เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,300 บาท
สศค. ชี้เศรษฐกิจไทย ก.ย. 69 ได้แรงหนุนจากการส่งออก-บริโภค ด้านท่องเที่ยวยังชะลอตัว
Finance สศค. ชี้เศรษฐกิจไทย ก.ย. 69 ได้แรงหนุนจากการส่งออก-บริโภค ด้านท่องเที่ยวยังชะลอตัว
กฎกระทรวง กำหนดแผงโซลาร์เซลล์ ต้องผ่าน มอก. ประกาศแล้ว มีผลวันนี้
News กฎกระทรวง กำหนดแผงโซลาร์เซลล์ ต้องผ่าน มอก. ประกาศแล้ว มีผลวันนี้
“ไมเนอร์” พลิกธุรกิจอาหาร ผนึกบิ๊กคอร์ปสปีดสาขา
Business “ไมเนอร์” พลิกธุรกิจอาหาร ผนึกบิ๊กคอร์ปสปีดสาขา
สมช.จับตา สหรัฐ-อิหร่าน ปะทุซ้ำกระทบเศรษฐกิจ ยันไทยมีพลังงานสำรอง
Politics สมช.จับตา สหรัฐ-อิหร่าน ปะทุซ้ำกระทบเศรษฐกิจ ยันไทยมีพลังงานสำรอง
แฮก Binance เสียหายทะลุ 2 แสนล้าน โยง ‘เกาหลีเหนือ’
Tech แฮก Binance เสียหายทะลุ 2 แสนล้าน โยง ‘เกาหลีเหนือ’
ผวาน้ำท่วมซ้ำฉุดเที่ยวหาดใหญ่ ยอดจองโรงแรมรับไฮซีซั่นร่วงเหลือ 10%
เศรษฐกิจภูมิภาค ผวาน้ำท่วมซ้ำฉุดเที่ยวหาดใหญ่ ยอดจองโรงแรมรับไฮซีซั่นร่วงเหลือ 10%
ก.ล.ต. เกาะติดไซเบอร์ Binance! ZIGA ยันบิตคอยน์อยู่ครบ ด้าน BTC เร่งตรวจสอบสินทรัพย์
Finance ก.ล.ต. เกาะติดไซเบอร์ Binance! ZIGA ยันบิตคอยน์อยู่ครบ ด้าน BTC เร่งตรวจสอบสินทรัพย์
ธอส. โชว์ผลงาน 9 เดือน ปี’69 ปล่อยสินเชื่อใหม่ 1.8 แสนล้าน คาดทั้งปีได้ตามเป้า
Finance ธอส. โชว์ผลงาน 9 เดือน ปี’69 ปล่อยสินเชื่อใหม่ 1.8 แสนล้าน คาดทั้งปีได้ตามเป้า
เดือนหน้าชง ครม. เกณฑ์ ‘เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.’ ตั้งเป้า 5 ปี ลด 3 หมื่นคน
Politics เดือนหน้าชง ครม. เกณฑ์ ‘เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.’ ตั้งเป้า 5 ปี ลด 3 หมื่นคน
ดูทั้งหมด

เปิดแผนขั้วรัฐบาลเก่า 188 เสียง “วิปเงา” จับสัญญาณ ชิงรัฐบาลใหม่

13 ก.ค. 2566 | 11:54น.
บิ๊กตู่ -ป้อม

9 พรรค 188 เสียง ประกอบด้วย 1.พรรคภูมิใจไทย 71 เสียง 2.พรรคพลังประชารัฐ 40 เสียง 3.พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง 4.พรรคประชาธิปัตย์ 25 เสียง

5.พรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียง 6.พรรคชาติพัฒนากล้า 2 เสียง 7.พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง 8.พรรคครูไทยเพื่อประชาชน 1 เสียง พรรคใหม่ 1 เสียง และ 9.พรรคท้องที่ไทย 1 เสียง พรรคร่วมรัฐบาลเดิม ไม่เป็นเอกภาพ-ไม่เป็นปึกแผ่น อย่างที่นักคณิตศาสตร์การเมืองดีดลูกคิด อย่างน้อย 71 เสียงของพรรคภูมิใจไทย

หัวหน้าค่ายสีน้ำเงิน ออกคำสั่งซ้ายหัน-ขวาหัน โชว์ระเบียบ-วินัยของ 71 ส.ส. “ไม่แตกแถว” ในการลงมติ “งดออกเสียง” ในการเลือกรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1

ทั้งที่เป็นการขับเคี่ยวกันระหว่าง “หมออ๋อง” ปดิพัทธ์ สันติภาดา จากพรรคก้าวไกล กับ “วิทยา แก้วภราดัย” พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มี “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

สำทับด้วย “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ซีอีโอภูมิใจไทย ย้ำครั้งแล้วครั้งเล่า ว่าซีกพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจบไปแล้ว เมื่อเข้าสู่การเลือกตั้งถือว่าเป็นการนับ 1 ใหม่ ฉายหนังซ้ำวาทะบันลือโลกของ “ครูใหญ่” แห่งบุรีรัมย์ยูไนเต็ด “มันจบแล้วครับนาย”

หลังรอยปริ 9 พรรคร่วมรัฐบาลเดิม โดยมิได้นัดหมาย เกิดภาพ “สองกุมาร” พรรคพี่-พรรคน้อง “เสี่ยโอ๋” ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้ากับ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อม “คู่กรณี” นายอนุทิน ก่อนจะออกแนวคิดการตั้ง “วิปรัฐบาลเดิม” เพื่อประสานรอยร้าว ไม่ให้ 188 เสียงแตก

ทว่าเมื่อ “พรรคใหญ่สุด” ของซีกพรรคร่วมรัฐบาลเดิม อย่างพรรคภูมิใจไทยขอ “ถอนตัว” ภารกิจจึงตกอยู่ที่ “พรรคพี่ใหญ่” รับหน้าที่ประสานงาน 8 พรรคให้ไปถึงแยกวัดใจ-พลิกเกมเป็นรัฐบาล

ขณะนี้อยู่ในระหว่างพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการของ ส.ส.ผู้บริหารพรรคใหญ่ กับ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลเดิม หากสามารถได้ข้อยุติจะออกมาแถลงอย่างเป็นทางการเพื่อโชว์ภาพแน่นแฟ้น

ขณะที่ “พรรคน้อง” รวมไทยสร้างชาติ ที่ออกตัวแรง-เริ่มทำงานในสภาอย่างจริงจัง โดยมี “วิทยา แก้วภราดัย” รองหัวหน้า-ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นประธานคณะทำงานประสานงานด้านการเมือง หรือ “ประธานวิปพรรค”

และมี “เลขาฯขิง” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ รับหน้าที่เป็น “ผู้จัดการรัฐบาลเงา” ประสานงานด้านการเมือง “นอกสภา” เพื่อหารือถึงแนวทางการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน

“วิทยา” ไม่รู้สึกหนักใจกับท่าทีของพรรคภูมิใจไทยที่แสดงท่าทีชัดเจน เอาตัวออกห่างจากพรรคร่วมรัฐบาลเดิม เพราะเชื่อว่าเลขาธิการพรรคจะมีการพูดคุยกันเป็นระยะ “ธรรมดา วันที่ทุกอย่างยังไม่ชัดเจนจะให้คิดเหมือนกันทีเดียวก็คงไม่ได้”

โดยในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี วันที่ 13 กรกฎาคม 2566 จะเป็นหน้าที่ของเลขาธิการพรรคที่จะตรวจสอบท่าทีของ “พรรคเพื่อน” ร่วมชั้น ส่วน “วันโหวต” พรรคร่วมรัฐบาลเดิมจะอยู่กันครบหรือไม่ “วิทยา” บอกว่า “ไหลไปตามสถานการณ์”

“เราจะไปคาดคั้น คาดการณ์ก็เหมือนการทาย เรายังไม่รู้ว่าวันที่ 13 ก.ค.โหวตครั้งเดียวจะผ่านเลยหรือไม่ หรือไม่ผ่าน แล้วจะทอดเวลากี่วัน หรือจบเพียงครั้งเดียวแล้วไปพรรคที่สองต่อ ขึ้นอยู่กับที่ประชุมรัฐสภา”

“แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 2 3 4 5 6 7 8 ก็ต้องยืนนิ่ง ๆ เป็นไปตามครรลองของระบอบ คนที่มีเสียงข้างมากควรที่จะได้รับโอกาส (เสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี) ไม่ใช่ต้องเป็นรัฐบาล แต่ได้รับโอกาสที่จะจัดตั้งรัฐบาล”

9 พรรค 188 เสียงที่เกาะกันอย่างหลวม ๆ จะเหนียวแน่นถึงวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีหรือไม่ “วิทยา” ขอไม่ก้าวก่าย เพราะคิดว่า “ยังไม่จำเป็นที่จะต้องล็อกคอกัน”

“เราไม่อาจไปล็อกใครได้ว่าต้องกอดคอกันอย่างนี้นะ ในขั้นตอนการจัดตั้งรัฐบาลเป็นความอิสระของแต่ละพรรคในการกำหนดท่าทีของตัวเอง”

“หลายพรรคกำหนดท่าทีชัดเจน ยืนยันว่า ตราบใดที่พรรคการเมืองแตะต้องมาตรา 112 ไม่เอาด้วย ส่วนพรรคไหนพูดแล้วกลับคำประชาชนจะตัดสินเอง”

“หลายพรรคมีความคิดเหมือนพรรครวมไทยสร้างชาติ คือพรรคการเมืองใดที่ไปแตะต้องสถาบันพระมหากษัตริย์ในการลดทอนพระราชอำนาจ หรือแก้ไขมาตรา 112 ไม่เอาด้วย”

“ขั้นตอนวันนี้ไม่ใช่การเริ่มงานของสภาในเรื่องการพิจารณากฎหมาย แต่เป็นการเลือกเพื่อตั้งรัฐบาล ซึ่งไม่มีกำหนดระยะเวลา ทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับว่า คนที่จัดตั้งรัฐบาลมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งหรือยัง”

“ส่วนคนที่ไม่ได้รับการชักชวนเข้าไปเป็นรัฐบาลก็ต้องเป็นฝ่ายค้าน เพราะรัฐบาลไม่เอา พรรคใดพรรคหนึ่งไปชักชวนกันเป็นฝ่ายค้านก่อน คงต้องรอดูอีกสักพัก 

เพราะคงไม่มีพรรคไหนจะประกาศเป็นฝ่ายค้าน ไม่เป็นรัฐบาล”

วิทยากล่าวทิ้งท้าย