เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ทายาทสวนสยาม’ เปิดใจน้ำท่วมปี’69 เสียหายหลาย 100 ล้าน หนักสุดรอบ 46 ปี
Business ‘ทายาทสวนสยาม’ เปิดใจน้ำท่วมปี’69 เสียหายหลาย 100 ล้าน หนักสุดรอบ 46 ปี
‘ปกรณ์’ ชี้ปลดล็อก ศก.ไทย ต้องรักษาสมดุลเศรษฐกิจ-สังคม
Politics ‘ปกรณ์’ ชี้ปลดล็อก ศก.ไทย ต้องรักษาสมดุลเศรษฐกิจ-สังคม
สนามบินภูเก็ต ประสานการบินไทยเร่งเคลียร์สัมภาระตกค้าง หลังตกค้างสุวรรณภูมิวันที่ 26 ก.ย.
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินภูเก็ต ประสานการบินไทยเร่งเคลียร์สัมภาระตกค้าง หลังตกค้างสุวรรณภูมิวันที่ 26 ก.ย.
ย้ำให้ ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ ปล่อยน้ำ 2,200 ลบ.ม./วินาที ไม่อนุมัติระบายเพิ่ม หวั่นกระทบ กทม.
Politics ย้ำให้ ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ ปล่อยน้ำ 2,200 ลบ.ม./วินาที ไม่อนุมัติระบายเพิ่ม หวั่นกระทบ กทม.
จับตา ‘เดดล็อก’ กสทช. ประมูลคลื่น-ทีวีป่วนต่อ
Tech จับตา ‘เดดล็อก’ กสทช. ประมูลคลื่น-ทีวีป่วนต่อ
PTT เคาะวงเงินปันผล 3.99 หมื่นล้าน รองรับขายหุ้นซื้อคืน 238 ล้านหุ้น
Finance PTT เคาะวงเงินปันผล 3.99 หมื่นล้าน รองรับขายหุ้นซื้อคืน 238 ล้านหุ้น
ทรัมป์ มัดรวมบิ๊กเทค วางกรอบให้ AI โตแรง-ไม่แหกกฎ
Tech ทรัมป์ มัดรวมบิ๊กเทค วางกรอบให้ AI โตแรง-ไม่แหกกฎ
สภาพัฒน์กาง ‘แผน 14’ ดัน GDP โตเกิน 3% ปักธงไทยติด Top 20 โลกปี 2572
Finance สภาพัฒน์กาง ‘แผน 14’ ดัน GDP โตเกิน 3% ปักธงไทยติด Top 20 โลกปี 2572
น้ำท่วมกระทบ ‘สวนสยาม’ ปิดปรับปรุง คาดใช้เวลาฟื้นฟู 6 เดือน
Business น้ำท่วมกระทบ ‘สวนสยาม’ ปิดปรับปรุง คาดใช้เวลาฟื้นฟู 6 เดือน
‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ คลังเคาะผู้ได้รับสิทธิรอบใหม่ 11.25 ล้านคน ไม่ผ่านเกณฑ์ 7.6 ล้านคน
Finance ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ คลังเคาะผู้ได้รับสิทธิรอบใหม่ 11.25 ล้านคน ไม่ผ่านเกณฑ์ 7.6 ล้านคน
ดูทั้งหมด

พรหมินทร์ เสนาธิการตึกไทยคู่ฟ้า เปิดแผนเคลื่อนเศรษฐกิจรัฐบาลเพื่อไทย

07 ก.พ. 2567 | 08:02น.
คอลัมน์ : Politics policy people forum

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุรีย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เสนาธิการตึกไทยคู่ฟ้า

เปิดหน้า-เปิดห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ฉายสไลด์ ฉายภาพแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ตลอด 4 เดือนที่รัฐบาลกำลังลงมือทำ

ทั้งเรื่องต่างประเทศ-แลนด์บริดจ์-การท่องเที่ยว-การลงทุน ตอบโต้คำครหาว่ายังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน

พร้อมรวบรวมเอกสารชี้ประเด็นว่าประเทศไทยกำลังเข้าใกล้คำว่า “วิกฤต” หากไม่ลงมือทำอะไร

ส่งสัญญาณวิกฤตเงินฝืด

“นพ.พรหมินทร์” เปิดสไลด์โชว์ว่า ขณะนี้ สถานะเศรษฐกิจเหมือนกบต้ม กบเป็นสัตว์เลือดเย็น เมื่อถูกต้มถึงจุดหนึ่งก็สุกเลย กว่าจะรู้ตัวก็ตายเสียแล้ว

สิ่งที่เกิดขึ้นถ้าแบ่งเรื่องสถานะเศรษฐกิจออกเป็นช่วงใหญ่ ๆ ที่เริ่มทรุดลงมาเรื่อย ๆ 3 ช่วง คือ ก่อนโควิด ช่วงโควิด และหลังโควิด

ซึ่งเศรษฐกิจไทยโตช้าตั้งแต่ก่อนโควิด-19 แล้ว โดยอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจเฉลี่ยแล้ว 7.3% ในปี 1994-1996 (ตัดช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งออกไป) ปี 1999-2007 จีดีพีโตเฉลี่ย 5.2% และปี 2010-2019 จีดีพีโตเฉลี่ย 3.6% โดยตั้งแต่ปี 2014-2019 ก่อนโควิด-19 จีดีพีโตเฉลี่ยอยู่ที่ 3.0%

ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยหลังโควิด-19 เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ เราตกต่ำเกือบต่ำสุด โดยมีฟิลิปปินส์ ต่ำที่สุด แต่วันนี้เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ทะยานขึ้นไปก่อนช่วงก่อนเกิดโควิด-19 แล้ว

ขณะที่ประเทศไทยขึ้นช้าสุดในอาเซียน ถ้าวันนี้ตัวเลขของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ที่ประเมินตัวเลขจีดีพีทั้งปีโตแค่ 1.8% แปลว่ายังไม่ถึงช่วงก่อนโควิด-19 ซึ่งจีดีพีอยู่ที่ 2.2% ดังนั้น ตอนนี้ถือว่า “ยังจมน้ำ”

ตัวชี้วัดอีกตัวหนึ่งที่สำคัญคือ สัดส่วนการลงทุนต่อจีดีพี ที่จะทำให้ประเทศอยู่ได้ ซึ่งการลงทุนของประเทศไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นเราแย่ลง

โดยเฉลี่ยตั้งแต่ 2014-2019 สัดส่วนการลงทุนต่อจีดีพีของไทยอยู่ที่ 23.6% ต่ำกว่าอินโดนิเซียที่อยู่ที่ 32.5% เวียดนาม 30% เกาหลีใต้ 29.9% มาเลเซีย 24.9% และฟิลิปปินส์อยู่ที่ 24.7% ซึ่งตัวเลขนี้กำลังบอกว่าประเทศไทยถ้าการลงทุนน้อยกว่าจีดีพี ประเทศจะถอยลง

“ดังนั้น เรื่องดิจิทัลวอลเลต แจกเงิน 1 หมื่นบาท ยิ่งมีความจำเป็นมากขึ้น ขณะนี้การปล่อยกู้จากธนาคาร ยอดที่เคยขึ้นสูงแล้วตกต่ำลงเรื่อย ๆ ปล่อยกู้ไม่ได้ เพราะมีเรื่องที่สถาบันการเงินเข้มงวดเรื่องการปล่อยกู้ เพราะกังวลเรื่องหนี้สูญ รวมถึงเรื่องการระดมทุนด้วยการออก bond ต่ำลงเช่นกัน จากที่เคยปล่อยได้สูงแต่ขณะนี้ไม่กล้าปล่อยแล้ว”

“ภาษาวิชาการเรียกว่า liquidity crisis คือ เม็ดเงินไม่พอ จึงมีสัญญาณของ SMEs ที่กำลังมีปัญหามาก มีโอกาสสร้างรายได้ แต่ไม่มีเงิน เพราะธนาคารไม่ปล่อยกู้”

“เมื่อโครงสร้างเศรษฐกิจของเราโตเฉพาะส่วนบน จึงต้องอัดฉีดเงินไปในระบบทั้งระบบ เพราะตอนนี้ขาดสภาพคล่องทั้งระบบ จึงต้องใช้คนเป็นเครื่องจักรในการใช้เงิน ถามว่าวันนี้ยอดการสั่งซื้อของในโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่ม แค่มียอดความต้องการเพิ่มเขาก็ผลิตของเพิ่มขึ้น และต้องทำให้มี momentum เมื่อ momentum ขึ้นไป เรื่องการลงทุนต่าง ๆ จะตามมา”

“ดังนั้น เรื่องแรกที่ต้องทำคือ จะต้องปั๊มหัวใจ ทำให้คนรอดก่อน” หมอมิ้งกล่าว 

นพ.พรหมินทร์

คาดการณ์ผิด ก็วางแผนผิด

นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า เราดูว่ามันวิกฤต เพราะความจริงที่มีการคาดการณ์ไว้ คาดการณ์ผิดตลอด คาดการณ์มักจะดีกว่าความเป็นจริง แต่ข้อมูลการคาดการณ์ 8 ครั้งที่ผ่านมาในรอบ 2 ปี มีการตั้งเป้าและปรับเป้ามาตลอด ความเป็นจริงไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ต่างประเทศพ้นเส้นหมดแล้ว ถ้าประมาณการคาดการณ์ผิด เราก็วางแผนผิด

เราเองในฐานะรัฐบาลดูแลใกล้ชิด เข้าใจ และมองในหลายมิติ รวมถึงเรื่องการลงทุน การส่งออก และราคาต่าง ๆ

ปัญหาสำคัญคือหน้าที่ของรัฐบาลต้องทำให้มีการเติบโต มาตรการไม่ใช่มีอันเดียว เรื่องการลงทุนเป็นอีกมิติหนึ่ง หลายคนชอบมองว่าเราจะทำแต่กระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเรากระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม

เราคำนึงถึงแฟกเตอร์ต่าง ๆ แล้ว เราจึงมีมาตรการเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเห็นทุกมูฟ แม้จะมีคนบอกว่ารัฐบาลบอกว่าไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน

ปั๊มรายได้ท่องเที่ยว

นพ.พรหมินทร์ Wrap up 4 เดือน รัฐบาลเคลื่อนแผนเศรษฐกิจอะไรแล้วบ้าง ว่า 1.ราคาพลังงานพยายามตรึงให้อยู่ ระยะยาวพยายามปรับโครงสร้าง 2.ควิกวิน มาจากการท่องเที่ยว เราได้ทำทุกวิถีทาง เปิดเรื่องฟรีวีซ่า ขณะนี้เริ่มได้ผลกลับคืนมา ผลที่เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยว ยอดของรายได้จากการท่องเที่ยวที่เราตั้งเป้านักท่องเที่ยว 25 ล้านคน ตอนนี้ 28 ล้านคน 3.ขยายสนามบิน สร้างให้ประเทศไทยเป็นแหล่งที่น่าท่องเที่ยว

เวียดนามขอให้ประเทศไทย ร่วมมือการท่องเที่ยว กัมพูชา ที่สนิทกันอยู่แล้ว รวมถึงลาว และใกล้ ๆ คือมาเลเซีย ดังนั้น 5 ประเทศรวมกันในภูมิภาคนี้ ไทยเป็นคนนำในเจรจา เราอาจเป็นนกลุ่มประเทศที่ไม่มีวีซ่าระหว่างกัน ไอเดียนี้ไปแลกเปลี่ยนกับทางสหภาพยุโรป ซึ่งสหภาพยุโรปก็ welcome

ทุกประเทศเขาอยากให้เราเป็นผู้นำในการท่องเที่ยว 1 ในประเด็นของการท่องเที่ยวคือการไปมาหาสู่กัน ซึ่งประธานาธิบดีเยอรมนี ที่มาเยือนประเทศไทย เขาพูดเลย เขา support เรื่อง FTA พอ ประเทศเราเป็นประชาธิปไตย และ welcome คนก็อยากคบค้าด้วย เพราะสมมติว่าเขาอยากเชื่อมการลงทุน เขาก็รู้สึกว่าเขามั่นใจ

บุกต่างประเทศ ดึงลงทุน

นพ.พรหมินทร์ ฉายภาพว่า นายกฯ เดินทางไปต่างประเทศ การประชุมต่างประเทศที่เกิดขึ้น เป็นมิติที่เราไปทำการเปิดตัวว่าเราเองในฐานะรัฐบาลใหม่ กลับมาฟื้นในระบบที่เชิญชวนให้มีการลงทุนและน่าลงทุน คนที่จะเข้ามาลงทุนได้ต้องมีความมั่นใจ

สิ่งเหล่านี้รูปธรรมที่เห็น มีการเยี่ยมเยียนจากต่างประเทศ ฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์ ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มาไทยครั้งแรกในรอบ 22 ปี ซึ่งถือเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับประเทศที่ให้ความเป็นประชาธิปไตยสูง และเป็นผู้นำของอียู

จากนั้น เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา และหวัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน และกรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งใช้ไทยเป็นสถานที่ในการเจรจาเรื่องสงครามการค้า เป็นตัวชี้วัดว่าประเทศไทย ค่อย ๆ เป็นประเทศที่น่าสนใจ

เรื่องการเยือนต่างประเทศ ย้อนไปการประชุม UNGA ที่สหรัฐ ไปประชุมที่จีน one belt one road เป็นการประชุมนานาชาติและถือเป็นการเยี่ยมเยียนอย่างเป็นทางการ ได้พบผู้นำของจีน 3 ระดับ คือ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง นายกฯ หลี่ เฉียง และประธานสภา Beyond ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น

หลังจากนั้นไปประชุม Gulf Cooperation Council (GCC) กลุ่มประเทศอ่าว 6 ประเทศ  นายกฯ ตามไปประชุมอาเซียน-ญี่ปุ่นอีก นอกจากนั้นเราไปกระชับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้ง มาเลเซีย ลาว

หวัง อี้ และเจค ซัลลิแวน (ภาพจากกระทรวงการต่างประเทศจีน จัดหาโดย Xinhua)

จีนต้องการแลนด์บริดจ์

สิ่งที่เราได้ฟื้นคืนมาคือ แก้ปัญหาต่าง ๆ และคบค้ากันมากขึ้น เปิดช่องกันมากขึ้น นายกฯ ไปศรีลังกา และ นายกฯ กัมพูชา มาเมืองไทย รวมถึงผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แห่งเครือรัฐออสเตรเลีย

“ที่สำคัญคือการเปิดตลาด นายกฯ ประกาศว่าเราเป็นเซลส์แมน แต่ไม่ใช่เซลส์แมนธรรมดา ต้องเชิญชวนและสร้างความมั่นใจ จุดเด่นของประเทศไทยมี 2 เรื่องคือ เรื่องทางภูมิศาสตร์ เราอยู่ในภูมิศาสตร์ที่เปิดออกทะเล ทั้งสองข้าง เราเป็น Geopolitics เราเดินนโยบายการต่างประเทศ เป็นผู้ที่สร้างบทบาทสำคัญในการสร้างความสงบ สันติสุข และความมั่งคั่งร่วมกัน เราจะไม่พยายามเป็นศัตรูกับฝ่ายไหนเลย เราไม่เป็นศัตรูกับทั้งสองฝ่าย”

“นึกถึงแลนด์บริดจ์ ผู้นำ 3 คนที่มาล้วนเห็นเรื่องแลนด์บริดจ์เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเราบอกว่าการสร้างเส้นทางคมนาคมใหม่ เพราะปกติแล้วการสัญจรต้องผ่านช่องแคบมะละกา ขณะนี้มีการเติบโตที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ในอีกไม่กีปีข้างหน้า เราขอแบ่งส่วนหนึ่งในสามมาใช้ประโยชน์จากตรงนี้ได้”

“ท่าน หวัง อี้ พูดชัดมาก แลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์ที่จีนให้ความสำคัญมาก เพราะเขาจะได้ประโยชน์ในการขนสินค้าไปยังประเทศเขา และเส้นนี้ยังมีความสำคัญ เร่งรัดให้ประเทศไทยสร้างทางรถไฟเชื่อมต่อกับรถไฟของเขาที่มาจากจีนถึงลาว เชื่อมต่อให้ไปถึงสิงคโปร์ เป็นการเชื่อมเครือข่ายของการขนส่ง ตัดถนนไปที่ไหน ที่นั่นก็เจริญ เพราะมีการขนถ่ายสินค้า มีการค้าขาย การท่องเที่ยวและการคบค้าสมาคมต่าง ๆ”

“นี่คือโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องเร่งรัด คือ รถไฟความเร็วสูง ให้เร็ว เพราะเป็นความต้องการร่วมกันในภูมิภาค พอเสร็จเซตนี้ การลงทุนก็จะเข้ามาในประเทศไทย เพราะการลงทุนประเทศไทยสามารถขายได้ทั้ง 2 ข้าง มีเส้นทางที่เชื่อมต่อ คมนาคมและขนส่ง จากจีนลงมาแล้วไป 2 ข้างก็ได้ ทั้งมหาสมุทรอินเดีย ทั้งมหาสมุทรแปซิฟิก”

“รัฐบาลทั้งรัฐบาลให้ความสำคัญอยู่แล้ว การไปโรดโชว์ก็เพื่อที่จะไปแจ้งให้ทราบว่ามีโอกาสแบบนี้มีความต้องการแบบนี้ มีใครสนมาลงทุนไหม ใครลงทุนแล้วอยากได้การใช้งานแบบไหนบ้าง เรามีตุ๊กตาใหญ่ ๆ ให้ดู นายกฯ ไป World Economic Forum เจอนักธุรกิจต่าง ๆ 10-20 ราย มีประเทศที่แสดงความสนใจมาลงทุนหลายประเทศ รวมถึงนักลงทุนจีน”

“บอกได้เลยได้รับความสนใจเกินคาด เขาเห็นศักยภาพและให้ความสนใจ มีนักลงทุนจากต่างประเทศ หลายกลุ่มให้ความสนใจ รวมถึงรัฐบาลจีนอยากให้เราไปนำเสนอแผนการนี้ให้ชัด”

บิ๊กเทค-ยักษ์อีวี ปักหมุด

นพ.พรหมินทร์ ยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม คือการลงทุนที่เขาลงมาแล้วจริง ๆ หลายประเทศบางทีไปบอกว่าจะมีการลงทุน แต่นักลงทุนไม่ไปก็มี ประเทศไทยเราต้องประกาศว่าตัวเองกำลังเป็นศูนย์กลางการผลิตรถ EV เพราะเราเคยเป็น ดีทรอยด์แห่งเอเซียมาแล้ว

หมายความว่าเราเอาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถสันดาปมาแล้ว แต่ขณะนี้โลกกำลังเปลี่ยนไปสู่โลก EV เราปรับตัวทัน เราเชิญชวนให้แปรเปลี่ยนจากสันดาปภายใน เป็นรถยนต์ EV แล้วประกาศเลยว่าเราจะส่งเสริม จึงทำให้นักลงทุน 4 ค่ายใหญ่จากจีน และ อีก 2 ค่ายใหญ่กำลังจ่อเข้ามา

“ส่วน Tesla มาขายในเมืองไทยแล้ว แต่สำคัญคืออยากให้เขามาลงทุนในประเทศไทย ที่นายกฯไปเยี่ยมเขา หรือ เขามาเยี่ยมไทยบ่อย ๆ เพราะเขามองไทยเป็นโอกาส การที่มองว่าประเทศไทยเป็น Geopolitics ที่ถูกต้อง จึงทำให้เขามั่นใจลงทุน และเราต้องปรับตัวเองคือ เรื่องพลังงานสะอาด เรื่องแพ็กเกจในการลงทุน”

“นอกจากนี้ value chain ที่สำคัญในการผลิตรถ EV คือ แบตเตอรี่ การผลิตก็จะเกิดขึ้นในประเทศไทย รวมถึง semiconductor ซึ่งประเทศไทยเคยเป็นพื้นฐานการผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์มาแล้ว จึงต้อง move up value chain”

“ที่ผมกำลังพูด ไม่ได้พูดลอย ๆ มีบริษัทที่เป็นรูปธรรมเรียบร้อยแล้ว และติดต่อเป็นระยะ และไม่ใช่เล็ก ๆ แล้ว เป็นเบอร์ใหญ่ ๆ ที่ประสบความสำเร็จของโลก”

ผลิตรถยนต์

ส่วนญี่ปุ่น เขาถืออาเซียนเป็นฐานการผลิตรถ EV ต่อไป กลุ่มโตโยต้า ตัดสินใจด้วยแพ็กเกจของเรา รับปากกับเราชัดเจน ประกาศว่าจะลงทุนอีก 5 หมื่นล้านบาท ในรอบ 5 ข้างหน้า ตามด้วย ฮอนด้า 5 หมื่นล้าน อีซูซุ 3 หมื่นล้าน ตามด้วยมิตซูบิชิ 2 หมื่นล้าน รวม 1.5 แสนล้านบาท นี่คือรูปธรรมที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ เรื่อง data center ผูกพันกับ AI ด้วย มีอีกกลุ่มใหญ่ นายกฯ คุยกับกลุ่ม AWS ซึ่งถือเป็นรายใหญ่มาก Microsoft ก็สนใจลงทุนอยู่แล้ว และจะขยายการลงทุนที่เป็น data center และทุก ๆ การลงทุนจะพูดถึงหลักพันล้านเหรียญสหรัฐ

Google ประกาศในเว็บไซต์ตัวเองแล้วว่าจะมาลงทุน data center ทีมข้างหลังติดต่อกันตลอดเวลา Apple  ยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการพัฒนาผู้ประกอบการดิจิทัล

อีกด้านหนึ่งที่ไม่ลืมคือ หัวเหว่ย ที่ลงทุนอยู่แล้วในประเทศไทยก็จะขยายการลงทุน ไทยไปลงนามสัญญาให้มาลงทุน data center เพิ่มขึ้น และผลิตคนที่เกี่ยวข้องกับ AI ปีละ 1 หมื่นคน ติดต่อกัน 5 ปี

“เราบาลานซ์ทั้ง 2 ค่าย ทุกค่ายเห็นประเทศเราเป็นโอกาสในการสร้างฐานการลงทุน คือการแก้ปัญหาคนที่พูดว่า เวลาการกระตุ้นเศรษฐกิจ เราจะไม่กระตุ้นเฉพาะที่เห็น เราเปิดประตูการท่องเที่ยว เราเปิดประตูการสร้างงานในอนาคต”

ผุดกฎหมายอำนวยความสะดวก

ด้าน Rule of law ได้มีการเร่งรัดอำนวยความสะดวก ซึ่งได้เร่งรัดให้กติกาต่าง ๆ ล่าสุดมีร่างกฎหมายฉบับหนึ่งจะเสร็จเร็ว ๆ นี้ เป็นกฎหมายที่ทำให้การทำธุรกิจสะดวกขึ้น นอกจากนี้ เราต้องเจรจา FTA ต่อ เพราะหมายถึงว่าผลิตในประเทศไทยจะส่งออกได้ในหลายประเทศขึ้น จุดนี้เราต้องเสริมต่อให้แข็งแรง

ด้านการเกษตร ด้วยมาตรการต่าง ๆ ที่ไปเจรจา ดึงราคาพืชผลทางการเกษตร เราดูแลครบวงจร ขณะเดียวกันเราหาช่องทางใหม่ ๆ เรื่องวัว ล่าสุดมีการเจรจากับเวียดนาม สามารถส่งออกได้เพิมมากขึ้น เราเป็นคนเจรจาเพื่อให้การค้าขายดีขึ้น นำรายได้มาสู่เกษตรกรที่ดีขึ้น ดีกว่าที่ผ่านมาที่จ่ายชดเชยให้อย่างเดียว เกือบตายแล้วมาหยอดน้ำข้าวต้ม จากนั้น แก้ปัญหาระยะยาว เรื่องปัจจัยที่ดิน นำให้พื้นที่ ส.ป.ก.เปลี่ยนเป็นโฉนดได้อย่างมีเงื่อนไข เพื่อนำไปกู้เงินกับ ธ.ก.ส.ได้ ซึ่งกำลังร่างกฎหมายอยู่ในสภา

การค้าชายแดน

ไม่เพียงแต่เรื่องเหล่านี้ การติดต่อค้าขายชายแดน เรากำลังเจรจาอยู่ ทุกครั้งที่รัฐบาลไปชายแดน มีความคืบหน้าทั้งสิ้น เช่น ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 ก็จะมีมติบางเรื่องก่อนไปประชุมกับกัมพูชา โดยเฉพาะเรื่องพื้นที่ทับซ้อน เป็นความปรารถนาร่วมของทั้งสองประเทศ ก็คงมีการหารือกันต่อไป รัฐบาลนี้น่าจะมีความสัมพันธ์ดีที่สุดกับประเทศกัมพูชา

“ทั้งหมดนี้ กำลังพูดถึงว่า ถ้าเราสร้างบรรยากาศการลงทุน และเป็นหลักประกันให้เห็นถึงศักยภาพของเรา”  นพ.พรหมินทร์ กล่าว