เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
TikTok เพิ่มเครื่องมือปกป้องแบรนด์ ครอบคลุมการลงโฆษณา-ตรวจจับสินค้าปลอม
Tech TikTok เพิ่มเครื่องมือปกป้องแบรนด์ ครอบคลุมการลงโฆษณา-ตรวจจับสินค้าปลอม
ราคาทองวันนี้ (2 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,350 บาท
Krungthai COMPASS คาด กนง. คงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.00% ต่อเนื่องถึงสิ้นปี’70
Finance Krungthai COMPASS คาด กนง. คงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.00% ต่อเนื่องถึงสิ้นปี’70
‘แสนสิริ’ กวาดยอดขายมหกรรมบ้านกว่า 1,500 ล้าน เรียลดีมานด์เชื่อมั่นแบรนด์ รุกต่อโค้งท้าย ‘คุ้มเกินคาด พลาดได้ไง’
Real Estate ‘แสนสิริ’ กวาดยอดขายมหกรรมบ้านกว่า 1,500 ล้าน เรียลดีมานด์เชื่อมั่นแบรนด์ รุกต่อโค้งท้าย ‘คุ้มเกินคาด พลาดได้ไง’
ปิดฉากยื้อดีล ‘รอยัล ออคิดฯ’ GROREIT เซ็นขาย 5.3 พันล้าน รับมัดจำ 100 ล้าน
Finance ปิดฉากยื้อดีล ‘รอยัล ออคิดฯ’ GROREIT เซ็นขาย 5.3 พันล้าน รับมัดจำ 100 ล้าน
ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป แต่งตั้ง ‘พีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา’ เป็นหัวหน้าคณะผู้บริหาร
Business ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป แต่งตั้ง ‘พีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา’ เป็นหัวหน้าคณะผู้บริหาร
SC โชว์กวาดยอดขายงานมหกรรมบ้านทะลุ 1,100 ล้าน ปิด 2 โครงการบ้านหรู
Real Estate SC โชว์กวาดยอดขายงานมหกรรมบ้านทะลุ 1,100 ล้าน ปิด 2 โครงการบ้านหรู
กรุงศรี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ 33.50-34.00 ลุ้นผลเลือกตั้งสหรัฐ
Finance กรุงศรี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ 33.50-34.00 ลุ้นผลเลือกตั้งสหรัฐ
ซูซูกิ ขยายเวลา ให้ส่วนลด 110,000 บาท หลัง SUZUKI FRONX กระแสแรงเกินคาด
Automotive ซูซูกิ ขยายเวลา ให้ส่วนลด 110,000 บาท หลัง SUZUKI FRONX กระแสแรงเกินคาด
‘แกรนด์ แอสเสท’ ปรับแผนธุรกิจรุก Branded Residence 3 ทำเล เร่งลดภาระหนี้ใน 3 ปี
Real Estate ‘แกรนด์ แอสเสท’ ปรับแผนธุรกิจรุก Branded Residence 3 ทำเล เร่งลดภาระหนี้ใน 3 ปี
ดูทั้งหมด

มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 ตะลุยสแกนดิเนเวีย (2)

31 ต.ค. 2561 | 14:16น.

รายงาน

โดย วุฒิณี ทับทอง

เป้าหมายแรกของคณะเราบรรลุแล้ว เมื่อทีมเอเดินทางรวม 2,200 กิโลเมตรเพื่อส่งไม้ต่อให้เรา ทีมบีสานต่อภารกิจให้บรรลุ

และเป้าหมายที่สอง สัมฤทธิผลอย่างงดงาม พวกเราพิชิตแสงเหนือได้สำเร็จ

เช้านี้เป้าหมายสุดท้ายได้เริ่มต้นขึ้นที่ฮอนนิงสโวก

ขบวนรถมาสด้า ซีเอ็กซ์-5 เวอร์ชั่น เดนมาร์ก ทั้ง 9 คัน พร้อมนำพาพวกเราพิชิต 600 กิโลเมตรแรก

ถึงตรงนี้หลายคนคงขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำไมต้องเป็นรถมาสด้า ซีเอ็กซ์-5 เวอร์ชั่น เดนมาร์ก

ทำไมไม่ใช้รถเวอร์ชั่นบ้านเรา ก็เพราะมีเหตุเมื่อมนุษย์เราไม่สามารถเอาแน่เอานอนกับ “ธรรมชาติ” ได้

ยิ่งท้าทายเท่าไร ก็ไม่มีใครที่จะเอาชนะไปได้เหนือธรรมชาติ

เพราะเดิมรถที่จะใช้ครั้งนี้เป็นฝูงรถมาสด้าหลายรุ่น ตั้งแต่มาสด้า 2 ซีเอ็กซ์-3 และซีเอ็กซ์-5

ได้เดินทางออกจากท่าเรือแหลมฉบังล่วงหน้าก่อนพวกเราจะออกเดินทางถึงเดือนเต็ม

แต่เนื่องจากภาวะคลื่นลมในช่วงมรสุม ทำให้ฝูงรถมาสด้าไม่สามารถ ยกพลขึ้นบกได้ทันกำหนดการที่ทีมเอเดินทางไปถึง

งานนี้ทีมมาสด้า ไทยแลนด์ไม่ยอมแพ้ ใช้ทั้งปฏิภาณและไหวพริบ

ขอยืมรถจากมาสด้า เดนมาร์ก มาให้พวกเราใช้เป็นพาหนะในการเดินทางครั้งนี้อย่างทันท่วงที

และยังเป็นผลดีที่เป็นการเปิดโอกาสให้บรรดาสื่อมวลชนไทยได้สัมผัสรถมาสด้าเวอร์ชั่น ที่ขายในต่างแดน

ว่าจะมีความแตกต่างจากเวอร์ชั่นที่เรา ๆ ลูกค้าชาวไทยได้ใช้กันหรือไม่โปรดติดตาม…

มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 ทั้ง 9 คันออกเดินทาง สำหรับคันที่ “ประชาชาติธุรกิจ” ใช้ร่วมขบวนครั้งนี้

คือ ซีเอ็กซ์-5 หมายเลข 07 พร้อมผู้โดยสารทั้งสิ้น 3 คน กับกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 3 ใบ

ถูกบรรทุกไว้ที่ห้องเก็บสัมภาระตอนหลังได้อย่างพอดิบพอดี

ตั้งสติและเตือนกันให้มั่น เพราะการขับรถครั้งนี้เป็นรถพวงมาลัยซ้าย ขับชิดขวา

ทุกอย่างสวนทางตรงกันข้ามกับบ้านเรา ใช้เวลาทำความคุ้นชินกันเล็กน้อยเท่านั้น

หลังจากออกจากบรรยากาศของเขตเมืองมาแล้ว สองข้างทางโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติอันตระการตา

โดยเฉพาะเทือกเขาและสายของธารน้ำที่ทอดตัวไหลลงมาไม่ขาดสาย

ชนิดที่ว่าหนึ่งเทือกนั้นมีให้เห็น 5-7 สายเป็นอย่างน้อย

บางเทือกน่าจะมีมากกว่า สร้างความแปลกตาเป็นอย่างยิ่ง

ส่วนธารน้ำที่ไหลลงมานั้นเกิดจากการละลายของหิมะ ที่ถูกสะสมไว้ตั้งแต่ฤดูหนาวก่อนหน้าละลายลงมา

ก่อนที่จะมาบรรจบลงสู่สายน้ำด้านล่างที่มีวิ่งคู่ขนานไปกับถนน ต่อเนื่องจนกลายเป็นภาพที่คุ้นชิน

ตลอดเส้นทางที่เราขับรถอยู่ใน “นอร์เวย์”

ประเทศที่มีธรรมชาติสมบูรณ์ ต้นไม้อยู่ในช่วงของการเปลี่ยนสี มองคล้ายภาพของจิตรกรเอกที่บรรจงแต้มสีลงในผืนผ้าใบ

ที่ให้ทั้งความรู้สึกของ “ความอ้างว้าง, เหงา” และในขณะเดียวกัน ก็เป็นภาระของความหวังและการต่อสู้ ในคราเดียวกันบรรยากาศที่กำลังจะเข้าฤดูหนาว (จัด)

ถนนในนอร์เวย์นี้ ในช่วงนอกเมืองจะเป็นขนาดเลนครึ่ง วิ่งสวนกันพอให้หืดขึ้นคอ

แต่พื้นผิวของถนนนั้นเรียบกริบ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขา ตัดสลับซับซ้อน

จึงไม่แปลกใจนักที่เราจะต้องขับลัดเลาะหน้าผา สันเขา มุดอุโมงค์แล้วอุโมงค์เล่า อย่างไม่เบื่อหน่าย

ช่วงจังหวะที่ตัดเข้าอุโมงค์นั้น หน้าจอแสดงผลของรถ “มาสด้า ซีเอ็กซ์-5” ระบบนำแสดงผลเส้นทางผ่านหน้าจอ

เป็นการจำลองของเส้นทางในอุโมงค์เช่นเดียวกัน

อีกสิ่งคือความอัจฉริยะของหน้าจอแสดงผล เราใช้ “ทัมบ์ไดรฟ์” บรรจุเพลงมาเพื่อไว้เพิ่มอรรถรสในการเดินทางกว่า 300 เพลง

ปรากฏว่าจอแสดงผลสามารถอ่านค่า แสดงผลชื่อเพลงเป็นภาษา “ไทย” ได้ชัดเจน

ขณะที่รถบางรุ่นทำมาเพื่อขายในบ้านเราแท้ ๆ แต่กลับไม่สามารถอ่านค่าได้

ฐานะผู้โดยสารสิ้นสุดลงเมื่อช่วง 300 กิโลเมตรแรกของวัน

ยังเหลืออีกเกือบ 300 กิโลเมตรหลัง

ไม่รอช้ากระโดดขึ้นไปนั่งในตำแหน่งหลังพวงมาลัย ปรับตัวเองเข้ากับสภาพต่าง ๆ ของรถและเส้นทาง เราพร้อมเดินทางต่อ

หลังจากช่วงแรกเจอทั้งแดดอ่อน ฝนตก ในช่วงบ่ายแก่นี้ สายฝนก็ยังไม่ยอมทิ้งหายจากคณะเรา

จนฟ้ามืด ยิ่งต้องใช้ความระแวดระวังที่ด้านหลังพวงมาลัย บวกกับความเร็วที่ต้องใช้เพื่อให้ทันกับเวลา

และขบวนไม่ขาดตอน บางช่วงของเส้นทางที่ต้องวิ่งตามไหล่เขา ทางแคบ วิ่งสวนเลนกัน มีสะดุ้งกันทุกครั้ง

โดยเฉพาะจังหวะที่วิ่งสวนช่วงทางโค้งกับรถบรรทุกเทรลเลอร์ ช่วงที่ซ้ายเป็นเขา ขวาเป็นทะเลสาบ

โชคดีหน่อยเส้นทางมีตัดสลับระหว่างเลนวิ่งสวน และ 4 เลน กว่าถึงจุดหมายของค่ำที่เมืองทรอมโซ

เวลาที่หน้าปัดแจ้งว่าเข้าสู่ 20.30 น. นี่เป็นการซ้อมรับน้องวันแรกของการเดินทาง

รุ่งขึ้นสัญญาณนัดหมาย คือ 6-7-8 ด้วยข้อจำกัดเรื่องระยะเวลา ทำให้เราตัดสินใจได้ไม่ยาก

ที่จะลุกจากที่นอนเร็วกว่าเวลานัดหมายขึ้นมา 1 ชั่วโมง เพื่อให้พอมีเวลาได้ออกมาเดินเพื่อทำความรู้จักกับแต่ละเมืองที่เราพักค้างคืน

ระยะทางจากโรงแรมที่พักเดินมาไม่เกิน 2 บล็อก คือจุดหมายที่หมายตาไว้ตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำที่ขับรถผ่าน Tromso Domkirke ซึ่งเป็นวิหาร อาคารแบบโกธิค ซึ่งมีความเก่าแก่ ตั้งอยู่กลางเมือง

ก่อนที่จะเดินวกกลับมาชมตึกรามร้านรวงที่ช่วงเวลา 7 โมงเช้าที่แน่ ๆ ยังไม่มีร้านใด ๆ เปิดทำการ และได้เวลาล้อหมุนเมื่อเวลา 08.00 น.พร้อมสายฝน

วันนี้ไม่ไมนด์ 600 กิโลเมตร มุ่งสู่พรมแดนนอร์เวย์ตัดเข้า “ฟินแลนด์” ช่วงนี้เส้นทางเริ่มวิ่งลงสู่ที่ราบ ภาพของภูเขาสูงและธารน้ำตกเลือนหายไปกลายเป็นภูเขาที่เต็มไปด้วยก้อนหิน ให้ความรู้สึกแห้งผาก

สภาพถนนก็ไม่ได้ราบเรียบกริบ มีเส้นทางขรุขระให้ได้สัมผัส แต่เส้นทางวิ่งตรง ๆ ยาว ๆ ชวนให้สัปหงกไปหลายครั้ง

ทำเอาผู้ที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยต้องกลอกตามองตาบน…กันไป

ขบวนเราใช้เวลาอยู่ใน “ฟินแลนด์” ไม่นานนักก็ตัดข้ามมาสู่ “สวีเดน”

แวะรองท้องมือกลางวันด้วยอาหารท้องถิ่น ก่อนจะหวดกันยาว ๆ 350 กิโลเมตร

มุ่งหน้าสู่เมืองลูเลียของสวีเดน ซึ่งโชคเข้าข้างแม้เวลาจะล่วงเข้าไปสองทุ่มกว่า

เรายังมีซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างโคออปเปิดให้บริการอยู่ และกลายเป็น “โอเอซิส” สำคัญให้ชาวคณะเราได้ผ่อนคลาย

หลังจากใช้บริการมินิมาร์ตในปั๊มน้ำมันทุกแห่งที่เราได้แวะเติมมาจนเกลี้ยง

เมื่อเข็มนาฬิกาบอกว่า 08.00 น. ก็ได้เวลาบอกลาเมืองลูเลีย เพื่อก้าวข้ามอีก 900 กิโลเมตรต่อไป

เพื่อกลับเข้าสู่นอร์เวย์อีกครั้ง มุ่งไปยังเมืองอาเรีย

จะเป็นอย่างไรโปรดติดตาม

 

คลิกอ่าน >>> มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 ตะลุยสแกนดิเนเวีย (1)