เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
Biz Movement ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ดูทั้งหมด

มรสุมที่ “เฟซบุ๊ก” ต้องเผชิญผลกรรม !

09 ต.ค. 2564 | 21:08น.
คอลัมน์ Tech Times
มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

“เฟซบุ๊ก” เผชิญกับมรสุมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 3 ปี ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พายุลูกแรกเริ่มตั้งเค้าในวันที่ 13 กันยายน หลัง The Wall Street Journal ทยอยตีพิมพ์เอกสารที่ได้จากอดีตพนักงานของเฟซบุ๊กภายใต้ซีรีส์ “TheFacebook Files” ที่แฉว่าบริษัทรู้มาตลอดว่าแพลตฟอร์มของตนก่อให้เกิดปัญหาสังคม แต่ไม่คิดหาทางแก้ไข ทั้งปัญหาเฟกนิวส์ hate speech ไปจนถึงการเผยแพร่ค่านิยมที่ผิดเกี่ยวกับรูปลักษณ์

พายุลูกที่สอง คือ การที่ระบบของเฟซบุ๊ก ไอจี และ WhatsApp พร้อมใจกันล่มเป็นเวลาถึง 6 ชม.เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการล่มครั้งมโหฬารที่สุดในรอบ 13 ปี และส่งผลให้เฟซบุ๊กสูญรายได้จากการขายโฆษณาราว 110-120 ล้านเหรียญ หรือราว 0.4% ของรายได้ในไตรมาส 4 ของปีก่อน (ประเมินโดย Morningstar)

พายุทั้งสองลูกทำให้นักลงทุนแสดงความไม่พอใจจนส่งผลให้หุ้นเฟซบุ๊กร่วงไปแล้ว 12% ในเวลาแค่ 3 สัปดาห์ ระดับความโกรธเกรี้ยวของสังคมที่มีต่อเฟซบุ๊กครั้งนี้น่าจะอยู่ในสเกลเดียวกันกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในปี 2018 เมื่อพบว่าเฟซบุ๊กปล่อยให้ Cambridge Analytica เข้าถึงข้อมูลผู้ใช้งานกว่า 87 ล้านคนเพื่อให้ทีมงานโดนัลด์ ทรัมป์ ยิงโฆษณาได้ตรงกลุ่มเป้าหมายระหว่างหาเสียงปี 2016

คดี Cambridge Analytica ทำให้เฟซบุ๊กถูกปรับถึง 5 พันล้านเหรียญแต่พอข่าวซาลง เฟซบุ๊กกลับมาเฉิดฉายในฐานะโซเชียลมีเดียที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกอีกครั้ง แถมปริมาณเฟกนิวส์ยังคงล้นหลามเช่นเดิม

คราวนี้ที่คนออกมาด่าเฟซบุ๊กอย่างหนัก เป็นผลมาจากการเผยแพร่เอกสารภายในที่คอนเฟิร์มว่าบริษัทรู้อยู่แก่ใจว่าแพลตฟอร์มของตนทำให้เกิดปัญหาสังคมมากมาย แต่ยังเดินหน้าหาเงินจากระบบต่อไปหน้าตาเฉย

ร้อนถึง ส.ว. “เอ็ด มาร์กี้” ต้องลุกขึ้นด่ากลางที่ประชุมของคณะอนุกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคของวุฒิสภาว่า เฟซบุ๊กทำตัวเหมือนบริษัทบุหรี่ที่ยัดเยียดสินค้าที่เป็นโทษต่อสุขภาพให้กับเยาวชน เพื่อจะหาเงิน

การกล่าวหาครั้งนี้มีน้ำหนัก เพราะผู้กล่าวหาเป็นอดีตพนักงานระดับผู้จัดการที่เพิ่งลาออกเมื่อเดือนพฤษภาคมนี่เอง

“ฟรานเชส เฮาเกน” ผู้เปิดเผยตัวครั้งแรกในรายการ 60 Minutes ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทยอยส่งเอกสารเกี่ยวกับการวิจัยและการสื่อสารภายในของเฟซบุ๊กจำนวนหลายพันหน้าให้ The Wall Street Journal และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ ตั้งแต่กลางเดือนก่อน

นอกจากให้สัมภาษณ์สื่อแล้ว เธอยังให้ข้อมูลกับคณะอนุกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคของวุฒิสภาว่า เฟซบุ๊กให้ความสำคัญกับการหารายได้มากกว่าความปลอดภัย และสุขภาพประชาชน

การให้ปากคำของฟรานเซสต่อคณะอนุกรรมาธิการได้รับความสนใจจากสื่อจำนวนมากจนเจ้าพ่อเฟซบุ๊กอย่าง มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ต้องออกมาปกป้องบริษัทเรื่องเห็นแก่เงินว่า เป็นข้อกล่าวหาที่ฟังไม่ขึ้น เพราะรายได้หลักมาจากการขายโฆษณาและคงไม่มีลูกค้าคนไหนอยากเห็นงานโฆษณาของตนอยู่ใกล้โพสต์ที่สร้างความเกลียดชังหรือเฟกนิวส์

และที่กลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมอีกครั้งคือ โครงการไอจีสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 13 ที่เคยทำให้อัยการจาก 44 รัฐต้องรวมตัวกันยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เพื่อเรียกร้องให้หยุดโครงการดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะส่งผลเสียและความปลอดภัยของเด็กที่ยังไม่มีวุฒิภาวะที่จะรับมือกับการถูกละเมิดความเป็นส่วนตัวบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้

พร้อมยกตัวเลขในปี 2020 ที่มีรูปเด็กโดนละเมิดทางเพศเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมกว่า 20 ล้านรูป โดยที่เฟซบุ๊กไม่สามารถควบคุมได้

มรสุมครั้งล่าสุดทำให้บริษัทประกาศว่าจะหยุดเดินหน้าโครงการดังกล่าวแล้ว ซึ่งไม่มีข้อผูกมัดว่าจะไม่หยิบมาปัดฝุ่นใหม่หลังเรื่องเงียบลง แต่จากอดีตที่ผ่านชี้ให้เห็นแล้วว่าแรงกดดันจากสังคมอย่างเดียวทำอะไรเฟซบุ๊กไม่ได้

แต่หากมองอย่างมีความหวัง ข้อกล่าวหาครั้งนี้อาจนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงได้ การที่ทีมวิจัยของบริษัทเขียนในรายงานถึงผู้บริหารว่า “เราไม่ได้ทำในสิ่งที่เราบอกสังคมว่าเราจะทำ”

บวกกับเอกสารอีกหลายพันหน้าที่ฟรานเซสส่งให้ กลต. น่าจะเป็นระเบิดลูกใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อบริษัทอย่างหนัก โดยเฉพาะสำหรับบริษัทมหาชนขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แบบเฟซบุ๊ก

คำถาม คือ ผู้รักษากฎโดยเฉพาะบรรดานักการเมืองในสภาคองเกรสจะรับลูกแล้วเอาหลักฐานนี้มาจัดระเบียบบริการโซเชียลมีเดียอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมต่อไป