น้ำโขงลดผิดธรรมชาติ รอยพระพุทธบาท2พันปีกลางน้ำโผล่ ชาวบ้านเชื่อสัญญาณภัยแล้งขั้นวิกฤต

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม สถานการณ์ภัยแล้ง ระดับน้ำโขงลดขั้นวิกฤต ยังส่งผลกระทบต่อเนื่อง หลังระดับน้ำโขงลดระดับต่อเนื่อง วันละประมาณ 10-20 เซนติเมตร ล่าสุด ระดับน้ำอยู่แค่ประมาณ 1.50 เมตร ห่างจากจุดล้นตลิ่ง กว่า 11 เมตร ถือว่าผันผวนผิดธรรมชาติมากสุดในรอบเกือบ 100 ปี ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อลำน้ำสาขาสายหลัก ลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม และลำน้ำก่ำ ปริมาณน้ำเก็บกักน้อย รวมถึงอ่างเก็บน้ำสำคัญต่างๆ ในพื้นที่ 12 อำเภอ มีปริมาณความจุ แค่ประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ เริ่มส่งผลต่อพื้นที่การเกษตร ข้าวนาปีได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ขาดน้ำเสียหาย หากยังไม่มีฝนตกลงมาในช่วงอีกสัปดาห์ คาดว่าจะได้รับความเสียหายหนัก

ขณะเดียวกันผลกระทบจากระดับน้ำโขงลดระดับต่อเนื่อง ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติหลายจุด ที่เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความผันผวนของระดับน้ำโขง โดยเฉพาะบริเวณวัดบ้านเวินพระบาท ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวศักดิ์สิทธิ์สำคัญ ในช่วงฤดูแล้ง ระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายนทุกปี ประชาชน นักท่องเที่ยวจะได้มีโอกาสได้กราบไหว้ขอพรรอยพระพุทธบาทศักดิ์สิทธิ์กลางน้ำโขง อายุราว 2,000 ปี ที่จารึกบนโขดหินกลางน้ำโขง และเป็นที่เคารพนับถือกันมาแต่โบราณ หลังระดับน้ำโขงลดลง ส่งผลให้รอยพระพุทธบาทศักดิ์สิทธิ์โผล่ขึ้นมาหนึ่งปีมีครั้งเดียว แต่มาปีนี้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ รอยพระพุทธบาทโผล่ช่วงฤดูฝน จากปกติจะจมใต้น้ำโขง และยังสามารถมองเห็นโขดหินที่จารึกรอยพระพุทธบาท ชัดเจนกว่าฤดูแล้ง ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ ระบุว่า ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในรอบเกือบ 100 ปี เชื่อกันว่าเป็นสัญญาณเตือนถึงความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ ที่อาจจะเกิดภัยแล้งขั้นรุนแรง

สำหรับรอยพระพุทธบาทเวินปลาแห่งนี้ จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ มีความสำคัญมากและถูกบันทึกไว้ในหนังสือใบลานตำนานพระอุรังคธาตุ สมัยสร้างพระธาตุพนมรุ่นแรก หรือกว่า 2,500 ปีมาแล้ว โดยได้ระบุไว้ว่า ครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหลังตรัสรู้ เดินทางมาเผยแผ่พระธรรมในชมพูทวีปลุ่มน้ำโขงล่องมาตามลำแม่น้ำโขง ได้มีเหล่าพญานาคใต้เมืองบาดาล และพญาปลาปากคำ ที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาได้แปลงกายนิมนต์พระองค์ลงไปแสดงธรรมใต้บาดาล และก่อนที่พระองค์จะเสด็จขึ้นมาโลกมนุษย์เหล่าพญานาค พญาปลาปากคำได้ร้องขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์แทนพระองค์ไหว้กราบบูชา พระพุทธเจ้าจึงได้ประทับรอยพระบาทไว้บนโขดหินแห่งนี้ คือ รอยพระพุทธบาทเวินปลา จนเป็นที่ปรากฏมาถึงทุกวันนี้ ซึ่งจะสามารถมองเห็นและกราบไหว้ได้ในเฉพาะฤดูแล้ง หลังน้ำโขงลด

ด้านนางหลาย ศรีเพ็ง อายุ 68 ปี ชาวบ้านเวินพระบาท ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เปิดเผยว่า ปีนี้ยอมรับระดับน้ำโขงลดระดับผิดธรรมชาติ จากปกติในช่วงฤดูฝนจะล้นตลิ่ง ที่สำคัญยังพบว่าหลังน้ำโขงลดสามารถมองเห็นรอยพระพุทธบาทศักดิ์สิทธิ์กลางน้ำโขงในช่วงฤดูฝน จากปกติตั้งแต่ตนเกิดมาเกือบ 70 ปี ไม่เคยเห็นโขดหินรอยพระพุทธบาทโผล่ช่วงฤดูฝน มีปีนี้ได้เห็นถือว่าผิดธรรมชาติ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งนี้ จากความเชื่อ ถือเป็นปรากฏการณ์ความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ ที่เป็นสัญญาณเตือนว่าจะเกิดปัญหาภัยแล้งรุนแรง เนื่องจากน้ำจากแหล่งน้ำต่างๆ เริ่มแห้งขอด ส่งผลกระทบ พื้นที่นาชาวบ้าน นาข้าว ที่เพิ่งปักดำเริ่มขาดน้ำ หากไม่มีฝนตกลงมาชาวบ้านจะเดือดร้อนหนัก

 

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

Previous articleสมาคมการค้าพลังงานขยะวอน กกพ. แก้เกณฑ์รับซื้อไฟฟ้าขยะอุตฯ
Next articleเอเชียทีค 2 เข้าข่ายกม.ร่วมทุน อคส.ลากยาวโปรเจ็กต์หรูริมน้ำเจ้าพระยา