เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศูนย์สิริกิติ์ฯ อัดแน่นอิเวนต์ชั้นนำตลอดเดือน พ.ย.
Biz Movement ศูนย์สิริกิติ์ฯ อัดแน่นอิเวนต์ชั้นนำตลอดเดือน พ.ย.
แม่ทัพ AWC ประกาศความร่วมมือ CUBIC ของ น๊อต วิศรุต เตรียมดันคอมมูฯ ไลฟ์สไตล์ครบวงจร
Biz Movement แม่ทัพ AWC ประกาศความร่วมมือ CUBIC ของ น๊อต วิศรุต เตรียมดันคอมมูฯ ไลฟ์สไตล์ครบวงจร
“เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำเกิดจาก demand นายจ้าง
Politics “เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำเกิดจาก demand นายจ้าง
นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
Biz Movement นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
“จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
Politics “จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
Politics นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
News กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
Biz Movement กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
“ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
SD “ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
ดูทั้งหมด

โบรกฯ เตือนโควิดสายพันธุ์เดลต้า กลางเดือน ก.ค.ถึงจุดพีก

02 ก.ค. 2564 | 12:31น.
โควิดไทยถึงจุดพีคกลางเดือน ก.ค.

กางแบบจำลองจุดพีก โควิดสายพันธุ์เดลต้า “อินเดีย VS ไทย” กลางเดือน ก.ค. ทุบสถิติ

วันที่ 2 กรกฏาคม 2564 นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า จากการศึกษาสถิติไวรัสโควิดในประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นต้นกำเนิดสายพันธุ์เดลต้าที่ระบาดหนักอยู่ในประเทศไทยขณะนี้ พบว่าในช่วงที่มีการแพร่ระบาดโควิดสายพันธุ์เดลต้า ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ของอินเดียเกิดขึ้นช่วงประมาณวันที่ 13 มี.ค. 64 จำนวนผู้ติดเชื้อตกประมาณกว่า 24,882 รายต่อวัน และใช้ระยะเวลาที่ทรงตัวต่ำขึ้นไปทำจุดพีกรวมกันประมาณ 55 วัน โดยไปแตะระดับจุดสูงสุดที่ 414,188 ราย เพิ่มขึ้นกว่า 15.65 เท่า

นั่นหมายความว่าการแพร่ระบาดโควิดสายพันธุ์เดลต้าในอินเดียใช้เวลาประมาณเกือบ 2 เดือน กว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจะพีก หลังจากนั้นใช้เวลาประมาณ 51 วัน จากตัวเลขผู้ติดเชื้อที่พีกก็ค่อย ๆ ลดลง ซึ่งส่งผลให้อินเดียผ่านพ้น stage ความกังวลเรื่องโควิดสายพันธุ์เดลต้า และจำนวนผู้ติดเชื้อที่พุ่งขึ้นไปแล้ว

ในขณะที่ถ้ามาลองประเมินการระบาดโควิดสายพันธุ์เดลต้าในประเทศไทย โดยได้ทำแบบจำลองถ้าเกิดการแพร่ระบาดโควิดสายพันธุ์เดลต้าในไทย ซึ่งตอนนั้นเราพบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้าในประเทศไทยครั้งแรกวันที่ 21 พ.ค. 64 ตอนนั้นมีจำนวนผู้ติดเชื้อประมาณ 80 ราย ผ่านมาแล้วประมาณเกือบ 1 เดือน ถ้าอิงสมมุติฐานจากการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้าในอินเดีย เชื่อว่าการแพร่ระบาดโควิดสายพันธุ์เดลต้า

ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้าในประเทศไทยน่าจะไปพีกอีกประมาณ 55 วัน นับจากวันที่ 21 พ.ค. 64 หรือประมาณสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ก.ค. 64 นี้ และหลังจากผ่านจุดพีกไปแล้วคาดว่าอีกประมาณ 50 วัน หรือประมาณกลางเดือน ก.ย. 64 ผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้าในไทยจะค่อย ๆ ลดลง

นอกจากนี้ถ้าอ้างอิงแบบจำลองของ United States University ต่อการระบาดโควิดสายพันธุ์เดลต้าในประเทศไทย มองว่าผู้ติดเชื้อของไทยน่าจะไปทำจุดพีกกลางเดือน ก.ค. 64 ซึ่งเป็นประเด็นที่เราก็อยากให้เกิดขึ้น เพื่อส่งผลให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะค่อย ๆ ลดลง ซึ่งยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม

โดยช่วงนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ผลกระทบที่ตามมาคือรัฐมีการประกาศล็อกดาวน์ 10 จังหวัด ในทางบวกทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อในอนาคตลดลง แต่ทางลบคือฉุดเศรษฐกิจไทย โดยประเมินเบื้องต้นผลกระทบการล็อกดาวน์ จะกระทบประมาณการจีดีพีที่สำนักเศรษฐกิจส่วนใหญ่ทำไว้ โดยคาดอยู่บริเวณ 1.4-2% ซึ่งผลกระทบส่วนใหญ่ยังไม่ได้รวมในประมาณการ จึงมองเป็นดาวน์ไซต์ที่จะเกิดขึ้น

โดยคาดว่าผลกระทบต่อจีดีพี 1 วันเท่ากับ -0.03% หรือมูลค่าประมาณ -3,373 ล้านบาท 7 วันเท่ากับ -0.22% มูลค่าประมาณ -23,612 ล้านบาท และ 30 วันเท่ากับ -1.52% มูลค่าประมาณ -165,287 ล้านบาท

“เราประเมินจีดีพีไตรมาส 2-3 ของปี 2564 มีโอกาสชะลอตัวลงทั้งไตรมาสก่อนหน้าและเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน จากผลการล็อกดาวน์ และจีดีพีทั้งปียังต้องติดตามว่าการล็อกดาวน์จะยืดเยื้อหรือไม่ แต่ปีนี้เห็นชัดตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปี 64 คือ ภาคส่งออกที่เป็นพระเอก โดยมุมมองธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือ มีการปรับเพิ่มคาดการณ์ตัวเลขส่งออกปีนี้จะเติบโต 17%” นายฐกฤตกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โบรกเกอร์ ไวรัสโควิด-19