เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เบื้องหลัง Editor-in-Chief ‘สันติธาร’ ยุทธศาสตร์นำไทยสวมบท ‘ผู้เชื่อมโลก’ เวที IMF-World Bank
Finance เบื้องหลัง Editor-in-Chief ‘สันติธาร’ ยุทธศาสตร์นำไทยสวมบท ‘ผู้เชื่อมโลก’ เวที IMF-World Bank
ก.ล.ต.ปลดล็อกปมหุ้นกู้ผิดนัด เปิดทางผู้แทนลุยต่อ ไม่ต้องรอมติ
Finance ก.ล.ต.ปลดล็อกปมหุ้นกู้ผิดนัด เปิดทางผู้แทนลุยต่อ ไม่ต้องรอมติ
GBS ชู 5 หุ้นอสังหาฯ หลบตลาดผันผวน รับสินเชื่อบ้าน PLUS
Finance GBS ชู 5 หุ้นอสังหาฯ หลบตลาดผันผวน รับสินเชื่อบ้าน PLUS
จับตาผลประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ปลดล็อก เศรษฐกิจ AI ล้านล้านบาท 
Tech จับตาผลประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ปลดล็อก เศรษฐกิจ AI ล้านล้านบาท 
เพื่อไทย หนุน ‘ภูมิใจไทย’ ผ่านศึกซักฟอก ย้ำยึดข้อตกลง ห้ามแตะเก้าอี้ รมต.
Politics เพื่อไทย หนุน ‘ภูมิใจไทย’ ผ่านศึกซักฟอก ย้ำยึดข้อตกลง ห้ามแตะเก้าอี้ รมต.
“ชัชชาติ” ขยายเวลายื่นเยียวยาน้ำท่วมถึง 30 พ.ย. จัดระบบคิวใหม่ ย้ำบ้านพักราชการหมดสิทธิรับเงิน
Economic “ชัชชาติ” ขยายเวลายื่นเยียวยาน้ำท่วมถึง 30 พ.ย. จัดระบบคิวใหม่ ย้ำบ้านพักราชการหมดสิทธิรับเงิน
‘รัฐบาลหนู 2’ อายุงาน 6 เดือน ‘บิ๊กภูมิใจไทย’ ชี้ยังไม่ควรปรับ ครม.
Politics ‘รัฐบาลหนู 2’ อายุงาน 6 เดือน ‘บิ๊กภูมิใจไทย’ ชี้ยังไม่ควรปรับ ครม.
TRUE ถอนลงทุนฟิลิปปินส์ ขายหุ้น 70% หวังสกัดภาระขาดทุน
Finance TRUE ถอนลงทุนฟิลิปปินส์ ขายหุ้น 70% หวังสกัดภาระขาดทุน
จบดราม่า “NENE ROYAL” ในไทย ถอนคำขอชิงจดชื่อ-ตัวแทนเนเน่เข้า Fast Track ลุ้นรับสิทธิ ก.พ. 70 จับตาปมเกาหลีใต้
Economic จบดราม่า “NENE ROYAL” ในไทย ถอนคำขอชิงจดชื่อ-ตัวแทนเนเน่เข้า Fast Track ลุ้นรับสิทธิ ก.พ. 70 จับตาปมเกาหลีใต้
ต่างชาติลงทุนไทยโต 26% ใน 9 เดือน จ้างงานคนไทยเพิ่ม 20%
Economic ต่างชาติลงทุนไทยโต 26% ใน 9 เดือน จ้างงานคนไทยเพิ่ม 20%
ดูทั้งหมด

โฆษก กทม. เผยจ่ายหนี้ให้ BTS 2.3 หมื่นล้าน เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

05 เม.ย. 2567 | 16:52น.
รถไฟฟ้า BTS

โฆษก กทม. เปิดเผยประโยชน์ที่ได้รับ หลังจ่ายหนี้งานระบบไฟฟ้า-เครื่องกล รถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต 2.3 หมื่นล้านให้ BTS แล้ว ชี้ช่วยให้บริการประชาชนได้เต็มที่ ลดข้อพิพาท สร้างอำนาจต่อรองคู่สัญญา และช่วยประหยัดงบประมาณจากดอกเบี้ย

วันที่ 5 เมษายน 2567 จากกรณีที่กรุงเทพมหานครได้มีการชำระหนี้งานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล (E&M) ในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย 2 ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ มูลค่ากว่า 23,312 ล้านบาท นั้น

นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการชำระแก่ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) ตามที่สภากรุงเทพมหานครได้มีมติอนุมัติการรับโอนงานระบบฯ เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567

ต่อมา สภากรุงเทพมหานครได้มีมติอนุมัติข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในวงเงิน 23,488,692,200 บาท

และกรุงเทพมหานครได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการควบคุมการใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม พ.ศ. 2567 สำหรับการรับมอบทรัพย์สินระบบการเดินรถ (ไฟฟ้าและเครื่องกล) โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายส่วนที่ 2 เพื่อความรอบคอบและเหมาะสมในการใช้จ่ายงบประมาณของกรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ นอกจากความรอบคอบและเหมาะสมในการใช้จ่ายงบประมาณของกรุงเทพมหานครแล้ว การใช้จ่ายงบประมาณของกรุงเทพมหานครในครั้งนี้ยังเกิดประโยชน์ต่อกรุงเทพมหานครอีกด้วย ได้แก่

  1. กรุงเทพมหานครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกลอย่างสมบูรณ์ สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างเต็มที่ ป้องกันข้อพิพาทในอนาคต
  2. อำนาจต่อรองในการบริหารจัดการการเดินรถกับคู่สัญญามากขึ้น เนื่องจากเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่เป็นหัวใจสำคัญของการเดินรถ
  3. กรุงเทพมหานครสามารถประหยัดงบประมาณจากดอกเบี้ยในส่วนของค่างานระบบไฟฟ้าและเครื่องกลได้กว่าวันละ 3 ล้านบาท

โฆษกของ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า กรุงเทพมหานครขอยืนยันว่าได้ดำเนินการทุกอย่างด้วยความรอบคอบ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดถือประโยชน์ของกรุงเทพมหานครเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ การชำระหนี้ แหล่งเงินมาจากงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ซึ่งตั้งเป็นรายจ่ายพิเศษจำนวน 23,488,692,200 บาท ตามรายละเอียดเอกสารงบประมาณ โดยจำแนก ดังนี้

งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ

  • สำนักการจราจรและขนส่ง รวม 23,488,692,200 บาท
    • งบประมาณภารกิจประจำพื้นฐาน 23,488,692,200 บาท

ผลผลิตระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ 23,488,692,200 บาท

สำหรับความเคลื่อนไหวต่อจากนี้ มติชน รายงานเมื่อ 4 เมษายน 2567 ระบุว่า นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ในส่วนของหนี้ E&M ถือว่าชำระหมดแล้วไม่มีค้าง และได้รับงานระบบมาเป็นของ กทม.เรียบร้อยแล้ว จากนี้ทาง กทม.จะต้องทำหนังสือรายงานให้กับกระทรวงมหาดไทย และคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบว่า กทม.ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว