กสทช.จี้ 7 ช่องดิจิทัล ส่งแผนชดเชยพนักงาน

กสทช.ย้ำ 7 ช่องทีวีดิจิทัลต้องส่งแผนชดเชยเลิกจ้างพนักงานให้พิจารณาก่อนยุติบริการ พร้อมเปิดรับข้อเสนอ MUX เยียวยาผลกระทบ

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการกำหนดวิธีการและเงื่อนไขการคืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัล (16 พ.ค. 2562) ได้กำหนดกรอบการดำเนินงานของผู้ประกอบการที่แจ้งความจำนงขอคืนใบอนุญาตทั้ง 7 ช่องที่ต้องปฏิบัติเพื่อเยียวยาผู้บริโภคก่อนที่จะมีการยุติการให้บริการ ทั้งยังกำหนดรายละเอียดของเอกสารทางการเงินที่ผู้ประกอบการแต่ละรายต้องส่งให้สำนักงาน กสทช. พิจารณาภายใน 60 วัน เพื่อนำมาคำนวณค่าเยียวยา

“การเลิกจ้างพนักงานจำนวนมากเป็นประเด็นที่นายกรัฐมนตรีเป็นกังวลมาก จึงให้ 7 ช่องทีวีดิจิทัลที่ขอคืนใบอนุญาต ต้องส่งรายละเอียดแผนเยียวยาการเลิกจ้างพนักงานให้เป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติงานเพื่อเยียวยาผู้บริโภคก่อนจะยุติการประกอบกิจการ เพราะไม่ใช่การเลิกกิจการตามปกติ แต่เป็นไปตามคำสั่ง คสช. ฉะนั้นเมื่อผู้ประกอบการได้เงินอุดหนุนจากรัฐไปแล้ว ก็ต้องชดเชยพนักงานให้มากกว่ากฎหมายแรงงาน”

ส่วนการคัดค้านการคืนช่อง “ไบรท์ทีวี” ของผู้ถือหุ้นบริษัทที่ระบุว่า ผู้บริหารได้ดำเนินการโดยยังไม่มีมติของผู้ถือหุ้นรับรองนั้น คณะอนุกรรมการเห็นว่า เอกสารแนบมติที่ประชุมของบริษัทประกอบหนังสือแจ้งความจำนงขอคืนช่อง ได้ลงวันที่ 9 พ.ค. 2562 ซึ่งเป็นวันภายหลังจากสำนักงาน กสทช.ประกาศหลักเกณฑ์เงื่อนไข และระบุชัดว่า เมื่อแจ้งความจำนงแล้วไม่สามารถยกเลิกได้ ทางคณะอนุกรรมการจึงแจ้งให้ทางไบรท์ทีวีส่งเอกสารยืนยันตามเอกสารแนบดังกล่าวมาอีกครั้ง


ขณะที่มาตรการเยียวยาผู้ประกอบการโครงข่ายทีวีดิจิทัลนั้น ต้องรอให้ทางผู้ได้รับใบอนุญาตแต่ละรายส่งข้อเสนอมาที่สำนักงาน กสทช.อีกครั้งว่า ได้รับผลกระทบใดบ้าง จากการเรียกคืนคลื่นความถี่และการเปิดให้คืนช่องทีวีดิจิทัล ตามคำสั่ง คสช. ที่ 4/25627 ช่อง ได้แก่ 1.ไบรท์ทีวี 20 2.วอยซ์ทีวี 21 3.MCOT Family 4.ช่อง 13 Family 5.ช่อง 28 “3SD” 6.ช่องสปริงนิวส์ 19 และ 7.สปริง 26 ของกลุ่มเนชั่นฯ