
คอลัมน์ : เทสคาร์ ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง
มีโอกาสได้ร่วมทริปทดสอบรถยนต์เอสยูวี มาเซราติ ลาแวนเต้ ไฮบริด รถที่ได้รับแรงบันดาลใจ และถ่ายทอด DNA สนามแข่งขัน
ด้วยดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ มีกลิ่นอายความเนี้ยบ เฉียบ และหรูหรา สไตล์อิตาเลี่ยน
ทำให้รถคันนี้ดูช่างน่าค้นหา แถมอยู่เหนือกาลเวลา…
กับความร่วมสมัยที่เป็นเอกลักษณ์ของการออกแบบรถยนต์ของมาเซราติ
มาเซราติ ลาแวนเต้ คันนี้ ใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบแบบ 4 สูบ 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับระบบเทอร์โบไฟฟ้า (eBooster) และระบบ BSG (Belt Starter Generator) ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 48 โวลต์ โดยทำงานร่วมกัน ให้กำลังสูงสุด 330 แรงม้า ที่ 5,750 รอบต่อนาที
ส่วนแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 2,250 รอบต่อนาที ผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มาเซราติเคลมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ไว้ที่ 6 วินาที
ขณะที่ช่วงล่างของรถคันนี้ เลือกใช้ช่วงล่างแบบ “ถุงลม”
ไฟหน้าแบบ Adaptive Matrix LED ล้ออัลลอยขนาด 19-22 นิ้ว และใส่เทคโนโลยีระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) เป็นทางเลือกเพิ่มเติม
ขณะที่ความโดดเด่น และแตกต่างจากรถรุ่น ลาแวนเต้ ทั่วไป คือการใช้โทนสีน้ำเงิน ช่องระบายอากาศ, สัญลักษณ์ตรีศูลที่เสา C
และคาลิปเปอร์เบรก สีน้ำเงิน เพื่อตอกย้ำว่ารถคันนี้คือรุ่นไฮบริด
ส่วนภายในห้องโดยสาร ปรับหน้าจอระบบความบันเทิงและแสดงผลข้อมูลที่คอนโซลกลางใหม่ ให้มีความคมชัดขึ้น มีการปรับดีไซน์เล็ก ๆ น้อย ๆ
ที่นั่งในตำแหน่งของผู้ขับขี่ จากเดิมเข้าใจว่า ค๊อกพิทตำแหน่งนี้จะไม่ได้สัมผัสได้ถึงความสบาย แต่ปรากฏว่าผิดถนัด
เพราะทัศนวิสัย ตำแหน่งการนั่งถือว่าลงตัว แถมผิวสัมผัสของ “เบาะหนัง” นั่งให้สัมผัสถึงความนุ่มนวล สบาย ๆ
ด้วยความตั้งใจให้รถคันนี้เป็นเอสยูวี ที่สามารถรองรับและตอบสนองความต้องการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ แต่ยังไม่ทิ้งความสปอร์ตที่เป็น DNA ของตัวเองทิ้งไป
มาเซราติเลือกออกแบบตำแหน่งของผู้ขับ ให้อยู่ในจุดศูนย์กลางของตัวรถ มีการกระจายน้ำหนักด้านหน้าและด้านหลังแบบเท่ากัน 50 : 50 แน่นอนว่าช่วยในเรื่องของการรักษาบาลานซ์ ทำให้เราควบคุมรถคันนี้ได้อย่างมั่นใจ
แถมเขายังเอาแบตเตอรี่ไปวางไว้ยังตำแหน่งด้านหลังของตัวรถ ทำให้รถคันนี้มีบาลานซ์และควบคุมได้ดีมาก ๆ
ส่วนการตอบสนองของอัตราเร่ง บอกเลยว่าหายห่วง เครื่องยนต์ตอบสนองได้อย่างทันอกทันใจ ตั้งแต่ย่านความเร็วต่ำ
ส่วนช่วงล่างแบบถุงลม โดยสวนตัวไม่ค่อยชอบสักเท่าไร
แต่น่าประหลาดใจว่า ลาแวนเต้ คันนี้ กลับให้ความรู้สึกค่อนข้างธรรมชาติและไม่มีอาการโยน หรือมีแรงเหวี่ยงให้สัมผัส
เรียกว่ารถคันนี้เป็นรถเอสยูวีอีกหนึ่งคันที่ขับสนุกในทุกย่านความเร็ว เพลิดเพลินเมื่ออยู่หลังพวงมาลัย
จะเลือกขับในวันทำงานในเมือง หรือชิลในวันหยุด รถคันนี้ทำได้
บางวันอยากสลัดลุก ใส่คราบ “สปอร์ต” ก็ทำได้แบบไม่เขอะเขิน กับ
ราคาค่าตัวเริ่มต้นที่ 7.99 ล้านบาท
แต่หากต้องการเพิ่มออปชั่น กับระบบความปลอดภัย ADAS ก็เติมเงิน ประมาณ 600,000 บาท
บอกเลยว่า สำหรับคนที่ต้องการหนีจากความจำเจ… มาเซราติ ลาแวนเต้ ไฮบริด คันนี้น่าสนใจ