ประชาชาติธุรกิจ
ซีเอสอาร์ - เอชอาร์

วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

สถาปัตย์บำบัด ช่วยเหลือ ผู้ป่วย-ตอบโจทย์ ผู้สูงอายุ

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 28 ก.ค. 2558 เวลา 15:40:59 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

สังคมในปัจจุบันมีประชากรที่ประสบปัญหาเจ็บป่วยเรื้อรังเพิ่มขึ้น ทั้งยังเป็นสังคมที่กำลังก้าวเข้าสู่ภาวะผู้สูงอายุ จึงทำให้สัดส่วนของวัยพึ่งพิงมีอัตราสูง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ทั่วโลกตระหนักดีว่า สภาพแวดล้อมภายในที่พักอาศัยของผู้ป่วย และผู้สูงอายุที่มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อคุณภาพชีวิตของกลุ่มคนเหล่านั้น รวมไปถึงผู้ดูแลที่มักเกิดความเครียดจากการดูแลผู้ป่วย

ประเด็นดังกล่าวจึงส่งผลทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างกลุ่มบริษัท จาร์เค็น จำกัด, สำนักงานวิจัยและพัฒนาการแปรงานวิจัยสุขภาพสู่การปฏิบัติ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ในการพัฒนาโครงการภายใต้แนวคิด "สถาปัตย์บำบัด (Architectural Therapy)" เพื่อช่วยเหลือสังคม

"ชลธิษฐ์ ถนัดศิลปกุล" ผู้อำนวยการ ฝ่ายออกแบบสถาปัตยกรรม กลุ่มบริษัท จาร์เค็น จำกัด กล่าวในเบื้องต้นว่า กว่า 12 ปีที่จาร์เค็นให้บริการเรื่องการออกแบบ ทั้งงานออกแบบสถาปัตยกรรม และงานออกแบบตกแต่งภายใน โดยตระหนักอยู่เสมอว่าผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมสามารถทำอะไรเพื่อสังคมได้มากกว่าการทำงานทางด้านสถาปนิกเท่านั้น

"จุดเริ่มต้นของโครงการสถาปัตย์บำบัดเกิดขึ้นเมื่อปี 2557 จากการที่ทราบว่า สำนักงานวิจัยและพัฒนาการแปรงานวิจัยสุขภาพสู่การปฏิบัติ กำลังศึกษาองค์ความรู้เรื่องของทางการแพทย์ประสานกับเรื่องของงานสถาปัตยกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ป่วยพักฟื้นประเภทโรคเรื้อรัง, กลุ่มผู้ป่วยระยะสุดท้าย, กลุ่มผู้สูงอายุที่ช่วยตัวเองได้ ที่มีหรือยังไม่มีปัญหาสุขภาพ และกลุ่มผู้สูงอายุที่ช่วยตัวเองไม่ได้"

"เพราะการบำบัดผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ทางทีมแพทย์และพยาบาลสามารถแนะนำเรื่องของร่างกาย แต่ในเรื่องของการปรับสภาพแวดล้อมเพื่อการพักฟื้นยังไม่สามารถลงลึกไปในรายละเอียดได้เท่ากับสถาปนิก จึงต้องผนวกความรู้ของทั้งสองฝั่ง"

"จากการปรับพื้นที่ภายในบ้านผ่านมุมมองทางการแพทย์ ควบคู่กับงานสถาปัตยกรรม โดยอยู่ภายใต้ความร่วมมือกับผู้บริโภค เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถดำรงชีวิตอยู่ในที่พักอาศัยอย่างสะดวก ปลอดภัย ทั้งยังตอบสนองต่อการฟื้นฟูอาการจากโรคต่าง ๆ ทั้งมิติทางด้านกายภาพ เช่น แสง, เสียง, ความลาดเอียงของพื้น, วัสดุปิดผิว และเฟอร์นิเจอร์ เพื่อให้ผู้ป่วย และผู้สูงอายุมั่นใจ พึ่งพาตัวเองได้"

รวมถึงมิติทางจิตใจซึ่งมีความสำคัญต่อการดำรงชีพของทั้งผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และผู้ดูแล เช่น การใช้งานศิลปะภาพกราฟิก หรือวิวธรรมชาติมากระตุ้นการรับรู้ หรือแม้แต่การเกื้อหนุนให้สิ่งแวดล้อมมีบทบาทจูงใจให้ผู้ป่วยดำเนินกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพของตนเอง อย่างการจัดสวนเพื่อเชิญชวนให้ออกจากห้องมามีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมของคนในบ้านมากขึ้น

"ชลธิษฐ์" อธิบายต่อว่า ทางจาร์เค็นมีบทบาทในการช่วยเหลือสังคม ภายใต้โครงการสถาปัตย์บำบัดด้วยการใช้ทรัพยากรมนุษย์ เวลา และความเชี่ยวชาญด้านงานออกแบบ เพื่อให้คำแนะนำกับโรงพยาบาล ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และญาติ โดยไม่มีคิดค่าใช้จ่ายใด ๆ

"ช่วงแรกเป็นการเริ่มต้นหาวิธีศึกษาสร้างกลไกการทำงาน วางแผน และกำหนดตารางการดำเนินงานร่วมกับสำนักงานวิจัยและพัฒนาการแปรงานวิจัยสุขภาพสู่การปฏิบัติ จากนั้นจึงเข้าไปทำงานร่วมกับแพทย์ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยเปิดคลินิกให้คำปรึกษาการออกแบบบ้านสำหรับผู้ป่วยพักฟื้นและผู้สูงอายุ 1 วันต่อสัปดาห์"

"จากนั้นทำการเข้าเยี่ยมที่บ้าน ภายใต้โครงการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยของโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อไปดูพื้นที่จริงแล้วให้คำแนะนำ ซึ่งกลุ่มผู้ป่วยที่เราลงไปพบส่วนใหญ่มาจากการคัดเลือกจากทางโรงพยาบาลรามาธิบดี โดยพิจารณาจากความพร้อมของผู้ป่วยและญาติ ที่สามารถนำคำแนะนำมาปฏิบัติได้จริง"

"เราตระหนักว่าค่าใช้จ่ายการปรับปรุงบ้านเพื่อการบำบัด เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้ป่วยและญาติตั้งกำแพง และรู้สึกว่าเป็นภาระ แทนที่จะเป็นประโยชน์ เพราะส่วนใหญ่มีฐานะการเงินไม่ค่อยดี เราจึงเน้นพิจารณาความต้องการที่แท้จริงของผู้ป่วย พยายามใช้วิธีการแก้ไขสิ่งที่มีอยู่เดิม ลดการสร้างใหม่ เพื่อประหยัดค่าวัสดุก่อสร้างที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งเจรจากับผู้รับเหมาให้ช่วยลดค่าก่อสร้างด้วย ทั้งนั้นค่าใช้จ่ายสำหรับก่อสร้างไม่ตายตัว เริ่มจากหลักพันไปถึงเกือบแสนขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย"

นอกจากเรื่องงบประมาณแล้ว สิ่งที่ผู้ป่วยและญาติกังวลคือไม่อยากให้การดำเนินการปรับเปลี่ยนที่พักอาศัยกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน ฉะนั้นจึงเป็นการบ้านของทางจาร์เค็นที่ต้องทำอะไรให้เร็วที่สุด ถูกที่สุด ทั้งยังต้องได้ผลดีต่อผู้ป่วยตามที่ต้องการ


โดยมีความท้าทายอีกอย่างหนึ่งคือ ศิลปะในการโน้มน้าว พูดให้ผู้ป่วยและญาติเข้าใจว่าสิ่งที่แนะนำเป็นประโยชน์ ที่อาจไม่เห็นผลในเร็ววัน แต่เห็นผลในระยะยาว

"ชลธิษฐ์" กล่าวด้วยว่า จากข้อจำกัดเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับการก่อสร้าง จึงทำให้ทีมงานเริ่มดำเนินการจัดตั้งกองทุนขึ้นมาภายใต้กองทุนของทางโรงพยาบาลรามาธิบดี ด้วยการขอรับบริจาคจากผู้มีกำลังศรัทธาและจิตกุศล เพื่อแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาให้สำหรับโครงการสถาปัตย์บำบัด ในการช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับก่อสร้างแก่ผู้ป่วย

"โดยมีคณะกรรมการกำกับดูแลและพิจารณาความเหมาะสมในการให้ทุนทรัพย์แก่ผู้ป่วยแต่ละราย ตอนนี้กองทุนมีความคืบหน้าและน่าจะสำเร็จภายใน 2 เดือนนี้ ดังนั้นเมื่อกองทุนมีทุนทรัพย์พอสมควร จะทำให้กลุ่มเป้าหมายนำคำแนะนำของเราไปปฏิบัติได้มากขึ้น"

ที่สำคัญเมื่อปี 2557 โครงการสถาปัตย์บำบัด เพิ่งจะคว้ารางวัล Asia Responsible Entrepreneurship-Southeast Asia 2014 สาขา Health Promotion จากองค์กรไม่แสวงผลกำไร (Enterprise Asia) ในประเทศสิงคโปร์

และทางจาร์เค็นยังได้รับเกียรติเป็นตัวแทนบริษัทสถาปนิกไทยเพียงแห่งเดียว ที่ได้ขึ้นพูดบนเวทีในงาน Singapore Design Week หรือเทศกาลการออกแบบที่ประเทศสิงคโปร์เมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อนำเสนอมุมมอง พร้อมกับแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านงานการออกแบบจากการเข้าไปช่วยเหลือ จนก่อให้เกิดประโยชน์กับคนในชุมชนต่าง ๆ ของไทยด้วย

นอกจากโครงการสถาปัตย์บำบัดจะมีประโยชน์ในการช่วยเหลือสังคมด้านคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัยแล้ว ยังเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางการแพทย์ควบคู่กับงานสถาปัตยกรรมในการบำบัด และฟื้นฟูผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ


เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้กับสหวิชาชีพทางการแพทย์ พยาบาล และสถาปัตยกรรม

สำคัญไปกว่านั้น ยังทำให้เกิดการต่อยอดองค์ความรู้ โดยล่าสุดมีการพูดคุยถึงความร่วมมือกับภาควิชาออกแบบอุตสาหกรรม ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อร่วมพัฒนาอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ป่วยที่มักมีราคาสูงมากเพราะเป็นสินค้านำเข้า ให้สามารถผลิตในประเทศไทย โดยอาศัยหลักการออกแบบ และการคัดเลือกวัสดุมาผลิตให้มีราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้

ซึ่งถือเป็นการร่วมกันพัฒนาศักยภาพของสถาปนิกรุ่นใหม่เพื่อพัฒนาประเทศชาติต่อไปในอนาคตด้วย




ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat