พาณิชย์เสริมแกร่งเอสเอ็มอี-สตาร์ทอัพภาคเหนือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม.ล.ภู่ทอง ทองใหญ่ ผู้อำนวยการกองธุรกิจบริการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ในยุคที่ธุรกิจขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมผู้ประกอบการต้องต่อยอดความสำเร็จด้วยรูปแบบการตลาดที่ตอบโจทย์โดนใจผู้บริโภคยุคใหม่ ไอเดียสร้างสรรค์จึงกลายเป็นพื้นฐานของการพัฒนาสินค้า เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจ การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมทางธุรกิจจะเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในการสร้างธุรกิจให้มีมูลค่าสูง


โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และสถาบันการเงิน จัดงาน “Smart Startup 2018” ระหว่างวันที่ 13-15 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ เซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้และกระตุ้นแนวคิดการดำเนินธุรกิจยุคใหม่ที่ต้องใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์เป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจ รวมถึงสนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) และสตาร์ทอัพ (Startup) ในพื้นที่ภาคเหนือ ตลอดจนนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจและก้าวสู่การเป็น Smart Enterprise

สำหรับกิจกรรมภายในงานแบ่งออกเป็นออกเป็นหลายโซน อาทิ โซนให้ความรู้และเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ โซนศูนย์แนะนำและให้คำปรึกษาทางธุรกิจโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานพันธมิตร และโซนการสัมมนาโอกาสสู่ธุรกิจยุคใหม่ ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญที่มากด้วยประสบการณ์ทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ดร.ปุญญภณ เทพประสิทธิ์ Chief Strategy Officer (CSO) คุณรังสรรค์ พรมประสิทธิ์ CEO บริษัท คิว คิว จำกัด คุณสิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม Social Media Specialist และนักสร้างสรรค์ Creative talk และ Mr.Jackson NG Innovation Tech-Solution maker, Programmer and Academic, Singapore มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินธุรกิจยุคดิจิทัล


ม.ล.ภู่ทอง กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคเหนือที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการเป็นเมืองศูนย์กลางการค้า การลงทุนและการคมนาคมขนส่ง (Northern Land Port) โดยเฉพาะการขยายตัวด้านการท่องเที่ยว การคมนาคม และโลจิสติกส์ ปัจจุบัน มีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่จำนวน 19,544 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียนรวม 140,999.79 ล้านล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2561) ดังนั้น การเติมเต็มและปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์ และการสร้างสังคมผู้ประกอบการทั้งเอสเอ็มอี (SME) และสตาร์ทอัพ (STARTUP) ในพื้นที่จะช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและสร้างธุรกิจให้มีมูลค่าสูงในยุคดิจิทัล

Previous articleนบข.เห็นชอบขายข้าวในสต็อกรัฐเข้าอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคน 1.44 ล.ตัน
Next articleปีติ “ในหลวง” ทรงมีพระราชหัตถเลขาพระราชทานกำลังใจผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์