ยอดสมาร์ทโฟน 6 เดือนหดตัว Trueดันเฮาส์แบรนด์ AISพ่วงคอนเทนต์

“ไอดีซี” เผยตลาดสมาร์ทโฟนไทยครึ่งปีแรกหดตัวหนัก ปรับฐานหลัง “เอไอเอส-ทรู” ถล่มเครื่องราคาถูกดึงลูกค้าต่อเนื่อง ทั้งคาดครึ่งปีหลังตลาดรวมยังทรงตัว สิ้นปีไม่น่าเกิน 21.9 ล้านเครื่อง ด้าน 3 ค่ายมือถือไล่เก็บฐานลูกค้าอุตลุด “เอไอเอส” เน้นขายเครื่องผูกแพ็กเกจพ่วงคอนเทนต์ ฟาก “ดีแทค” ชูเบอร์มงคลขายพร้อมเครื่อง กลุ่มทรูปั้นเฮาส์แบรนด์เจาะลูกค้ากลุ่ม “แมส-เอสเอ็มอี”

นายจาริตร์ สิทธุ ผู้บริหารประจำไอดีซีประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดสมาร์ทโฟนในไทยไม่อยู่ในภาวะขาขึ้นอีกแล้ว แรงขับเคลื่อนการเติบโตไปอยู่ที่การเปลี่ยนเครื่องใหม่ทดแทน และการซื้อเครื่องเพิ่ม โดยในไตรมาส 1/2561 ตลาดหดตัวถึง 30% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าในไตรมาส 2 ก็ยังหดตัว เนื่องจากปี 2560 ทั้งเอไอเอส และทรูต่างทำสงครามแย่งชิงลูกค้าด้วยการยอมรับภาระค่าเครื่อง (ซับซิไดซ์) เยอะมาก เพื่อใช้สมาร์ทโฟนราคาถูกดึงลูกค้า แต่ขณะนี้เริ่มซาลงแล้วทำให้ตลาดกลับสู่ภาวะปกติ จึงเห็นการหดตัวค่อนข้างมากไม่ได้เป็นผลจากสภาวะเศรษฐกิจ

ตลาดเข้าสู่ภาวะทรงตัว

“ตลาดสมาร์ทโฟนค่อนข้างลอยตัวเหนือภาวะเศรษฐกิจ จากความจำเป็นในการใช้งาน ส่วนระดับราคาเครื่องที่น่าจะเติบโต เป็นกลุ่มราคา 6,000 บาทขึ้นไป โดยปีนี้คาดว่ายอดขายสมาร์ทโฟนจะอยู่ในภาวะทรงตัวเท่าปีก่อน หรือติดลบไม่เกิน 1% อยู่ที่ 21.9 ล้านเครื่อง”

ขณะที่ช่องทางจำหน่ายสำคัญจะกลับมาอยู่กลุ่มร้านค้าปลีก จาก 2 ปีก่อนที่ 50% มาจากโอเปอเรเตอร์ แต่ปีนี้น่าจะเหลืออยู่ที่ 30-40%

“ปีที่แล้วเครื่องราคาถูกและฟีเจอร์โฟนทำให้ตลาดค่อนข้างแกว่งตัว เห็นได้ชัดคือยอดขายมือถือเฮาส์แบรนด์อย่าง Lava ของเอไอเอส, ดีแทคโฟน และเฮาส์แบรนด์ทรู รวม ๆ กันแล้วมีสัดส่วนถึง 25% แซงหน้าแบรนด์ดัง ซึ่งปีนี้ไม่น่าจะเป็นแบบนั้นอีกแล้ว และต้องจับตาแบรนด์อย่างออปโป้, วีโว่ และหัวเว่ย ที่แข่งกันดุเดือด โดยเฉพาะในกลุ่มราคาต่ำกว่า 20,000 บาท”

นายจาริตร์กล่าวถึงการเปิดประมูลคลื่น 1800 MHz ของ กสทช. ที่กำลังจะมีขึ้นว่า ไม่ได้มีผลกับยอดขายสมาร์ทโฟนในปีนี้ เช่นเดียวกับเทคโนโลยี 5G


“เอไอเอส” เจาะคนรุ่นใหม่

ด้านนายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ยอดขายสมาร์ทโฟนในปีนี้คาดว่าจะมาจากโอเปอเรเตอร์ 50% โดยปัจจุบันลูกค้านิยมทั้งซื้อเครื่องเปล่า และซื้อพร้อมแพ็กเกจโปรโมชั่นซึ่งนิยมเพิ่มขึ้น เนื่องจากเอไอเอสมีข้อเสนอทั้งส่วนลดค่าเครื่อง และแพ็กเกจคอนเทนต์บันเทิงพรีเมี่ยมให้ฟรี พร้อมค่าบริการรายเดือนที่คุ้มค่า

โดยเอไอเอสต้องการเจาะกลุ่มลูกค้ามิลเลนเนียลอายุ 18-25 ปี ที่มีีเกือบ 20 ล้านคน จากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในไทย 45 ล้านคน ล่าสุดร่วมมือกับ “เสี่ยวมี่” ทำตลาด Redmi S2 ด้วยราคาเพียง 1,490 บาท จากปกติ 5,590 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจ AIS Hot Deal เดือนละ 599 ขึ้นไป อีกทั้งให้ลูกค้ารายเดือนซื้อเครื่องเปล่าในราคาลดสูงสุด 2,000 บาท

โดย ณ สิ้นสุดไตรมาส 1/2561 เอไอเอสมีรายได้จากการขายซิมและอุปกรณ์ 6,368 ล้านบาท ลดลง 0.6% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากยอดขายสมาร์ทโฟนราคาสูงลดลง ขณะที่มือถือเฮาส์แบรนด์อย่าง Lava ได้รับความนิยมต่อเนื่อง จะออกรุ่นใหม่ ๆ ให้ลูกค้าเลือกซื้อในราคาที่จับต้องได้

“ทรู” โหมเฮาส์แบรนด์

ขณะที่นายทวนทอง ศรีวิเชียร ผู้อำนวยการ ด้านบริหารผลิตภัณฑ์ดีไวซ์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ลูกค้านิยมซื้อเครื่องพร้อมโปรโมชั่น เนื่องจากคุ้มค่ามากกว่าซื้อเครื่องเปล่า ซึ่งทรูจะเลือกรุ่นที่ตรงความต้องการของตลาด พร้อมโปรโมชั่นที่สัมพันธ์กับมูลค่าเครื่อง ผ่านแพ็กเกจรายเดือนที่แตกต่างกัน

“กลุ่มที่ซื้อเครื่องรุ่นใหม่ไฮเอนด์จะมีกำลังซื้อ มักซื้อเครื่องผูกโปรโมชั่น ซึ่งแพ็กเกจที่นิยมจะสัมพันธ์กับราคาเครื่อง ถ้าเป็นเครื่องราคาปานกลางมักใช้แพ็กเกจรายเดือน 499-699 บาท แต่ถ้าราคาสูงมักผูกแพ็กเกจ 899-1,099 บาท”

สำหรับเครื่องที่ขายดีตอนนี้ ได้แก่ ออปโป้ F7, A83 และหัวเว่ย Y7 Pro

“ตอนนี้แบรนด์ดังลงมาเล่นตลาดล่างแบบประชิด เบียดมาร์เก็ตแชร์ของเฮาส์แบรนด์อย่างทรู แต่ทรูแบรนด์ยังเป็นที่นิยม ล่าสุดมีการปรับให้เครื่องเฮาส์แบรนด์ของทรูกลับมาสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดอีกครั้ง โดยหาจุดเด่นใหม่ ๆ เข้ามาเสริมเพื่อกระตุ้นยอดขาย”

นายทวนทองกล่าวต่อว่า เฮาส์แบรนด์ต้องหมั่นหาความพิเศษหรือจุดเด่นสร้างความแตกต่าง ผนวกเข้ากับการเป็นผู้ให้บริการเอง จึงมีระบบรองรับรวมถึงคอนเทนต์ต่าง ๆ ซึ่งเป้าหมายของทรูเฮาส์แบรนด์ไม่เพียงตอบโจทย์ลูกค้าทั่วไป แต่ต้องตรงใจกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี และองค์กรต่าง ๆ มากขึ้นด้วย

สำหรับรายได้จากการขายสินค้าที่ระบุไว้ในผลประกอบการไตรมาส 1/2561 ของทรูมูฟ เอช อยู่ที่ 3,838 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.4%

“ดีแทค” ดันเบอร์มงคล

นายโรจน์ เดโชดมพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธุรกิจโพสต์เพด กลุ่มงานพาณิชย์ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ลูกค้านิยมซื้อเครื่องใหม่ผูกโปรโมชั่น

เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เพราะคุ้มค่า ด้วยเงื่อนไขในการจ่ายค่าบริการล่วงหน้าแล้วได้คืนมาเป็นส่วนลดค่าบริการรายเดือน พร้อมโปรแกรมเงินผ่อน 0% ด้วย ซึ่งดีแทคจะเน้นไปในเรื่องความคุ้มค่ามากที่สุด ภายใต้แนวคิด “ใจดี” โดยเลือกรุ่นที่สเป็กเครื่องโดดเด่น เช่น จอใหญ่, กล้องคุณภาพสูง แต่ราคาไม่แพง มาจัดโปรโมชั่นร่วม

ล่าสุดในโอกาสเปิดตัวคลื่นใหม่ “dtac TURBO” มีการแจกคูปองส่วนลดเพิ่มอีก 2,300 บาท จำนวน 10,000 คูปอง โดยนำมาใช้เป็นส่วนลดเพิ่มจาก Super Speed Super Sale ได้ และมีส่วนลดพิเศษให้ลูกค้าที่เปิดเบอร์ใหม่ หรือเปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน และย้ายค่ายเบอร์เดิมด้วยไปจนถึง 30 มิ.ย. 2561

สำหรับรุ่นที่ได้รับความนิยม ได้แก่ หัวเว่ย P20, วีโก้ tommy 3 และ Oppo F7 ส่วนแพ็กเกจที่ขายดีจ่ายรายเดือนอยู่ที่ 599 บาท รองลงมาคือ 899 บาท โดยลูกค้า 50% เป็นกลุ่มที่เปิดเบอร์เพื่อซื้อเครื่องพร้อมโปรโมชั่น ขณะที่แนวโน้มที่จะมีการเติบโตชัดเจนเป็นกลุ่มที่ซื้อเครื่องพร้อมเปิดเบอร์สวย และเบอร์มงคล

ปัจจุบันรายได้จากการจำหน่ายโทรศัพท์และชุดเลขหมาย ณ ไตรมาส 1/2561 อยู่ที่ 2,302 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.9% เนื่องจากจำนวนเครื่องที่ขายได้ลดลง แต่อัตรากำไรปรับตัวดีขึ้นมาก ซึ่งปัจจุบันมือถือแบรนด์ดังเข้ามาเจาะตลาดแมสมากขึ้น โดยแข่งกันออกผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่มีราคาต่ำกว่า 5,000 บาท ทำให้ทุกโอเปอเรเตอร์พิจารณาลดจำนวน หรือหยุดทำการตลาดเฮาส์แบรนด์อย่างชัดเจน