“ไทยประกันชีวิต” ดึงต่างชาติถือหุ้น 49% ก่อน IPO เข้าตลาดหุ้น

คปภ.ไฟเขียว “ไทยประกันชีวิต” เพิ่มสัดส่วนต่างชาติถือหุ้น 49% เตรียมตัวขาย IPO เข้าตลาดหุ้นปีหน้า เปิดทางพาร์ตเนอร์หลักบริษัทประกันสัญชาติญี่ปุ่น “เมจิ ยาสึดะ ไลฟ์ อินชัวรันส์” ถือหุ้นได้เกินกว่า 10% ขณะที่คนในวงการชี้เป็นสัญญาณ “เปิดเสรี” ธุรกิจประกันภัยไทยเนื้อหอม ต่างชาติเล็งใช้เป็นฐานรุก CLMV

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ คปภ.ได้อนุญาตให้ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เพิ่มสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติรวมกันได้ถึง 49% ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด และอนุญาตให้บริษัท เมจิ ยาสึดะ ไลฟ์ อินชัวรันส์ (Meiji Yasuda Life Insurance Company) บริษัทประกันชีวิตสัญชาติญี่ปุ่น ถือหุ้นได้เกินกว่า 10% ซึ่งตนได้ลงนามออกประกาศไปแล้ว

โดยเงื่อนไขบริษัทต้องปรับปรุงการบริหารงาน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ ความสามารถในการแข่งขัน และความมั่นคงทางการเงิน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อบริษัทและธุรกิจประกันชีวิต

รวมทั้งต้องปฏิบัติตามแผนการดำเนินธุรกิจ เช่น แผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยรูปแบบใหม่ แผนการตลาด แผนการรับประกันภัย ระบบการบริหารความเสี่ยง ระบบการตรวจสอบควบคุมภายใน เครือข่ายธุรกิจ และเทคโนโลยี เป็นต้น



นายสมประโชค ปิยะตานนท์ ผู้ช่วยเลขาธิการสายกำกับธุรกิจและการลงทุน คปภ. กล่าวว่า บอร์ด คปภ.มีอำนาจอนุญาตให้ต่างชาติเข้าถือหุ้นในบริษัทประกันภัยในประเทศไทยได้เกิน 25% แต่ไม่เกิน 49% แต่ถ้าถือหุ้นเกิน 49% จะเป็นอำนาจ รมว.คลัง เป็นผู้พิจารณาอนุญาต ซึ่งกรณีไทยประกันชีวิตนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยของทางบริษัทฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหุ้นและร่างหนังสือชี้ชวน (filing) ของไทยประกันชีวิต ที่รายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบว่าสัดส่วนผู้ถือหุ้นก่อนการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ในปี 2565 มีต่างชาติถือหุ้นรวม 24.52% ประกอบด้วย1.Meiji Yasuda Life Insurance Company ถือหุ้นจำนวน 1,590 ล้านหุ้นสัดส่วน 15% และ 2.Her Sing (H.K.) Limited ถือหุ้นจำนวน 1,008 ล้านหุ้น สัดส่วน 9.52%

โดยที่ผ่านมา คปภ.ได้อนุญาตให้ 2 บริษัทประกันภัย มีผู้ถือหุ้นต่างชาติได้ถึง 49% ประกอบด้วย 1.ธนชาตประกันภัย โดยปัจจุบัน Scotia Netherlands Holding B.V. ถือหุ้นสัดส่วน 49%

แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2564 ทาง Scotia Netherlands Holding B.V. ได้ประกาศขายหุ้นออกมา 10% มูลค่า 1,102 ล้านบาท ให้กับธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) ซึ่งธุรกรรมซื้อขายจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้ และ 2.สยามซิตี้ประกันภัย โดยปัจจุบันกลุ่มเอฟดับบลิวดี(FWD Group) ได้เข้าซื้อกิจการ

แหล่งข่าวในวงการธุรกิจประกันภัยกล่าวว่า ตลาดประกันชีวิตและประกันวินาศภัยในประเทศไทยตอนนี้ถือว่ายังน่าสนใจและน่าลงทุนอยู่ เพราะด้วยจำนวนประชากรและการเข้าถึงการประกันภัยยังอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับแผนใช้ไทยเป็นฐานขยายสู่กลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งมีประชากรรวมกันอยู่เกือบ 200 ล้านคน ดังนั้น หากเศรษฐกิจโตและคนมีความมั่งคั่งมากขึ้น จะทำให้ความจำเป็นในการซื้อความคุ้มครองประกันภัยจะสูงขึ้นตามไปด้วย

ปัจจุบันบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทยมีอยู่ 22 บริษัท โดย 10 อันดับแรกมีส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) มากกว่า 90% ซึ่งล้วนมีพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ฉะนั้น บริษัทรายเล็กจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีพาร์ตเนอร์มาช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขัน ทั้งด้านความรู้ เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นและอยู่รอดต่อไปได้ ทาง คปภ.จึงเปิดเพดานการถือหุ้นของต่างชาติ และส่งสัญญาณการเข้าสู่การเปิดเสรีการทำธุรกิจประกันภัยในประเทศไทยมากขึ้นด้วย


“มองง่าย ๆ เหมือนทรูกับดีแทค ควบรวมให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพราะธุรกิจถ้าไม่มีสเกล ทำอะไรก็จะลำบากมาก” แหล่งข่าวกล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ