เทียบฟอร์มสมาร์ทโฟนเรือธงแต่ละค่าย ฟังก์ชันครบ ราคาจับต้องได้

ไอโฟน

เทียบฟอร์มสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ เปิดศึกโค้งท้าย แอปเปิล ส่ง iPhone 13  ขายจริง 8 ตุลาคมนี้ เรียบหรู ฟังก์ชันดีสมชื่อ ราคาเริ่ม 25,900 บาท เสียวหมี่เปิด 2 รุ่นท็อป ชูนวัตกรรม Cinemagic โดดเด่นโหมดถ่ายวีดีโอ ราคาเริ่ม 13,900 บาท ออปโป้  เปิดตัว“OPPO Reno6 5G”ดีไซน์สวยงาม เบา บาง ราคา 17,990 บาท ส่วนโมโตโรล่า ไม่มียอมเปิดรุ่นท็อป 2 ตัว ราคาเริ่ม 10,990 บาท

วันที่ 25 กันยายน 2564 ทันทีที่ Apple จัดงานApple Event เมื่อวันที่ 15 กันยายนนี้ เวลา 00:00 น. (เวลาประเทศไทย) หรือวันที่ 14 กันยายน เวลา 10.00 น.ตามเวลาสหรัฐอเมริกา เพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จากแอปเปิล  โดยไฮไลท์ของงาน คือ การเปิดตัว iPhone 13  

Iphone13

ขณะที่หลายแบรนด์จากฝั่งจีนก็ทยอยเปิดตัวตามๆกันมา โดย Xiaomi ก็จัดงานเปิดตัวสมาร์ทโฟน 2 รุ่น ได้แก่ Xiaomi11TPro และ Xiaomi11TSeries พร้อมกันทั่วโลกในเวลา 20.00 น.ตามเวลาประเทศจีนของวันที่ 15 กันยายน2564

ถัดมาอีก 1 วัน(วันที่ 16 กันยายน2564)  OPPO แบรนด์สมาร์ทโฟนจากจีนก็เปิดตัว “OPPO Reno6 5G”ในไทยเช่นกัน  

หากนับตามเวลาฝั่งเอเซีย ถือว่า เปิดตัวไล่กันแบบไม่ให้ข้ามวันเลยทีเดียว

เสียวหมี่11T

เกมนี้ชัดเจนว่าบรรดาแบรนด์จีน ทั้ง  Xiaomi , OPPO กำลังไล่ตีตื้นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ทั้ง แอปเปิลและซัมซุง ด้วยการใช้ไม้เด็ด คือ นำเสนอฟังก์ชัน นวัตกรรมระดับไฮเอนด์ ในราคาที่จับต้องได้ ซึ่งโดนใจผู้บริโภคในหลายประเทศไม่น้อย  

โดยเฉพาะXiaomi ที่มีเป้าหมายต้องการรักษาเก็บส่วนแบ่งได้ดีมากที่สุดและรักษาเบอร์1 ของตลาดสมาร์ทโฟนในหลายๆประเทศให้ได้ โดยจากข้อมูล บริษัทวิจัยคานาลิส (Canalys) ระบุว่า ไตรมาส 2ที่ผ่านมา Xiaomi มีส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟน 17% ขึ้นเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากซัมซุงที่มีส่วนแบ่งตลาด 19% และเป็นอันดับ 1 ใน 22 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยเป็นครั้งแรกด้วย

ขณะเดียวกันจากข้อมูลบริษัทวิจัยคานาลิส (Canalys) ยังระบุว่า ไตรมาส2 ปีนี้Xiaomi  มีส่วนแบ่งตลาด 21% ส่วน OPPO และซัมซุงมีส่วนแบ่งตลาดเท่ากัน คือ 19% 

ซัมซุง

สำหรับตลาดสมาร์ทโฟนไทยช่วงไตรมาสสุดท้ายปีนี้ก็คึกคัก เริ่มจากซัมซุงโชว์เหนือ เปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม 2 รุ่นรวด คือ Galaxy Z Fold3 และFlip3 5G เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาและเปิดขายเมื่อวันที่ 2 กันยายน2564

พร้อมสร้างสถิติใหม่ในตลาดประเทศไทย ด้วยยอดจองสูงกว่ารุ่นหน้านี้ถึง 8 เท่า เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เป็นเท่าตัว 

ขณะที่หลายแบรนด์ที่เปิดตัวระดับโกลบอลแล้วและเตรียมจะนำเข้าเปิดขายที่ไทยช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” ได้รวบรวมฟังก์ชัน ราคาของแต่ละค่ายที่เตรียมจะเปิดตัวช่วงเดือนตุลาคมนี้มาให้พิจารณากัน  

 iPhone 13เตรียมขายจริง 8 ต.ค.นี้

เริ่มที่ Apple เตรียมส่ง iPhone 13 เข้ามาขายในไทยห่างจากที่อเมริกาเพียง 2 สัปดาห์ โดยจะเปิดให้พรีออเดอร์ในไทยวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ก่อนจะขายจริงวันที่ 8 ตุลาคมนี้ ด้วยราคาเริ่มต้น 25,900 บาท

ขณะที่iPhone 13 ก็เรียบหรู ฟังก์ชันดีสมชื่อ แม้รูปทรงดีไซน์ยังคงเดิม แต่มีการจัดเรียงกล้องใหม่ในแนวทะแยงมุม หน้าจอ Ceramic Shield   

ไอโฟน13

สำหรับ iPhone 13 mini หน้าจอ 5.4 นิ้ว ส่วน iPhone 13 หน้าจอ  6.1 นิ้ว จอภาพ Super Retina XDR เพิ่มความสว่างถึง 28% ประหยัดแบตเตอรี่ได้มากขึ้น ใช้ชิป A15 Bionic 

ส่วนกล้อง  มาด้วยกัน 2 ตัว คือ กล้องอัลตร้าไวด์  ความละเอียด 12 MP เลนส์ Wide ความละเอียด 12 MP เซ็นเซอร์ใหญ่ รูปรับแสง พร้อมโหมดวิดีโอสุดล้ำ กับ Cinematic Mode เปลี่ยนโฟกัสได้เหมือนล็อกโฟกัส เหมือนถ่ายภาพยนตร์ หน้าชัดหลังเบลอ รองรับ 5G  เล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 19  ชั่วโมง 

ไอโฟน13

สำหรับราคาiPhone13 mini 128 GB เริ่มที่ 25,900 บาท,256 GB เริ่มที่ 29,900 บาท และ 512 GB เริ่มที่ 37,900 บาท  

ส่วนราคาiPhone13 อยู่ที่ 128 GB เริ่มที่ 29,900 บาท ,256 GB เริ่มที่ 33,900 บาท และ 512 GB เริ่มที่ 41,900 บาท

สำหรับ iPhone13 Pro และ iPhone 13 Pro Max ใช้ชิปชิป A15 Bionic CPU แบบ 6‑core ใหม่ ซึ่งมีคอร์ด้านประสิทธิภาพ 2 คอร์ และคอร์ด้านประหยัดพลังงาน 4 คอร์ GPU แบบ 5‑core ใหม่ Neural Engine แบบ 16‑core ใหม่

ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 12MP และกล้องหลังมาด้วยกัน 3 ตัว เลนส์ Wide รูรับแสงขนาด ƒ/1.5, Telephotoรูรับแสงขนาด ƒ/2.8 และอัลตร้า ไวด์รูรับแสงขนาด ƒ/1.8 และมุมมองภาพ 120องศา ซูมเข้าแบบออปติคัล 3 เท่า ซูมออกแบบออปติคัล 2 เท่า และช่วงซูมแบบออปติคัล 6 เท่า ซูมดิจิทัลได้สูงสุด 15 เท่า รองรับ Night mode และการถ่ายวิดีโอ 4K รองรับเทคโนโลยี ProMotion พร้อมเซ็นเซอร์ไลดาร์ (LiDAR) โดย iPhone 13 Pro หน้าจอ 6.1 นิ้ว และ iPhone 13 Pro Max อยู่ที่ 6.7 นิ้ว ส่วนแบตเตอรี่ นานขึ้น กันน้ำได้ IP68 (ความลึกไม่เกิน 6 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที) มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ กราไฟต์ ทอง เงิน เซียร์ร่าบลู

สำหรับ iPhone13 Pro ราคา 128 GB เริ่มที่ 38,900 บาท ,256 GB เริ่มที่ 42,900 บาท ,512 GB เริ่มที่ 50,900 บาท และ1 TB  เริ่มต้นที่ 58,900 บาท 

ส่วน iPhone13 Pro  Max ราคา 128 GB เริ่มที่ 42,900 บาท, 256 GB เริ่มที่ 46,900 บาท,512 GB เริ่มที่ 54,900 บาท และ1 TB  เริ่มที่ 62,900 บาท

ชูนวัตกรรมใหม่ราคาเข้าถึงได้

ขณะที่ เสียวหมี่ เปิดตัว 2 รุ่นรวด คือ Xiaomi11TPro และ Xiaomi11TSeries เปิดให้พรีออเดอร์ในไทย ในวันที่ 23กันยายน-8 ตุลาคมนี้ ก่อนขายจริงวันที่  9 ตุลาคมนี้ 


มาดูฟังก์ชัน Xiaomi11TPro และ Xiaomi11T มาด้วยดีไซน์เรียบหรู โค้งมน ชูนวัตกรรม Cinemagic โดดเด่นโหมดถ่ายวีดีโอ ด้วยฟังก์ชั่น One Click ส่วนการบันทึกเสียงก็มีระบบ Audio Zoom ให้ซูมเสียงได้ขณะถ่ายวีดีโอ ทำให้เสียงชัดเจน 

เสียวหมี่

โดยXiaomi11TPro ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 888 และXiaomi11T ใช้ชิปประมวลผล Media Tek Dimensity 1200-Ultra

กล้องหน้ามาด้วยความละเอียด16 MP รูรับแสง ƒ/2.45 กล้องหลัง 3 ตัว มาพร้อม AI โดยกล้องหลักความละเอียด 108 MP อัลตร้าไวด์ 8 MP รูรับแสงƒ/2.2 กล้องTelemarco ความละเอียด 5.5MP รูรับแสงƒ/1.75 พร้อม Night mode ให้เก็บรายละเอียดของสีและแสงได้อย่างสมบูรณ์ 

ส่วนหน้าจอใหญ่จุใจ ขนาด 6.67นิ้ว flat AMOLED 120Hz แบตเตอรี่ 5,000mAh รองรับการชาร์จไวถึง HyperCharge ถึง 120 วัตต์  มี 3 สี คือ Celestial Blue, Meteorite Grey และ Moonlight White

เสียวหมี่

สำหรับราคา Xiaomi11TPro 8GB/128GB เปิดตัวในไทยอยู่ที่ 16,990 บาท 8GB/256GB ราคา 18,990 บาท และ 12GB/256GB ราคา 20,990 บาท ส่วนXiaomi11T 8GB/128GB ราคา 13,990 บาท และ 8GB/258GB ราคา14,990 บาท

ออปโป้โชว์ดีไซน์บางฟังก์ชันครบ

ส่วนออปโป้ เปิดตัว “OPPO Reno6 5G” เปิดตัวพร้อมขายในวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา ทั้งนี้“OPPO Reno6 5G”ดีไซน์สวยงาม เบา บางเพียง 7.59 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 182 กรัม มีให้เลือก  2 สี ได้แก่ Aurora ,Stellar Black

ออปโป้

มาพร้อมชิป mediatek dimensity 900 หน้าจอ 6.43 นิ้ว รีเฟรชเรต 90 Hz เซ็นเซอร์360องศา ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้การปรับแสงหน้าจอได้แบบอัตโนมัติ สบายสายตา 

กล้อง มีให้ถึง 3 กล้อง โดยกล้องหลักความละเอียด 64 MP  อัลตร้าไวด์ 8 MP มาโคร 2MP และกล้องหน้าละเอียดถึง 32 MP จะถ่ายภาพบุคคลหรือเซลฟีด้วยกล้องหน้าก็สวย พร้อมถ่ายวิดีโอ ได้สวยโดดเด่น รองรับการชาร์จเร็วเต็มใน 28  นาที แบตเตอรี่จุ 4300 mAh ความจุ 8GB+128GB ในราคา 17,990 บาท

ออปโป้

โมโตโรล่าเปิดตัวท็อป2 รุ่นรวด

ปิดท้ายด้วย การกลับมาของโมโตโรล่า เตรียมส่งสมาร์ทโฟนตัวท็อป 2 รุ่นขายวันที่ 1 ตุลาคมนี้  เริ่มด้วยตัวท็อปสุด Motorola edge 20Pro สมาร์ทโฟนที่จะทำให้ผู้คนเข้าถึง 5G และ Wi-Fi 61 ชิป Snapdragon® 870 พื้นที่เก็บข้อมูลภายในขนาด 256 GB ให้พื้นที่ความจุมากมายสำหรับรูปภาพ ภาพยนตร์ เกม หน่วยความจำรุ่นล่าสุดขนาด 12 GB 

ส่วนกล้องหลังก็มีให้ถึง 3 ตัว  โดยกล้องหลักความละเอียด 108 MP อัลตร้าไวด์ 16 MP มาโคร 8 MP และกล้องหน้า 32 MP  พร้อมระบบกันสั่น มาพร้อมความสามารถในการบันทึกภาพด้วยความละเอียด 8K  ถ่ายวีดีโอซูเปอร์สโลวโมชั่นเฟรมเรทช้าลง 4 เท่า   

โมโต

หน้าจอแสดงผล 6.7 นิ้ว รีเฟรชเรต 90-140Hz บาง 7.99 มิลลิเมตร น้ำหนักเบาเลย กระจกป้องกันรอยขีดข่วน  แบตเตอรี่จุ 4,500mAh ในราคา 17,990 บาท ส่วนMotorola edge 20 Fusion รุ่นกลาง ใช้ชิปเซ็ท MediaTek  มี พื้นที่จัดเก็บ8GB/128GB กล้องหลัง 3 ตัว กล้องหลักความละเอียด 108 MP  กล้องหน้า 32 MP หน้าจอขนาด 6.7 นิ้ว แบตเตอรี่จุ 5,000 mAh วางจำหน่ายในราคา10,999 บาท 

หากพิจารณาฟังก์ชัน ราคาที่แต่ละแบรนด์นำเสนอให้แก่ผู้บริโภคไทยก็ค่อนข้างสูสี แต่ก็ต้องมาวัดกันที่ฐานแฟนของแต่ละรายว่าใครจะเหนียวแน่นกว่ากัน 


 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ