จริงหรือไม่! ปิยบุตรถามรัฐบาล สั่งส.ส.ห้ามแพ้ ญัตติ กมธ.ม.44 ทำสภาล้มถึง 2 ครั้ง

จริงหรือไม่! ปิยบุตรถามรัฐบาล สั่งส.ส.ห้ามแพ้ ญัตติ กมธ.ม.44 ทำสภาล้มถึง 2 ครั้ง

เมื่อวันที่ 30 พ.ย. นายปิยบุตร แสงกนกกุล ประธานกรรมาธิการกฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร ส.ส. และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์วิดิโอวิจารณ์ กรณีเหตุสภาล้มถึงสองครั้ง โดยสาเหตุมาจาก ฝ่ายรัฐบาลขอให้มีการโหวตใหม่ หลังแพ้โหวต กมธ.ม.44 โดยสื่อมวลชนหลายสำนัก รายงานตรงกันว่าเกิดจาก ผู้ใหญ่ในรัฐบาลสั่งมาให้ไม่ยอม ให้มีการตั้ง กมธ. ม. 44 โดยระบุว่า

“แพ้ก็คือแพ้” รัฐบาลคุ้นชินใช้อำนาจเผด็จการจนลืมว่านี่คือระบบรัฐสภา

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์สภาล่มถึง 2 ครั้ง เนื่องมาจากการลงมติ ญัตติด่วน “ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจากการใช้อำนาจของ คสช. การออกคำสั่งของและการใช้มาตรา 44 ของ คสช.”

ที่ผ่านมามีการลงมติหลายครั้ง ฝ่ายรัฐบาลแพ้บ้าง ฝ่ายค้านแพ้บ่อยกว่า ในครั้งที่ฝ่ายรัฐบาลแพ้การลงมติที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ขอให้มีการนับคะแนนใหม่ แล้วทำไมญัตติการตั้ง กมธ.นี้ถึงเดิมพันสูงแบบนี้ ทั้งๆ ที่ตั้งมาเพียงเพื่อศึกษา เรียบร้อยแล้วก็จะได้รายงานหนึ่งฉบับ นำเข้าสภา ไม่มีอำนาจใดๆ ไปบังคับสั่งการ เหตุใดฝ่ายรัฐบาล ถึงไม่ยอมแพ้ แพ้แล้วแต่ไม่ยอมแพ้จึงต้องขอนับคะแนนใหม่ หรือจะเป็นไปตามข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์วันนี้ว่า มีการสั่งการมาบอกว่าให้แพ้ไม่ได้ใช่หรือไม่

หากข่าวที่ว่าบิ๊กๆ ในรัฐบาลไม่ยอมให้ตั้ง กมธ. ชุดนี้เป็นเรื่องจริง ก็จะสะท้อนถึงความคุ้นชินในการใช้อำนาจเผด็จการ การใช้อำนาจเผด็จการโดยไม่มีใครตรวจสอบมาตลอด 5 ปี วันนี้กลับเข้ามาสู่ระบบปกติ มีการเลือกตั้งมีสภา ซึ่งก็ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจต่างๆ ของรัฐบาลแล้วสภาผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาของคณะ คสช. สิ่งหนึ่งที่ผู้มีอำนาจในรัฐบาลชุดนี้จะต้องตระหนักเอาไว้ คือ สภาผู้แทนราษฎรไม่ใช่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เหมือนที่พวกท่านเคยทำกันมา พวกเราไม่ได้มาจากการแต่งตั้งของพวกท่าน ถ้าสภามีมติชัดเจนไปแล้ว ก็ควรจะแพ้ให้เป็น คุณกังวลใจกับการตรวจสอบพวกคุณมาก กังวลใจกับการสืบทอดอำนาจของพวกคุณมาก จนทำให้ระบบทั้งหลายพังไปหมดแล้ว

เมื่อมีมติออกมาแล้วไม่ยอมรับขอให้นับใหม่ ไม่ยอมมาตอบกระทู้ในสภาฯ ไม่ยอมมาชี้แจงต่อกรรมาธิการ ทั้งหมดทั้งมวลส่งผลให้เกิดการเสียต้นทุนมหาศาล ยอมแลกศักดิ์ศรีของสถาบันการเมืองต่างๆ ยอมแลกระบบรัฐธรรมนูญ ยอมแลกเอาทุกสิ่งทุกอย่าง เพียงเพื่อให้ได้สืบทอดอำนาจ เพียงเพื่อให้ได้กลับเข้ามามีอำนาจต่อ เพียงเพื่อให้ได้เป็นรัฐบาลต่อ เพียงเพื่อไม่ให้ใครเข้ามาตรวจสอบ ตกลงแล้วเราจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างในประเทศพังลงไป เพียงเพื่อรักษาอำนาจของคนไม่กี่คนอย่างนั้นหรือ

ท่านเรียกคนอื่นเข้าไปปรับทัศนคติมาโดยตลอด ท่านต้องไปปรับทัศนคติตนเองบ้าง ตอนนี้ก็ได้เป็นรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญแล้ว อยู่ในระบบรัฐสภาแล้ว ต้องยอมรับการทำงานของสภาและมติในสภา “แพ้ก็คือแพ้” อย่าเป็นคนที่ยอมไม่ได้ หัดเรียนรู้การทำงานของระบบรัฐสภาเสียบ้าง ต้องยอมรับว่าสภาเป็นกลไกสำคัญมีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการ

ปิยบุตร: สรุปเหตุการณ์สภาล่ม!

[ “แพ้ก็คือแพ้” รัฐบาลคุ้นชินใช้อำนาจเผด็จการจนลืมว่านี่คือระบบรัฐสภา ].การประชุมสภาผู้แทนราษฎรช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์สภาล่มถึง 2 ครั้ง เนื่องมาจากการลงมติ ญัตติด่วน “ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจากการใช้อำนาจของ คสช. การออกคำสั่งของและการใช้มาตรา 44 ของ คสช.”.ที่ผ่านมามีการลงมติหลายครั้ง ฝ่ายรัฐบาลแพ้บ้าง ฝ่ายค้านแพ้บ่อยกว่า ในครั้งที่ฝ่ายรัฐบาลแพ้การลงมติที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ขอให้มีการนับคะแนนใหม่ แล้วทำไมญัตติการตั้ง กมธ.นี้ถึงเดิมพันสูงแบบนี้ ทั้งๆ ที่ตั้งมาเพียงเพื่อศึกษา เรียบร้อยแล้วก็จะได้รายงานหนึ่งฉบับ นำเข้าสภา ไม่มีอำนาจใดๆ ไปบังคับสั่งการ เหตุใดฝ่ายรัฐบาล ถึงไม่ยอมแพ้ แพ้แล้วแต่ไม่ยอมแพ้จึงต้องขอนับคะแนนใหม่ หรือจะเป็นไปตามข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์วันนี้ว่า มีการสั่งการมาบอกว่าให้แพ้ไม่ได้ใช่หรือไม่.หากข่าวที่ว่าบิ๊กๆ ในรัฐบาลไม่ยอมให้ตั้ง กมธ. ชุดนี้เป็นเรื่องจริง ก็จะสะท้อนถึงความคุ้นชินในการใช้อำนาจเผด็จการ การใช้อำนาจเผด็จการโดยไม่มีใครตรวจสอบมาตลอด 5 ปี วันนี้กลับเข้ามาสู่ระบบปกติ มีการเลือกตั้งมีสภา ซึ่งก็ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจต่างๆ ของรัฐบาลแล้วสภาผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาของคณะ คสช. สิ่งหนึ่งที่ผู้มีอำนาจในรัฐบาลชุดนี้จะต้องตระหนักเอาไว้ คือ สภาผู้แทนราษฎรไม่ใช่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เหมือนที่พวกท่านเคยทำกันมา พวกเราไม่ได้มาจากการแต่งตั้งของพวกท่าน ถ้าสภามีมติชัดเจนไปแล้ว ก็ควรจะแพ้ให้เป็น คุณกังวลใจกับการตรวจสอบพวกคุณมาก กังวลใจกับการสืบทอดอำนาจของพวกคุณมาก จนทำให้ระบบทั้งหลายพังไปหมดแล้ว.เมื่อมีมติออกมาแล้วไม่ยอมรับขอให้นับใหม่ ไม่ยอมมาตอบกระทู้ในสภาฯ ไม่ยอมมาชี้แจงต่อกรรมาธิการ ทั้งหมดทั้งมวลส่งผลให้เกิดการเสียต้นทุนมหาศาล ยอมแลกศักดิ์ศรีของสถาบันการเมืองต่างๆ ยอมแลกระบบรัฐธรรมนูญ ยอมแลกเอาทุกสิ่งทุกอย่าง เพียงเพื่อให้ได้สืบทอดอำนาจ เพียงเพื่อให้ได้กลับเข้ามามีอำนาจต่อ เพียงเพื่อให้ได้เป็นรัฐบาลต่อ เพียงเพื่อไม่ให้ใครเข้ามาตรวจสอบ ตกลงแล้วเราจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างในประเทศพังลงไป เพียงเพื่อรักษาอำนาจของคนไม่กี่คนอย่างนั้นหรือ.ท่านเรียกคนอื่นเข้าไปปรับทัศนคติมาโดยตลอด ท่านต้องไปปรับทัศนคติตนเองบ้าง ตอนนี้ก็ได้เป็นรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญแล้ว อยู่ในระบบรัฐสภาแล้ว ต้องยอมรับการทำงานของสภาและมติในสภา “แพ้ก็คือแพ้” อย่าเป็นคนที่ยอมไม่ได้ หัดเรียนรู้การทำงานของระบบรัฐสภาเสียบ้าง ต้องยอมรับว่าสภาเป็นกลไกสำคัญมีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการ#อนาคตใหม่ #ปิยบุตร #แพ้ก็คือแพ้ #สภาล่ม

โพสต์โดย Piyabutr Saengkanokkul – ปิยบุตร แสงกนกกุล เมื่อ วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2019


QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์ @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ