ETE ยื่นหนังสือ “ปลัดคลัง-กรมบัญชีกลาง” อุทธรณ์คำสั่งเป็น ”ผู้ทิ้งงาน”

บูรพา เทคนิคอลฯ ยื่นหนังสือ “ปลัดคลัง-กรมบัญชีกลาง” ทบทวนคำสั่ง “ผู้ทิ้งงาน” โครงการติดตั้งระบบสายส่งไฟฟ้าที่จังหวัดปัตตานี แจงส่งมอบงานล่าช้า จากเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ทั้งมีปัญหากับชุมชน

วันที่ 11 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่กระทรวงการคลังได้มีคำสั่งให้ บริษัท บูรพา เทคนิคอล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (ETE) เป็น “ผู้ทิ้งงาน” เมื่อ 13 สิงหาคม 2564 เนื่องจากบริษัทบูรพาฯ ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างระบบสายส่ง 115 เควี ช่วงสถานีไฟฟ้าปัตตานี 2-สายบุรี จังหวัดปัตตานี มูลค่า 125 ล้านบาท ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้ตามที่กำหนดไว้ในสัญญา

ส่งผลให้ บริษัท บูรพา เทคนิคอลฯ และกรรมการของบริษัทฯ เป็น “ผู้ทิ้งงาน” อยู่ในระบบจัดซื้อจัดจ้างและพัสดุของภาครัฐ

ล่าสุดเมื่อ 6 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา นายไรวินท์ เลขวรนันท์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูรพา เทคนิคอล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) ได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงการคลัง และอธิบดีกรมบัญชีกลาง โดยระบุว่าการออกคำสั่งของ กฟภ. ให้บริษัทเป็นผู้ทิ้งงาน ที่เสนอไปยังปลัดกระทรวงการคลัง เป็นการออกคำสั่งทางปกครองไม่ชอบด้วยกฎหมาย

และการพิจารณาให้บริษัทเป็นผู้ทิ้งงานนั้นมิได้ปฏิบัติตามขั้นตอนและกระบวนการตามที่กำหนดโดยพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 109 ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 193 เป็นเหตุให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายจากคำสั่งดังกล่าว

ทางบริษัทบูรพาฯจึงใช้สิทธิทางกฎหมาย ขอให้พิจารณาใหม่ ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 54 โดยมีข้อเท็จจริงและเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาทบทวนคำสั่งให้บริษัทบูรพาฯ เป็นผู้ทิ้งงาน และระบุว่า กฟภ. เคยทำหนังสือแจ้งบริษัทบูรพาฯ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2562 ว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะทิ้งงานราชการ


โดยบริษัทชี้แจง ว่าสาเหตุส่งมอบโครงการติดตั้งระบบสายส่ง “ปักเสาพาดสาย” จ.ปัตตานี ล่าช้า-ไม่เป็นไปตามสัญญา สาเหตุเกิดจากความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ รวมทั้งมีปัญหากับชุมชน

นอกจากนี้คำร้องของบริษัทระบุว่า หากจะใช้มาตรการบังคับทางปกครองให้เป็นไปตามคำสั่งว่า บริษัทเป็นผู้ทิ้งงานในทันที จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทเป็นอย่างมาก ทั้งยังจะส่งผลกระทบและก่อให้เกิดความเสียหายต่อ กฟภ. รวมทั้งหน่วยงานของรัฐต่าง ๆ อีกหลายหน่วยงาน เนื่องจากปัจจุบันบริษัทยังคงเป็นผู้รับจ้างงานและอยู่ในระหว่างดำเนินการตามสัญญาในโครงการต่าง ๆ ของหน่วยงานของรัฐ

โดยข้อมูล ณ วันที่ 5 กันยายน 2564 บริษัทยังคงเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานภาครัฐ จำนวน 61 สัญญา ครอบคลุมงานก่อสร้าง งานบริการทางวิศวกรรม และบริหารจัดการ คิดเป็นมูลค่าสัญญารวมกันเป็นเงินจำนวน 1,977,077,570.75 บาท ซึ่งเป็นงานด้านสาธารณะที่จัดทำเพื่ออำนวยประโยชน์แก่ประชาชน

ทั้งนี้ บริษัท บูรพา เทคนิคอล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างสายส่งระบบ 115 เควี ช่วงสถานีไฟฟ้าปัตตานี 2-สถานีไฟฟ้าสายบุรี ปัตตานี กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 วงเงินค่าจ้าง 125 ล้านบาท กำหนดเวลา 720 วัน (สัญญาสิ้นสุดในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2561) ต่อมา กฟภ. ได้ขยายอายุสัญญาให้ผู้ร้อง 120 วัน ตามมติคณะรัฐมนตรี สัญญาจึงสิ้นสุดในวันที่ 15 มิถุนายน 2561

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ