เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กิต Three Man Down แฉ 8 จุดเสี่ยงผับ-คอนเสิร์ตไทยอันตราย หวังเกิดการเปลี่ยนแปลง
News กิต Three Man Down แฉ 8 จุดเสี่ยงผับ-คอนเสิร์ตไทยอันตราย หวังเกิดการเปลี่ยนแปลง
กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานรางวัล “สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ประจำปี 2568”
Biz Movement กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานรางวัล “สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ประจำปี 2568”
สหรัฐขึ้นแท่นเบอร์ 1 ส่งออกฮีเลียมผลิตชิปไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น หลังสงครามอิหร่าน-จีนบล็อกส่งออก
World สหรัฐขึ้นแท่นเบอร์ 1 ส่งออกฮีเลียมผลิตชิปไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น หลังสงครามอิหร่าน-จีนบล็อกส่งออก
รัฐบาล พร้อมฟ้องแพ่งแทนผู้เสียหายเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ถ้าไม่ได้เยียวยา
Politics รัฐบาล พร้อมฟ้องแพ่งแทนผู้เสียหายเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ถ้าไม่ได้เยียวยา
ธปท. แจ้งประชาชนและภาคธุรกิจ หยุดให้บริการระบบบาทเนต วันที่ 16 ต.ค. นี้
Finance ธปท. แจ้งประชาชนและภาคธุรกิจ หยุดให้บริการระบบบาทเนต วันที่ 16 ต.ค. นี้
“พิพัฒน์” จัดทัพลงทุนเมกะโปรเจ็กต์คมนาคม 8.2 แสนล้าน เร่ง 216 โครงการคิกออฟปี’70
Economic “พิพัฒน์” จัดทัพลงทุนเมกะโปรเจ็กต์คมนาคม 8.2 แสนล้าน เร่ง 216 โครงการคิกออฟปี’70
“ฉายแสง แอด.เวนเจอร์” ปล่อยเทรลเลอร์ “HOPE” เตรียมฉาย 9 ก.ย.
Biz Movement “ฉายแสง แอด.เวนเจอร์” ปล่อยเทรลเลอร์ “HOPE” เตรียมฉาย 9 ก.ย.
วรวงศ์ ชี้นโนบาย ‘ข้าวแกง 40 บาท’ ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ แนะเลิกแก้ปัญหาปลายเหตุ
Politics วรวงศ์ ชี้นโนบาย ‘ข้าวแกง 40 บาท’ ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ แนะเลิกแก้ปัญหาปลายเหตุ
เอกนิติ เชื่อมข้อมูล 4 หน่วยงาน ยกระดับสกัดทุนเทา-สแกมเมอร์ข้ามชาติ ยกเคส “สุภาพร พิมพงษ์” สั่ง ก.ล.ต. ปิดช่องโหว่
Finance เอกนิติ เชื่อมข้อมูล 4 หน่วยงาน ยกระดับสกัดทุนเทา-สแกมเมอร์ข้ามชาติ ยกเคส “สุภาพร พิมพงษ์” สั่ง ก.ล.ต. ปิดช่องโหว่
บัญชีกลาง ชี้ระเบียบจัดซื้อจัดจ้างใหม่ คุม “คุณภาพ” ผู้รับเหมาโปรเจ็กต์รัฐ กรณี “อุโมงค์รถไฟฟ้า” รฟม. ต้องพิจารณา
Finance บัญชีกลาง ชี้ระเบียบจัดซื้อจัดจ้างใหม่ คุม “คุณภาพ” ผู้รับเหมาโปรเจ็กต์รัฐ กรณี “อุโมงค์รถไฟฟ้า” รฟม. ต้องพิจารณา
ดูทั้งหมด

“แบงก์ชาติ” จ่อหารือ ก.คลัง ทบทวนกรอบเงินเฟ้อปี’63 คาดชัดเจนภายใน 1 เดือนนี้

10 ต.ค. 2562 | 21:58น.
วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าแบงก์ชาติ

ธปท. จ่อหารือก.คลัง ทบทวนกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปี’63 คาดชัดเจนใน 1 เดือนนี้ ส่วนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า 1.25% สามารถทำได้ หากเศรษฐกิจมีความเสี่ยงตามหลักการ data-dependent

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในงานประชุมนักวิเคราะห์ หรือ Analyst Meeting ครั้งที่ 4/2562 ว่า ขณะนี้ธปท. อยู่ระหว่างการหารือขั้นตอนสุดท้ายร่วมกับกระทรวงการคลัง ในเรื่องของการทบทวนเป้าหมายเงินเฟ้อในปี 2563 คาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 1 เดือนนี้ ก่อนที่จะมีการลงนามร่วมกันและนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงปลายปี 2562 ขณะที่ปัจจุบัน ธปท.และกระทรวงการคลังวางกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อในปี 62 อยู่ที่ 1-4% ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากกรอบเป้าหมายที่ใช้ในปี 61

“เรื่องเงินเฟ้อ เรามีการทบทวนเป็นประจำอยู่แล้ว ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้าง การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ รวมถึงราคาพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป ตอนนี้เรากำลังหารือในขั้นสุดท้ายกับกระทรวงคลัง ก่อนจะลง MOU และเข้า ครม.ในปลายปี รออีก 1 เดือนก็จะเห็นว่าเราจะปรับหรือไม่” นายวิรไท กล่าว

อย่างไรก็ดี ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยอมรับว่าในปีนี้อัตราเงินเฟ้อขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้เดิม และไม่น่าจะเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ 1-4% ได้ จากผลของราคาพลังงานและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ต่ำกว่าคาด ทั้งนี้ ประเมินว่า ณ สิ้นปี 62 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.8% และจะเริ่มเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ระดับ 1% ได้ในปี 63

นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงินธปท. เปิดเผยถึงกรณีที่มีการคาดการณ์ว่า กนง. จะไม่ลดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า 1.25% ว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 1.25 เป็นเพียงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ต่ำที่สุดในอดีต ไม่ได้หมายความว่าจะลดลงต่ำกว่านั้นไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ในอนาคตข้างหน้าเศรษฐกิจยังมีความเสี่ยงอีกมาก หากมีความจำเป็นที่จะปรับอัตราดอกเบี้ยก็สามารถปรับดอกเบี้ยได้ต่ำกว่า 1.25%

“คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ดำเนินการตามนโยบาย หากมีความจำเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า 1.25% ก็สามารถทำได้ตามหลักการ data-dependent ซึ่งชั่งน้ำหนักทั้ง 3 เรื่อง คือ เงินเฟ้อ เศรษฐกิจ และเสถียรภาพระบบการเงิน รวมถึงเรามีเครื่องมือดูแลเสถียรภาพระบบการเงินระหว่างทางอยู่แล้ว” นายเมธี กล่าว

ทั้งนี้ นายนายวิรไท กล่าวเสริมถึงกรณีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ 1.25% ว่าการดูนโยบายการเงินต้องดูบริบทด้วย ธนาคารกลางของประเทศอื่นที่สามารถลดดอกเบี้ยลงได้มาก เพราะในช่วงที่ผ่านมาได้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปสูงก่อนแล้วตามความจำเป็นของเขา ขณะที่อัตราดอกเบี้ยของไทยไม่ได้ปรับขึ้นมากถ้าเทียบกับประเทศอื่น ๆ และหากมาดูเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (yield curve) ของไทยในปัจจุบัน พบว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สั้นกว่า 15 ปี ลดต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 1.50 เสียอีก ฉะนั้น สภาพคล่องในตลาดการเงินของไทยจึงไม่ใช่ปัญหา