เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GULF ทุ่ม 400 ล้าน ซื้อ WAC 100% เสริมทัพโรงไฟฟ้าขยะ 12 โครงการ
Finance GULF ทุ่ม 400 ล้าน ซื้อ WAC 100% เสริมทัพโรงไฟฟ้าขยะ 12 โครงการ
ส.อ.ท. จับมือ กฟผ. ปั้น Local Content รับคลื่นลงทุนพลังงาน ดันผู้ผลิตไทยเข้า Supply Chain
Economic ส.อ.ท. จับมือ กฟผ. ปั้น Local Content รับคลื่นลงทุนพลังงาน ดันผู้ผลิตไทยเข้า Supply Chain
ทิพยประกันภัยโชว์แกร่ง ทริสคงเครดิต AAA สูงสุดต่อเนื่อง 5 ปี
Finance ทิพยประกันภัยโชว์แกร่ง ทริสคงเครดิต AAA สูงสุดต่อเนื่อง 5 ปี
จากถนนข้าวสารสู่ตลาดหุ้น! RBT ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 300 ล้านหุ้น ระดมทุนขยายโรงแรมทั่วไทย
Finance จากถนนข้าวสารสู่ตลาดหุ้น! RBT ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 300 ล้านหุ้น ระดมทุนขยายโรงแรมทั่วไทย
คนไทย 86% ไร้แผนออมเกษียณ KKP เปิด 6 กองทุน ตั้งเป้า AUM 3 หมื่นล้าน ใน 3 ปี
Finance คนไทย 86% ไร้แผนออมเกษียณ KKP เปิด 6 กองทุน ตั้งเป้า AUM 3 หมื่นล้าน ใน 3 ปี
กรุงไทย จับมือ ส.อ.ท. ชูสินเชื่อเอสเอ็มอี 4 แบบ กู้สูงสุด 20 ล้าน-ทำธุรกิจ 1 ปีกู้ได้ 3 ล้าน
Finance กรุงไทย จับมือ ส.อ.ท. ชูสินเชื่อเอสเอ็มอี 4 แบบ กู้สูงสุด 20 ล้าน-ทำธุรกิจ 1 ปีกู้ได้ 3 ล้าน
ราคาทองวันนี้ (2 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,200 บาท
‘สวนสยาม’ ฮึดสู้ กลับมาเปิดอีกครั้ง 19 พ.ย.นี้ อัดโปรบัตรราคา 1,000 บาท เล่นได้ตลอดปี
Business ‘สวนสยาม’ ฮึดสู้ กลับมาเปิดอีกครั้ง 19 พ.ย.นี้ อัดโปรบัตรราคา 1,000 บาท เล่นได้ตลอดปี
สส.พรรคส้ม จี้รัฐบาลเบรกเมียนมาขู่ขัดขวางค้าชายแดน-บีบรีดเงินแรงงานกระทบนายจ้างไทย
Politics สส.พรรคส้ม จี้รัฐบาลเบรกเมียนมาขู่ขัดขวางค้าชายแดน-บีบรีดเงินแรงงานกระทบนายจ้างไทย
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 69% ของโฆษณา ใช้AI ไม่แจ้งเตือนผู้ชม
Tech เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 69% ของโฆษณา ใช้AI ไม่แจ้งเตือนผู้ชม
ดูทั้งหมด

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชู 3 จุดแข็งตลาดหุ้นไทย จูงใจต่างชาติลงทุน

26 ส.ค. 2563 | 14:13น.
นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในงาน Thailand Focus 2020: Resiliency to Move Forward

ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดงาน ‘Thailand Focus 2020’ สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ โชว์จุดแข็งตลาดทุนไทย ดัชนีหุ้นฟื้นตัวเร็ว-ไอพีโอเข้าคิวระดมทุนอีกกว่า 30 บริษัท ชี้ธุรกิจเริ่มปรับตัวได้ท่ามกลางวิกฤต

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวในงานสัมมนา “Thailand Focus 2020: Resiliency to Move Forward” ว่า ผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ได้จำกัดเพียงแค่ปัญหาร้ายแรงต่อสุขภาพ หากแต่ก่อให้เกิดความปั่นป่วนและชะงักงันต่อเศรษฐกิจโลกด้วย การแพร่ไปอย่างรวดเร็วทำให้เกิดความตระหนกในทุกระดับชั้นไม่ว่าจะเป็นประเทศ สังคม หรือครัวเรือน

อย่างไรก็ดี ตลาดหลักทรัพย์ฯ อยากใช้โอกาสนี้เพื่อแสดงว่าตลาดทุนของไทยนั้นมีความแข็งแกร่งและทนทานต่อวิกฤตนี้อย่างไร และบริษัทต่าง ๆ ของไทยได้เปลี่ยนแปลงพัฒนาตนเองเข้าสู่โลกนิวนอร์มอลไปอย่างไรบ้าง

ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ความกังวลเรื่องการระบาดของโควิด-19 และภาวะของเศรษฐกิจโลกทำให้ตลาดทุนปั่นป่วน โดยดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET (SET Index) ร่วงลงอย่างรุนแรงในเดือนมีนาคมและเมษายน อย่างไรก็ตาม ด้วยปัจจัยแห่งความแข็งแกร่งทนทานสามประการของตลาดทุนไทย ทำให้เราสามารถผ่านพ้นช่วงยากลำบากนั้นมาได้ด้วยดี

ปัจจัยแห่งความแข็งแกร่งทนทาน # 1 ดัชนี SET และการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว จากผู้ป่วยโควิดรายแรกที่ยืนยันในประเทศเมื่อวันที่ 31 มกราคม ดัชนี SET ร่วงลงถึง 37% และดีดกลับมาในปลายเดือนมิถุนายน และแตะระดับใกล้กับก่อนวิกฤต ซึ่งจะเห็นได้ว่าดัชนีฟื้นตัวมาสู่ระดับก่อนเกิดปัญหาในเวลาเพียงไม่กี่เดือน

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังผ่อนคลายในธุรกิจต่างๆ ให้กลับมาประกอบการได้เช่นเดิม รวมทั้งอนุมัติให้มีการเดินทางจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศได้อย่างจำกัด ดัชนีของตลาดและอุตสาหกรรมต่างๆ ก็ฟื้นตัวโดยค่อยเป็นค่อยไป การฟื้นตัวที่แข็งแกร่งที่สุดจะอยู่ในภาคผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค และอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหาร ซึ่งตอนนี้อยู่ในระดับที่สูงกว่าก่อนโควิดเสียอีก ภาคอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีดิจิทัล โลจิสติกส์ และบริการสุขภาพ ต่างก็มีศักยภาพสูงในโลกแห่งนิวนอร์มอลนี้

ปัจจัยแห่งความแข็งแกร่งทนทาน #2: โอกาสอันมากมาย ขณะนี้มีโอกาสมากมายในตลาดทุน IPO ใหม่ๆ ที่เคยถูกเลื่อนออกไปในช่วงการระบาดรุนแรงโควิด-19 เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ธุรกิจกำลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติ สำหรับปีนี้แม้ว่าจะมีความชะงักงันอันเนื่องมาจากโรคระบาด แต่ก็มีการระดมทุนในตลาดสูงถึง 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสามารถเทียบเคียงได้กับระดับของหลายปีที่ผ่านมา และตอนนี้ก็ยังมีหลักทรัพย์ถึง 30 ตัวที่กำลังรอเปิดตัวอยู่

ปัจจัยความแข็งแกร่งทนทาน #3 ความกระตือรือร้นในการลงทุนในตลาดตราสารทุน ในขณะที่รัฐบาลออกมาตรการสนับสนุนทางเศรษฐกิจ และประเทศไทยสามารถควบคุมการระบาดได้ บรรดานักลงทุนท้องถิ่นก็กลับมาคึกคัก การเข้ามาซื้อขายในตลาดของนักลงทุนรายย่อยพุ่งขึ้น และฉุดให้มูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ต่อวันในปี 2020  และในช่วงครึ่งแรกของปี  มีบัญชีซื้อขายรายย่อยเปิดใหม่เพิ่มขึ้นถึง 190,000 บัญชี โดยเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วทั้งปีถึง 34%

นายภากร กล่าวอีกว่า โรคระบาดทำให้ธุรกิจทั่วโลกปั่นป่วน บริษัทต่างๆ ต้องคิดหายุทธศาสตร์ใหม่ สร้างฐานรายได้ใหม่ รวมทั้งหาหนทางก้าวต่อไปอย่างมั่นคง ตลาดหลักทรัพย์ฯ ใคร่จะขอชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของบริษัทต่างๆ ในประเทศไทยในยุคนิวนอร์มอลในสองมุมมองด้วยกัน มุมมองแรกก็คือ การปรับตัว ส่วนมุมมองที่สองก็คือ ความยั่งยืน

ข้อแรก “การปรับตัว” สำหรับบริษัทต่างๆ ซึ่งต้องการจะอยู่รอดจากปัญหาที่ท้าทายในอนาคต พวกเขาต้องสามารถที่จะปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อสนองตอบต่อสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากการสำรวจความคิดเห็นของเราที่ทำเมื่อเกิดวิกฤตขึ้น เราเห็นว่าบริษัทของไทยนั้นมีความสามารถในการปรับตัวในสี่ด้านด้วยกัน

  • ด้านแรก การออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ตอนนี้ผลิตภัณฑ์และบริการได้รับการออกแบบใหม่เพื่อให้เหมาะกับยุคนิวนอร์มอล อีคอมเมิร์ซ การวิเคราะห์ข้อมูล การปรับปรุงมาตรฐานสุขอนามัยถูกนำเข้ามาเพื่อให้สินค้าและบริการนั้นถูกส่งไปยังกลุ่มลูกค้าโดยไม่มีข้อกังวลเกี่ยวกับสุขภาพใดๆ
  • ด้านที่ 2 มีกระบวนการปรับตัวเพื่อประกันความต่อเนื่อง, ความเชื่อมโยง และการเข้าถึง บริการทั้งหลายที่มีอยู่
  • ด้านที่ 3 คือ สภาพคล่องของกระแสเงินสด และการกระจายตัวของห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) เพื่อให้มีการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะใน เอสเอ็มอี และ สตาร์ทอัพ ทั้งหลาย การระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ดิจิตอลกำลังจะเป็นไปได้ในอนาคตอันใกล้นี้
  • ด้านที่ 4 การบริหารคน เป็นกลยุทธที่สำคัญสำหรับบริษัทที่จะเคลื่อนไปข้างหน้า เพราะว่าพนักงานเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของบริษัทในโลกนิวนอร์มอล มาตรการช่วยเหลือต่างๆ เพื่อให้เกิดการทำงานที่มีความสุข และปลอดภัยอย่างเช่น แพลตฟอร์มที่ทำให้สามารถทำงานได้ทุกที่ การประชุมออนไลน์ หรือ อื่นๆ เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

ขณะที่ “ความยั่งยืน” พบว่า บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยได้ยอมรับเอาแนวทาง ESG และความยั่งยืนเข้ามาในการดำเนินงานแล้ว เสมือนหนึ่งว่าพวกเขาได้ออกไปต่อยข้ามรุ่นโดยการลงทุนในตลาดต่างๆ ทั่วโลกที่สามารถให้ความยั่งยืนในการลงทุนได้ เป็นเวลาหกปีติดต่อกันแล้ว ที่ประเทศไทยมีบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในดัชนี Dow Jones Sustainability Indices มากที่สุดในบรรดาประเทศอาเซียนด้วยกัน นอกจากนี้บริษัทจดทะเบียนของไทยก็มีคะแนนสูงสุดใน 7 เซ็คเตอร์ของ DJSI

ทั้งนี้ เพื่อที่จะส่งเสริมบริษัทจดทะเบียนของไทยให้รับเอา ESG และความยั่งยืน เข้ามาเป็นกลยุทธการดำเนินงานหลัก ทาง SET ได้ออก Thailand Sustainability Investment Index เพื่อเป็นดัชนีวัดคุณค่าของบริษัทดังกล่าวนั้นว่าผ่านมาตรฐานแห่งความยั่งยืนหรือไม่ และรายชื่อในดัชนีดังกล่าวได้ขยายจาก 51 บริษัทในปี 2016 มาเป็น 98 บริษัทในปี 2019 โดยมีมูลค่าการตลาดถึง 356 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็น 65% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด

นอกจากนี้ เพื่อจะก้าวไปข้างหน้า เราจะกระตุ้นให้บริษัททุกขนาดให้หันมาสนใจ ESG และความยั่งยืนให้มากขึ้น เนื่องจากแนวคิดนี้จะกลายเป็นมาตรฐาน หรือ เกณพ์การวัดสมรรถนะ เพื่อหาสิ่งที่ควรต้องมีเมื่อบริษัททำการระดมทุน เราเชื่อมั่นว่าบริษัทที่มี ESG เป็นแนวทางปฏิบัตินั้นจะทนทานต่อการเปลี่ยนแปลง และหวังว่าจะมีเงินทุนไหลเข้ามายังบริษัทที่มีความยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น

นายภากร กล่าวทิ้งท้ายว่า ความท้าทายใหม่ๆ นั้นเกิดขึ้นทั่วโลกโดยไม่มีคำเตือนเลย เราจะต้องรักษาสมดุลแห่งความกังวลเรื่องสุขภาพ และอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ รวมทั้งการปรับตัวสู่นิวนอร์มอล รวมทั้งเตรียมพร้อมสำหรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยตนเชื่อว่าบริษัทจดทะเบียนของไทยต่างก็พร้อมที่จะสถาปนาตัวเองเพื่อให้เข้มแข็งขึ้นจากเหตุผลที่ตนกล่าวไปแล้ว

“ผมหวังว่าประชาคมโลกจะเห็นถึงโอกาสมากมายในประเทศไทย ท่ามกลางความท้าทายอันหลากหลาย รวมทั้งความแปลกใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งที่สามารถคาดการณ์ได้และคาดการณ์ไม่ได้” นายภากร กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Thailand Focus ภากร ปีตธวัชชัย