ศรีนานาพรฯลุยซีแอลเอ็มวี ผนึก “ไทยนคร” ผุดรง.สแน็ก

ตลาดสแน็ก สินค้าอุปโภคบริโภคในไทยซบจากภาวะเศรษฐกิจ หั่นกำลังซื้อ เชื่อมั่นผู้บริโภคตก “ศรีนานาพรฯ” เบนเข็มชิงกำลังซื้อนอกประเทศ พร้อมศึกษาความเป็นไปได้หวังเจาะตลาดขนมอเมริกา ล่าสุดแท็กทีมเจ้าของทิฟฟี่ “ไทยนครพัฒนา” ตั้งบริษัทร่วมทุน ทุ่ม 600 ล้านบาท ผุดโรงงานผลิตขนมกัมพูชา-เวียดนาม เร่งเครื่องเจาะขนมทั่วซีแอลเอ็มวี ตั้งเป้า 5 ปีรายได้ทะลุ 13,000 ล้านบาท

นายฐากร ชัยสถาพร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานธุรกิจ บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายขนมและเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ โลตัส เบนโตะ เจเล่ และเมจิกฟาร์ม กล่าวว่า ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวมปีนี้คาดว่าจะลดลง 9% จากปีก่อน เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอการเติบโตต่อเนื่อง กระทบกำลังซื้อและความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค ทำให้เป้าหมายรายได้สิ้นปีนี้ของบริษัทอยู่ที่ 6,000 ล้าบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ 7,500 ล้านบาท


“ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจปีหน้า คาดว่าจะกลับมาเป็นบวกมากขึ้น จากสถานการณ์การส่งออกที่เติบโตขึ้น และต้องลุ้นว่าราคาสินค้าทางการเกษตรจะเติบโตมากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยในการกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อประชากรฐานรากได้อีกแรง”

อย่างไรก็ตามด้วยแนวโน้มการเติบโตที่ลดลงของตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศ ประกอบกับตลาดในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีขยายตัวขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากอัตราการเกิดที่โตขึ้น สวนทางกับตลาดไทยที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพมากขึ้น กลายเป็นอีกโอกาสสำคัญของบริษัทในการขยายตลาดขนมขบเคี้ยวไปยังกลุ่มซีแอลเอ็มวี

ล่าสุดร่วมกับบริษัท ไทยนครพัฒนา จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยาชั้นนำ เช่น ทิฟฟี่ ซาร่า เป็นต้น ตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อ S.C.Food Products โดยศรีนานาพรฯถือหุ้นสัดส่วน 60% และไทยนครฯถือหุ้น 40% ตั้งโรงงานผลิตขนม เวเฟอร์ บิสกิต ขาไก่ และเยลลี่ ที่กัมพูชาและเวียดนาม ภายใต้งบฯลงทุน 600 ล้านบาท

“เฟสแรกจะตั้งโรงงานผลิตขนมที่กัมพูชาก่อน คาดว่าจะเดินเครื่องผลิตสินค้าได้ในเดือนสิงหาคมปี 2561 วางเป้าหมายว่าจะมียอดขาย 500-1,000 ล้านบาทในปีแรก เฟสสองจะขยายโรงงานที่เวียดนามประมาณปลายปี 2561”

สำหรับทิศทางธุรกิจหลัก ๆ จากนี้จะเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง ปัจจุบันได้เปิดบริษัทลูกเพื่อเป็นฐานนำเข้าสินค้าเข้าไปยังจีน ฟิลิปปินส์ ส่วนปีหน้าจะศึกษาตลาดและความเป็นไปได้ที่จะนำสินค้าเข้าไปขายตลาดอเมริกาด้วย อย่างไรก็ตามคาดว่าอีก 5 ปีข้างหน้าหรือปี 2565 ผลจากการขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่องจะมีรายได้รวมเพิ่มเป็น 13,000 ล้านบาท แบ่งสัดส่วนเป็นตลาดในประเทศ 70% และตลาดต่างประเทศ 30% ของรายได้รวม

สอดรับกับนายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มของตลาดกลุ่มซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วย ลาว กัมพูชา เมียนมา และเวียดนาม เติบโตต่อเนื่องทุก ๆ ปี จึงเป็นโอกาสของการขยายธุรกิจไปยังประเทศเหล่านี้ โดยปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศ 10% ของรายได้รวม ซึ่งมีโอกาสขยายตัวอีกมาก