“นีโอสุกี้” ปรับแผนครึ่งปีหลัง แตกโมเดล “ข้าวแกง” กู้ยอดขาย

นีโอสุกี้
ลดรายจ่าย - ในครึ่งปีหลังบริษัทจะเน้นกลยุทธ์เติบโตอย่างช้าๆ เพื่อรักษากระแสเงินสด เลี่ยงการลดราคา แต่จะเน้นแข่งขันด้วยคุณภาพและรสชาติแทน

“นีโอสุกี้” เลี่ยงสงครามราคา จัดทัพรื้อแผนการตลาด-เน้นรักษากระแสเงินสด ลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ลุยเพิ่มน้ำหนักดีลิเวอรี่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ พร้อมแตกแบรนด์ “ข้าวแกงเฮียเพ้ง” ไซซ์เล็ก ยึดทำเลสำนักงาน ปูพรม 4 สาขารวด เผยสเต็ปต่อไป เตรียมผุดร้านอาหารโมเดลใหม่เสริมพอร์ตโฟลิโอ เดินหน้าขยายสาขาแฟรนไชส์ในต่างประเทศ หลังเปิดไปแล้ว 4 สาขา ในเวียดนาม-อินโดนีเซีย

นายณัฐพล กัปปิยจรรยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นีโอสุกี้ไทยเรสเทอรองส์ จำกัด เจ้าของร้านอาหาร “นีโอสุกี้” เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากภาครัฐปลดล็อกระยะที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคมเป็นต้นมา ทำให้โดยรวมของธุรกิจร้านอาหารกลับมาให้บริการได้เต็มรูปแบบ แต่ในทางกลับกัน ธุรกิจร้านอาหารแข่งขันอย่างรุนแรง

ผู้บริหาร นีโอสุกี้ ระบุว่า เชนร้านอาหารทั้งรายเล็ก-รายใหญ่เน้นการจัดแคมเปญและโปรโมชั่นราคาอย่างหนักในหลากหลายรูปแบบ อาทิ การลดราคาทุกวันจันทร์-ศุกร์ โปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 เป็นต้น เพื่อดึงลูกค้าเข้าร้าน รวมถึงเป็นการเพิ่มแคชโฟลว์ และสิ่งที่ยังน่าเป็นห่วงคือปัจจัยของภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ

แม้มาตรการการเว้นระยะห่างเริ่มผ่อนคลายไปบ้างแล้ว นายณัฐพลกล่าวว่า ลูกค้ายังคงกลับมาไม่เต็ม 100% โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่ยังมีความตื่นกลัว และประเมินว่าจะลากยาวไปถึงช่วงเดือนตุลาคม จากนั้นความเชื่อมั่นจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นและส่งผลทำให้ภาคธุรกิจต่าง ๆ รวมถึงร้านอาหารกลับมาคึกคักขึ้น

“ช่วงที่ทางการประกาศล็อกดาวน์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคม ทำให้นีโอสุกี้ทุกสาขาปิดให้บริการ สาขาที่ได้รับผลกระทบมากสุด ได้แก่ สาขาที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จากเดิมจะมีรายได้จากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน เมื่อนักท่องเที่ยวยังไม่กลับมา จึงต้องปรับตัวจับกลุ่มลูกค้าคนไทย” นายณัฐพลกล่าว

“สำหรับในภาพใหญ่บริษัทก็ได้ปรับตัวด้วยการหันไปเพิ่มช่องทางขายดีลิเวอรี่ ด้วยการจับมือกับแพลตฟอร์มต่าง ๆ อาทิ ไลน์แมน แกร็บฟู้ด รวมทั้งได้มีการพัฒนาชุดเมนูเดอะบ็อกซ์ (The Box) 4-5 ชุด เป็นสุกี้ชุดราคาเริ่มต้น 499 บาท อาทิ ชุดกวางตุ้งและชุดไหหลำ ออกจำหน่าย ควบคู่กับจัดโปรโมชั่นในช่องทางดีลิเวอรี่”

ปรับแผนทำตลาดใหม่

กรรมการผู้จัดการ บริษัท นีโอสุกี้ กล่าวว่า สำหรับแผนการดำเนินงานในครึ่งปีหลังนี้ บริษัทต้องปรับแผนการทำตลาดใหม่ เน้นกลยุทธ์เติบโตอย่างช้า ๆ เพื่อรักษากระแสเงินสดเป็นสำคัญ โดยจะเลี่ยงการจัดโปรโมชั่นลดราคา และไม่เน้นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ แต่จะเน้นแข่งขันด้วยคุณภาพวัตถุดิบ รสชาติของอาหาร เพื่อให้ลูกค้าบอกปากต่อปากแทน

โดยปัจจุบันร้านอาหารนีโอสุกี้เปิดให้บริการทั้งหมด 21 สาขา และมีการบริหารจัดการต้นทุนอย่างรัดกุม เริ่มจากลดการทำงานล่วงเวลา (โอที) ตลอดจนการเจราจาขอลดค่าเช่าจากเจ้าของพื้นที่ ซึ่งเจ้าของพื้นที่ส่วนใหญ่ก็ลดค่าเช่าให้อยู่แล้ว ยกเว้นสาขาในศูนย์การค้าที่ยังมีค่าบริการและส่วนกลาง

นอกจากนี้ บริษัทยังได้แตกแบรนด์ใหม่ชื่อ “ข้าวแกงเฮียเพ้ง” มุ่งจับกลุ่มพนักงานออฟฟิศ เป็นร้านอาหารข้าวแกงที่นำเสนอเมนูอาหารที่หลากหลาย ราคาเริ่มต้น 45 บาท ปัจจุบันเปิดไปแล้ว 4 สาขา และกำลังทยอยเปิดเพิ่มอีก 1 สาขา ที่เดอะปาร์ค พระราม 4 ในรูปแบบร้านไซซ์เล็ก ขนาด 40-80 ตารางเมตรเน้นเปิดในอาคารสำนักงานที่มีทราฟฟิกสูง และที่สำคัญ คือ ค่าเช่าพื้นที่ในสำนักงานไม่แพงเหมือนกับห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และมองว่าเป็นโอกาส เนื่องจากเป็นอาหารไทยค่อนข้างได้รับความนิยมสำหรับกลุ่มคนที่มีเวลาเร่งรีบ บวกกับมีราคาที่เข้าถึงง่าย โดยอยู่ในรูปแบบการลงทุนเองทั้งหมด ยังไม่มีแผนจะขายแฟรนไชส์

ตลาดต่างประเทศ

สำหรับในต่างประเทศ ปัจจุบันได้นำแบรนด์นีโอสุกี้ไปทำตลาดในประเทศเวียดนาม และอินโดนีเซีย ทั้งหมด 4 สาขา ในรูปแบบของแฟรนไชส์ ซึ่งมีโมเดลร้านและเมนูเหมือนกับสาขาในไทย เพียงแต่จะมีการปรับรสชาติให้เข้ากับผู้บริโภคในแต่ละประเทศ และจากนี้มีแผนขยายร้านในรูปแบบแฟรนไชส์มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโมเดลธุรกิจหลักของบริษัทยังมีเป้าหมายเติบโตด้วยตัวเอง และเน้นการลงทุนเองเป็นหลัก สเต็ปต่อไปนอกจากนีโอสุกี้แล้ว จะมีโมเดลร้านอาหารใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น ส่วนข้าวแกงเฮียเพ้ง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจในพอร์ตโฟลิโอที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ และเข้ามาอุดช่องว่างของนีโอสุกี้ได้ เนื่องจากวันจันทร์ถึงวันพฤหัสฯจะขายไม่ดี โดยเฉพาะในไตรมาส 3 แต่ข้าวแกงขายดีทุกวัน เพราะอยู่ในทำเลที่สะดวกและเข้าถึงง่าย โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้นีโอสุกี้ 90% และแบรนด์ซุนวูบาร์บีคิว 10%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนีโอสุกี้แล้ว บริษัทยังมีแบรนด์ซุนวูบาร์บีคิว ร้านบาร์บีคิวปิ้งย่าง จับกลุ่มคนทำงานเป็นหลัก ที่เปิดตัวไปเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา มีทั้งหมด 2 สาขา ที่สัมมากรเพลส ราชพฤกษ์ และ TTN Avenue นางลิ้นจี่ และปัจจุบันยังไม่มีการขยายสาขาเพิ่ม เนื่องจากบริษัทต้องการจะโฟกัสที่แบรนด์หลัก คือ นีโอสุกี้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ