เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

ปลัด “ดีอีเอส” ชู Go Cloud First แก้ระเบียบขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล

15 ก.ค. 2566 | 17:53น.
วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ

หลังย้ายจากปลัดกระทรวงยุติธรรมมารับตำแหน่งปลัดคนที่ 4 แห่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เมื่อ 1 พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา “ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ” รับนโยบาย และงาน 4 ด้าน จากเจ้ากระทรวง “ชัยวุฒิ ธนาคมนานุสรณ์” คือ 1.ความมั่นคง ปลอดภัย (safe and secure) ต้องมาก่อน 2.ผลักดันการเข้าถึงบริการดิจิทัลในราคาสมเหตุสมผล 3.ขยายเครือข่ายให้ทั่วถึงลดความเหลื่อมล้ำ และ 4.มีนวัตกรรมใหม่ ๆ

ปลัดกระทรวงดีอีเอสกล่าวว่า ที่ผ่านมาให้น้ำหนักกับการผลักเคลื่อนเรื่อง “ความมั่นคง-ปลอดภัย” จากปัญหามิจฉาชีพออนไลน์ระบาดอย่างหนัก และการทรานส์ฟอร์มภาครัฐสู่รัฐบาลดิจิทัล เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากกรณี safe and secure กระทรวงดีอีเอสได้มีการผลักดันกฎหมายความมั่นคงไซเบอร์ (พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562)

ทำให้มีอำนาจหยุดยั้งธุรกรรมที่อาจเป็นการหลอกลวงประชาชนได้ทันท่วงที จากที่ก่อนหน้านี้ ประชาชนที่โดนหลอกให้โอนเงินต้องไปแจ้งความกับตำรวจก่อนจึงแจ้งมายังธนาคารให้ดำเนินการอายัดบัญชี แต่กฎหมายดังกล่าวทำให้ธนาคารสามารถยับยั้งธุรกรรมได้ภายใน 72 ชม.

งัด พ.ร.บ.ไซเบอร์กำราบมิจฉาชีพ

“กฎหมายระบุให้การระงับธุรกรรมต้องสงสัยเป็นหน้าที่ของธนาคาร หากไม่ทำถือว่าละเมิดหน้าที่ โดยตัวเนื้อกฎหมายกระทรวงดีอีเอส เป็นแม่งานในการกำกับดูแลตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดบาลานซ์ระหว่างธนาคาร ตำรวจ และประชาชน ซึ่งระบบการระงับธุรกรรมของธนาคารยังใช้แบบ manual ซึ่งลูกค้าหรือประชาชนที่ถูกหลอกลวงต้องแจ้งเอง ธนาคารต้นทางจะต้องแจ้งต่อธนาคารที่รับโอนเป็นทอด ๆ กรณีที่มิจฉาชีพวางแผนมาอย่างดีเพียง 1 นาทีก็โอนเงินออกไปได้หลายบัญชีหลายธนาคารจนตามไประงับไม่ทัน”

อย่างไรก็ตาม สมาคมธนาคาร และธนาคารแห่งประเทศไทย กำลังพัฒนาแพลตฟอร์ม รองรับการทำธุรกรรมผ่านธนาคารที่มีความปลอดภัยสูง และป้องกันการหลอกลวงผ่านออนไลน์ ที่เรียกว่า central fraud registry ซึ่งถ้าระดบบดังกล่าวแล้วเสร็จก็จะสามารถตรวจจับธุรกรรมผิดปกติได้ทั้งระบบโดยไม่ต้องแจ้งเป็นทอด ๆ เช่น การโอนเงินต่อเนื่องหลายบัญชี โอนไปในบัญชีเสี่ยง บัญชีม้า เหล่านี้จะถูกตรวจสอบทั้งระบบโดยอัตโนมัติทำให้ยอดการแจ้งความร้องเรียนอาชญากรรมออนไลน์ลดลงได้อีก

จากปัจจุบันสถิติการแจ้งความร้องเรียนอยู่ที่ 600 รายการต่อวัน ลดลงจากวันละ 800 รายการ นับตั้งแต่มีการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงไซเบอร์

เช็กบิลกรณี “ขายของไม่ตรงปก”

และเรื่องร้องเรียนและคดีความเฉลี่ย 600 รายการต่อวัน เป็นการรวมเอาการหลอกลวง 2 แบบไว้ด้วยกัน คือ 1.การหลอกให้โอนเงิน ไม่ว่าจะเป็นการโทร.หลอกลวง ส่งข้อความฝังลิงก์สแกม หรือแฮกโทรศัพท์ และ 2.การขายสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซที่ไม่ตรงปก

“ขายสินค้าไม่ตรงปก สำหรับผมถือเป็นการฉ้อโกงเหมือนกัน เราต้องหาวิธีจัดการเพื่อลดสถิติที่มีลงให้ได้ ซึ่งจากข้อมูลที่มีพบว่าการขายสินค้าบนแพลตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลซ ไม่มีปัญหาอะไรมาก เพราะสามารถติดตามคนขายได้ จากการลงทะเบียน แต่ปัญหามาจากฝั่งโซเชียลคอมเมิร์ซ หรือการซื้อของผ่านโซเชียลมีดียที่บางครั้งไม่สามารถระบุได้ว่าใครขาย”

นอกจากนี้ยังพบว่า มีเครือข่ายโลจิสติกส์ นอกระบบที่ไม่ใช่ธุรกิจขนส่งเจ้าที่เป็นที่รู้จัก เป็นตัวกลางเชื่อมต่อกับผู้ขายสินค้าที่ไม่ตรงปกอีกทอด โดยคนกลุ่มนี้จะรู้จักคนขาย และบางครั้งทำหน้าที่เป็นผู้เซ็นส่งของให้บริษัทขนส่งให้กับผู้ขายของไม่ตรงปกเองด้วยจึงอยู่ในช่วงการติดตาม และร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ว่าจะทำอย่างไรที่จะดึงคนกลุ่มนี้ให้เข้ามาอยู่ในระบบเพื่อเข้าถึงคนขายของเหล่านั้น

“เมื่อเราเห็นคนส่ง คนขาย เมื่อมีการแจ้งความเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าที่เข้าข่ายฉ้อโกงได้ ก็จะตามตัวได้ และส่งผลให้สถิติลดลงได้”

รัฐบาลดิจิทัลต้องเริ่มที่ไมนด์เซต

ศจ.พิเศษวิศิษฏ์กล่าวด้วยว่า อีกภารกิจที่เร่งดำเนินการเต็มที่ คือการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เริ่มก้าวแรกด้วยการให้หน่วยงานราชการลดการใช้กระดาษ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีต่าง ๆ โดยเฉพาะบัตรประชาชนดิจิทัล ThaiD ที่ใช้ฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย เป็นต้น แต่ถ้าจะทำให้ไปได้เร็วขึ้นกว่าที่เป็นอยู่จะต้องเปลี่ยนวิธีคิด และการบริหารจัดการ

“เราอาจต้องเริ่มคิดว่าหน่วยงานราชการ 8,000 แห่งทั่วประเทศ ถ้าทรานส์ฟอร์มไปสู่ดิจิทัลแล้ว จะเก็บข้อมูลที่ไหน จะมีบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญในการดูแลระบบหรือไม่ อย่างท้องถิ่น เทศบาล หรือ อบต. เขาจะเข้าถึงเทคโนโลยีและบุคลากรอย่างไร อย่างที่เราเห็นกันว่าปัจจุบันข้อมูล เว็บไซต์ ภาครัฐใช้อีเมล์ก็คือพนักงาน ข้าราชการใช้อีเมล์ส่วนตัว เพราะไม่ได้มีวิธีคิดเรื่องระบบกลาง ทำให้ข้อมูลหลุดหรือโดนโจมตีได้จากอีเมล์ส่วนตัว ทั้งระบบการจัดการบางเรื่องไม่สนับสนุนให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล”

เช่น การซื้อคอมพิวเตอร์หรือเซิร์ฟเวอร์ ถือเป็นความเสี่ยงมหาศาล หรือการมอบคำสั่งให้หน่วยงานโอนทุกอย่างไปดิจิทัล ไปสร้างเว็บไซต์ ซึ่งต้องนำไปไปฝากไว้อีกทอดทำให้ในแง่ความปลอดภัยอาจไม่พอ เจ้าหน้าที่เข้าไปเปิดใช้อีเมล์ตัวเองพอย้ายไปอีเมล์ไม่ไปด้วยคนมารับงานต่อไม่ได้ เหล่านี้กลายเป็นจุดอ่อนให้คนที่ไม่ดีมายึดเฟซบุ๊กหน่วยงานไป เป็นต้น

“การทำงานโดยการซื้อถ้าไม่มีความเข้มแข็งเพียงพอ ต้นทุนสูงมาก อย่างเรื่องการลดใช้เอกสารในหน่วยงานรัฐ ระบบ e-Document ต้องใช้เงินประมาณ 10 ล้าน ในการสร้างระบบขึ้นมา ยังไม่นับค่าบำรุงรักษา ถ้าไม่ทำรวมกันต่างคนต่างทำ 8,000 หน่วยงาน คิดเป็นต้นทุนเท่าไหร่”

แก้ระบบจัดซื้อจัดจ้าง

นอกจากนี้ เรื่องเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก ซื้อของ ซื้อระบบมาไม่นานก็ล้าสมัยแล้ว ดังนั้นความคิดเรื่องการซื้อของ เป็นปัจจัยแรกที่อาจจะต้องมาคิดว่าเปลี่ยนจากระบบการจัดซื้อจัดจ้าง เป็น “เช่าใช้บริการ” ได้ไหม เพราะแนวคิดของคนที่ให้บริการ ต้องลงทุนสร้างระบบซีเคียวริตี้ และลงทุนอีกหลายอย่างแล้ว

“สมัยก่อน เราต้องซื้อรถราชการเดี๋ยวนี้ราชการไม่ซื้อ ใช้วิธีเช่า เมื่อคำนวณออกมา ถูกกว่าซื้อรถ เพราะมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น การซ่อมรถ การล้างรถ ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐ เป็นระบบที่ต้องใช้เวลาประมาณ 1 ปีในการทำทีโออาร์ ต้องทำประมาณการงบประมาณ ต้องไปทำเรื่องของบประมาณ ทำขอเสร็จเข้ากระบวนการงบประมาณ ใช้เวลาเป็นปี พอทำเสร็จออกมาเข้าไปทำการจัดซื้อจัดจ้างใช้เวลาอีกปี สรุปจะซื้อไอโฟนหรือบางสิ่งบางอย่างที่ตั้งสเป็กไว้ กว่าจะได้ซื้อ 2-3 ปี ขณะที่โลกไอทีเคลื่อนไปเร็วมากแล้ว จึงเท่ากับสูญเสียโอกาส”

ทางกระทรวงดีอีเอสได้เสนอข้อเสนอไปว่าต้องมีคณะกรรมการขึ้นมาเปลี่ยนระบบจาก “ซื้อ” เป็น “เช่า” ซึ่งการตั้งคณะกรรมการเพื่อทำระเบียบการเช่าบริการต่าง ๆ ด้านไอทีสามารถทำได้เลย เพราะระเบียบที่อยู่ในกฎหมายลูกอีกที แต่ต้องคุยกับสำนักงบประมาณอย่างละเอียด

ชู Go Cloud First

การเช่าบริการที่เป็นประโยชน์อย่างมาก คือ การใช้คลาวด์ เพราะถ้าหน่วยงานรัฐ 8,000 แห่ง ต่างคนต่างทำดาต้าเซ็นเตอร์ของตนจะมีปัญหาเรื่องต้นทุน และความปลอดภัย หากทุกหน่วยงานเดินหน้าไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ถามว่าข้อมูลที่เกิดขึ้นมหาศาลจะเก็บไว้ที่ไหน จะประมวลผลอย่างไร ซึ่งไม่ใช่แค่ภาครัฐเท่านั้น รวมถึงภาคเอกชนด้วย

ดังนั้นเรื่อง go cloud first จะเป็นสิ่งที่ต้องนำเสนอ ให้ทุกคนมาสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย จะได้ไม่ต้องห่วงว่าข้อมูลเก็บไว้นอกประเทศ คลาวด์และพื้นที่เก็บข้อมูลมีหลายแบบหลายบริการ ต้องสนับสนุนให้เกิดมากที่สุดเพื่อจะได้เลือกใช้ได้ในราคาที่ถูกลง นอกจากนี้ หากพื้นที่คลาวด์เหลือก็สามารถให้ประเทศอื่นใช้ได้

“คลาวด์ของ NT ที่ให้บริการภาครัฐมีปัญหาคือ สร้างมาแบบฟิกซ์กับความต้องการทำให้เต็มเร็ว หน่วยงานราชการจำนวนมากต้องการใช้ แต่ไม่มีพื้นที่ให้ใช้ เราจึงต้องการการลงทุนที่หลากหลายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านคลาวด์ ทั้งการเก็บข้อมูลการประมวลผล”

ศจ.พิเศษวิศิษฏ์ทิ้งท้ายด้วยว่า กระทรวงเป็นหน่วยงานที่ทั้งนำนโยบายไปปฏิบัติ และมีส่วนทำนโยบาย ในส่วนที่เป็นเรื่องเร่งด่วนและเป็นแนวทางสำคัญ อย่างเรื่องระบบจัดซื้อจัดจ้าง หรือ เรื่อง go cloud first เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องนำเสนอให้ผู้ตัดสินใจทางนโยบาย

“ในฐานะข้าราชการประจำ ไม่ได้มีหน้าที่ชี้นำนโยบาย ไม่ว่ารัฐมนตรีคนใหม่หรือรัฐบาลใหม่จะเป็นใคร มีนโยบายอย่างไร เราก็ต้องทำให้นโยบายนั้น ๆ นำไปสู่การปฏิบัติได้”