ประชาชาติธุรกิจ
พร็อพเพอร์ตี้

วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

รถไฟแจงยิบสร้างสายสีแดงช้าติดปรับแบบ-รื้อย้ายท่อน้ำมัน ยันค่าเคลม800ล้านยังไม่ได้จ่ายผู้รับเหมา

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 16 มิ.ย. 2560 เวลา 18:33:21 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า กรณีมีประเด็นการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ล่าช้ากว่ากำหนดเวลาและงบประมาณบานปลายนั้น มีรายละเอียดข้อเท็จจริงคือ

โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 16 ต.ค.  2550 วงเงิน 59,888 ล้านบาท ในงานโยธา งานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล ช่วงบางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ค่ารื้อย้าย ค่าจ้างที่ปรึกษา และเงินเผื่อเหลือเผื่อขาด โดยไม่รวมการจัดซื้อขบวนรถ

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2552 ครม.ได้อนุมัติปรับกรอบวงเงินลงทุนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 75,548 ล้านบาท เนื่องจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) กำหนดเงื่อนไขในการให้เงินกู้โดยให้รวมค่างานจัดซื้อตู้รถไฟฟ้าเข้าไปด้วย เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะมีขบวนรถไฟฟ้าเปิดให้บริการแก่ประชาชน

อีกทั้งการออกแบบงานระบบอาณัติสัญญาณ การควบคุมการเดินรถ ระบบจ่ายไฟฟ้า และระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจะได้ดำเนินการให้ถูกต้อง สอดคล้อง เป็นระบบที่สัมพันธ์กับผู้ผลิตรถ

ปัจจุบันแบ่งการดำเนินการออกเป็น 3 สัญญา ได้แก่

1.สัญญาที่ 1 งานก่อสร้างงานโยธาสถานีกลางบางซื่อ และศูนย์ซ่อมบำรุง

2.สัญญาที่ 2 งานโยธาสำหรับทางรถไฟช่วงบางซื่อ-รังสิต

3.สัญญาที่ 3 งานระบบราง อาณัติสัญญาณ และขบวนรถไฟฟ้า

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2559 หลังจากที่ประกวดราคาครบทั้ง 3 สัญญา มติ ครม.ปรับกรอบวงเงินลงทุนเพิ่มขึ้นเป็นอีก จำนวน 93,950 ล้านบาท (โดยแยกเป็นช่วงบางซื่อ-รังสิต 88,003 ล้านบาท และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน 5,947 ล้านบาท) เนื่องจากการปรับราคาให้เป็นปัจจุบัน ณ ช่วงเวลาที่ประกวดราคา และการแก้ไขแบบรายละเอียด ซึ่งประกอบด้วยงานหลักๆ ดังนี้

1.การปรับรูปแบบสถานีกลางบางซื่อ ทั้งในส่วนของชานชาลา การเพิ่มโครงสร้างทางวิ่ง และการปรับแนวเส้นทางการเดินรถของโครงการระบบขนส่งมวลชนฯ (สายสีแดง) ให้สอดคล้องกับแนวเส้นทางรถไฟประเภทต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

2.การแก้ไขแบบทางรถไฟช่วงบางซื่อ-รังสิต โดยเพิ่มจาก 3 ทางวิ่ง เป็น 4 ทางวิ่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินรถ และปรับโครงสร้างความกว้างของสถานีรายทาง

สำหรับประเด็นที่มีข่าวเกี่ยวกับ ร.ฟ.ท.ต้องจ่ายเงินค่าชดเชยให้บริษัทเอกชนเป็นจำนวนเงิน 800 ล้านบาท เนื่องจากการส่งมอบพื้นที่ล่าช้ากว่ากำหนดนั้น เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่ผู้รับจ้างที่ขอชดเชยจากการขยายอายุสัญญา เนื่องจากการปรับรูปแบบการก่อสร้าง และความล่าช้าในการรื้อย้ายท่อน้ำมันบริเวณสถานีกลางบางซื่อ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณา ยังไม่ได้มีการจ่ายค่าชดเชยให้ผู้รับจ้าง ซึ่งรถไฟฯ จะดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ขออนุญาตใช้พื้นที่ที่มีการส่งมอบล่าช้าต่อไป