บัญชีกลางแจงเกณฑ์การเบิกจ่ายยารักษามะเร็ง

ตามที่กรมบัญชีกลางได้ปรับหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งและค่าโลหิตวิทยา และมีข่าวอ้างว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นการตัดสิทธิข้าราชการในการเบิกจ่ายยารักษามะเร็ง ซึ่งกำหนดให้ยาบางรายการต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อนแล้วนำไปเบิกคืนภายหลัง หรือถ้าเป็นยาใหม่ ไม่สามารถเบิกได้เลย ซึ่งส่งผลกระทบให้ข้าราชการและบุคคลในครอบครัวที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งได้รับความเดือดร้อน

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ขอชี้แจงเกี่ยวกับเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง ว่า

1.ผู้ป่วยเก่าที่เคยได้รับยาในการรักษาโรคมะเร็งที่อยู่ในรายการไม่อนุญาตให้เบิกจ่ายตรง จำนวน 41 รายการ ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว กรมบัญชีกลางได้ออกหลักเกณฑ์ผ่อนคลายให้แล้ว เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2561 ตาม ว 156 ซึ่งผู้ป่วยเก่ายังคงได้รับยาที่อยู่ใน 41 รายการ ในการรักษาได้เช่นเดิมและสามารถใช้สิทธิเบิกจ่ายตรงได้จนสิ้นสุดการรักษา โดยไม่ต้องทดรองจ่ายเงินไปก่อน

2.ผู้ป่วยรายใหม่ที่ไม่เคยได้รับยาในการรักษาโรคมะเร็งทั้ง 41 รายการมาก่อน แต่ผ่านการรักษาตามมาตรฐานมาแล้วไม่ได้ผล หากแพทย์ผู้ทำการรักษาวินิจฉัยว่าจำเป็นต้องใช้ยาใน 41 รายการที่ไม่อนุญาตให้เบิกจ่ายตรง กรมบัญชีกลางจะเร่งปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเบิกจ่าย ให้ผู้ป่วยรายใหม่สามารถเบิกจ่ายตรงยาใน 41 รายการดังกล่าวได้ โดยไม่ต้องทดรองจ่ายเงิน คาดว่าจะประกาศใช้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเบิกจ่ายตรงนี้ได้ภายในเดือนกันยายน 2561

3.ยาใหม่ที่ขึ้นทะเบียนกับ อย. ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป ตามหลักเกณฑ์ข้างต้น ผู้ป่วยเก่าและผู้ป่วยใหม่ไม่มีสิทธิเบิกจ่ายยาในกลุ่มนี้ไม่ว่าจะเบิกจ่ายด้วยระบบจ่ายตรงหรือทดรองจ่ายเงินก็ตาม เนื่องจากยากลุ่มดังกล่าวเป็นยาใหม่มีการใช้ทั้งในและต่างประเทศค่อนข้างน้อย จึงต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิจารณากำหนดขั้นตอน การใช้ยาก่อนถึงจะอนุญาตให้เบิกจ่ายได้ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการติดตามข้อมูลด้านสุขภาพและการประเมินคุณภาพการรักษาพยาบาลให้เกิดความเหมาะสมและความคุ้มค่าในการใช้ยาก่อน จึงจะกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของยาใหม่ ที่จดทะเบียนกับ อย. เพื่อให้สามารถใช้สิทธิเบิกจ่ายได้ต่อไป

Previous articleส่อแววจบเร็ว”AWN-DTN”ไม่เคาะราคาคลื่น1800 เพิ่มเข้าสู่รอบFinal
Next articleจบแล้วประมูลคลื่น 1800 MHz“AWN-DTN” แบ่งคนละไลเซนส์ เงินเข้ารัฐ 25,022 ล้านบาท