส 4 ช่วงปลายปี

ซึ่งในขณะนี้ประชาชนใช้จ่ายเงินผ่านแอ็ป “เป๋าตัง” ได้คล่องเเละเข้าใจระบบมากขึ้น ขณะที่ร้านค้ารับชำระเงินได้สะดวกมากขึ้น ไม่ต้องทอน และมียอดขายเพิ่มขึ้นในแหล่งท่องเที่ยว ตลาดนัดสำคัญในจังหวัดรอบปริมณฑล ซึ่งการใช้จ่ายส่วนใหญ่ยังเน้นใช้เงินในกระเป๋า 1 เห็นได้จากการใช้เงิน “ชิมช้อปใช้” สัปดาห์แรกเริ่มต้นใช้จ่าย 1.3 ล้านคน ยอดสะพัดกว่า 1.1 พันล้านบาท

กระทรวงการคลังจึงต้องการรณรงค์ให้ร้านค้ารายย่อยทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ทุกตลาดทั่วประเทศ สมัครเข้าร่วมโครงการให้มากขึ้น พื้นที่ไหนยังไม่เข้าใจว่าเข้าร่วมอย่างไร ให้สอบถามเจ้าหน้าที่ของธนาคารกรุงไทยได้ทุกสาขา และจะให้ธนาคารกรุงไทยส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เปิดให้ร้านค้ารายย่อยสมัครเข้าร่วมโครงการให้ทั่วถึงมากขึ้น

นอกจากนี้ อยากประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนเติมเงินเข้าไปในแอ็ป “เป๋าตัง กระเป๋า 2” เพื่อใช้จ่ายผ่านร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกว่า 170,000 ร้านค้าทั่วทั้งประเทศ ได้ถึงสิ้นเดือน พ.ย. 62 อีกทั้งยังได้รับส่วนลดในการจับจ่ายใช้สอยสูงถึง 15 เปอร์เซ็นต์ เพื่อรับเงินคืน “เป๋าตัง” สูงสุด 4,500 บาท หากเติมเงินเข้าบัญชี 30,000 บาท

กระทรวงการคลังยังเตรียมพร้อมขยายโครงการ “ชิมช้อปใช้” เฟส 2 ให้ครอบคลุมไปยังเศรษฐกิจชุมชนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเฟสแรก ธ.กรุงไทยเน้นลูกค้าเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1.7 แสนราย หากลูกค้าของ ธ.ออมสิน และ ธ.ก.ส. เข้ามาร่วมโครงการเพิ่มเติม จะมีเครือข่ายร้านค้าเพิ่มอีกกว่าแสนราย เพื่อให้มีส่วนร่วมเเละเชื่อมโยงกับเครือข่ายโครงการประชารัฐสร้างไทย

สำหรับโครงการชิมช้อปใช้ เฟส 2 เตรียมให้ ธ.กรุงไทยปรับระบบเวลาในการลงทะเบียน เพราะการลงทะเบียนเดิม ประชาชนต้องตื่นมาลงทะเบียนเวลาตี 1-ตี 3 ยอมรับว่าทำให้ผู้สนใจลงทะเบียนลำบากต้องนอนดึก รัฐบาลจึงเห็นใจอย่างมาก และต้องการศึกษาแนวทางเพิ่มเติมอีกหลายด้าน

รวมทั้งการเชื่อมโยงมาตรการ “100 เดียวเที่ยวทั่วไทย” เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก เพื่อเปิดโอกาสให้คนเข้ามาลงทะเบียนเพิ่มมากขึ้นจากเดิม กำหนดไว้ 10 ล้านคน จะเกิดแรงขับเคลื่อนได้อีกมาก จึงต้องส่งคณะทำงานลงพื้นที่ ทั้ง “หมอคลัง” และคณะทำงานชุดต่างๆ ส่งเสริมให้ชุมชนเข้มแข็งรองรับปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

“กระทรวงการคลังต้องการให้ คณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัด (คบจ.) เป็นกำลังหลักขับเคลื่อนให้มากขึ้น ต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจในรูปแบบก้าวหน้า และจัดทำเป็นพื้นที่ทุกภาค ทุกจังหวัด”

นางสาววิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าว่า ตั้งแต่วันแรกเริ่มใช้จ่ายมีประชาชนใช้จ่าย 1.024 ล้านคน วงเงินใช้จ่าย 1.143 พันล้านบาท แบ่งเป็นกระเป๋า 1 ยอดเงิน 1,130 ล้านบาท กระเป๋า 2 ยอดเงิน 13 ล้านบาท โดยจังหวัดสมุทรปราการมียอดใช้จ่ายอันดับ 3 ของประเทศ

หลังจากได้เปิดให้ประชาชนอีก 2 แสนราย ลงทะเบียนเมื่อเช้าที่ผ่านมา ปรากฎว่ายอดเต็มอย่างรวดเร็ว ขอให้รอ SMS ส่งเข้ามาในระบบภายใน 3 วันทำการ และยังสามารถตรวจสอบได้จาก www.ชิมช้อปใช้.com. หลังจากนี้คาดการณ์ว่าจะมีชาวบ้านต้องลงทะเบียนเก็บตกเฉลี่ย 1 แสนคนต่อวัน

นอกจากนี้ ธนาคารกรุงไทยเปิดทำการสาขาจำนวน 429 สาขาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ จัดให้มีรถเคลื่อนที่เข้าไปในชุมชนเพื่ออำนวยความสะดวกในการยืนยันตัวตนสำหรับการติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แก่ประชาชนด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : กรมบัญชีกลาง โทร 02 2706400 กด 7
App “เป๋าตัง” ติดต่อธนาคารกรุงไทย โทร 02 1111144
ข้อมูลเที่ยวชิมช้อปใช้ติดต่อการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โทร 1672

Previous articleผู้ว่าธปท. ประกาศเตรียมคลายกฎ”เงินไหลออก”ก่อนสิ้นปี เปิดทางธุรกิจไทยขนเงินออกแก้ปม”บาทแข็ง”
Next articleช้อปต่อเลย! เทสโก้ฯ แจกส่วนลด 120 บาท ทั้งลูกค้าทั่วไปและ “ชิม ชอป ใช้”