“แรมโบ้อีสาน” ชี้ ส.ศิวรักษ์ ให้ท้ายคนจาบจ้วง ไม่ควรให้ค่า

ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก Sulak Sivaraksa

หลังนักเขียนชื่อดัง “ส.ศิวรักษ์” โผล่ร่วมปราศัยม็อบ 25 พ.ย. พร้อมประกาศลั่น พวกท่านทั้งหลายจะร่วมกันถีบประยุทธ์ด้วยความเคารพ ให้ออกพ้นจากอำนาจรัฐบาล ล่าสุด “แรมโบ้อีสาน” จวก ส.ศิวรักษ์ เหมือนยาหมดอายุ ไม่คววรให้ค่า จ่อดำเนินคดี 

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 มติชน รายงานว่า นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นการกล่าวหาใส่ร้ายนายกฯ ที่บิดเบือนมาก ตนกำลังให้ฝ่ายกฎหมายถอดคำปราศรัยที่ นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ โจมตีนายกฯ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

และขอย้ำว่า ที่นายกฯนำมาตรา 112 มาใช้ ถือว่าได้ทำตามกฎหมายที่นำใช้กับกลุ่มผู้ชุมนุม ที่มีพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบัน ซึ่ง นาย ส.ศิรักษ์ ก็ย่อมรู้ดีแก่ใจอยู่แล้วว่า กลุ่มผู้ชุมนุมก้าวร้าวจาบจ้วง บิดเบือนใส่ร้ายสถาบัน ให้เกิดความเสียหายอย่างไรบ้าง

“ตนยังขอยืนยันว่า นายกฯเป็นผู้ที่มีความจงรักภักดีอย่างมาก ไม่เคยขัดพระราชโองการ และมาตรา 112 ยังมีไว้กับคนที่บิดเบือน ก้าวล่วงพระราชวงศ์ คนเหล่านี้สมควรต้องได้รับโทษให้สาสมแก่ใจ และถือว่า เป็นคนสิ้นคิดและหนักแผ่นดินจริงๆ ดังนั้น นาย ส.ศิรักษ์ อย่าตีมึนกับพฤติกรรมของกลุ่มผู้ชุมนุมที่เกิดขึ้น และควรยอมรับกฎหมายที่มีอยู่

ตนยังมองว่านาย ส.ศิวรักษ์ เป็นผู้ที่อาวุโสมากแล้ว แทนที่จะออกมาห้ามปรามแกนนำกลุ่มชุมนุม ไม่ควรเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มราษฎร แต่ยังไปเติมเชื้อไฟให้ปะทุมากขึ้นอีก ทั้งนี้ ยังให้ท้ายคนล้มเจ้า จาบจ้วงสถาบัน ก้าวร้าว ใส่ร้ายต่อสถาบัน และยังมากล่าวหาโจมตีนายกฯให้เกิดความเสียหาย เช่นนี้คงไม่สามารถจะปล่อยให้เกิดขึ้นอีกต่อไปได้ จึงยืนยันว่าจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายให้เด็ดขาด”

นายสุภรณ์กล่าวอีกว่า นาย ส.ศิวรักษ์ เปรียบเหมือนตะวันใกล้ตกดิน ไม่ควรออกมาสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง ตั้งแต่หนุ่มจนแก่ทำประโยชน์อะไรให้กับประเทศชาติบ้าง มีแต่คอยจาบจ้วง ก้าวล่วงสถาบันมาโดยตลอด คนประเภทนี้ไปอยู่ที่ไหนก็หนักแผ่นดิน มีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ มีแต่คิดร้ายต่อสถาบัน ตายไปก็ตกนรกลงกระทะทองแดง เพราะไม่สำนึกต่อคุณแผ่นดินและพระบารมีบูรพกษัตริย์ไทยที่ปกป้องให้มีแผ่นดินอยู่อาศัย
“นายสุลักษณ์ได้ดำรงชีวิตตั้งแต่เด็กจนแก่เฒ่ามา จนเกือบจะใกล้ลงโลงอยู่แล้ว ยังไร้จิตสำนึกอีก คนแบบนี้เปรียบเหมือนภาษิต “แก่เพราะอยู่นาน” ไม่มีประโยชน์ต่อแผ่นดินเลยสักนิด เปรียบเสมือน “ยาหมดอายุ” ไม่ควรให้ค่า และ นาย ส.ศิวรักษ์ ก็มีอายุมากแล้ว ควรเอาเวลาไปเลี้ยงหลานหรือเข้าวัดทำบุญมากกว่า จะได้ไถ่บาปที่คิดร้ายต่อสถาบันตลอดมาทั้งชีวิต และไม่ควรออกมาเคลื่อนไหว สร้างความวุ่นวายให้บ้านเมืองอีกต่อไป” นายสุภรณ์กล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ