เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
World โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
ดูทั้งหมด

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 8 ต่อ 1 ตั้ง ส.ส.ร.แก้ไขรัฐธรรมนูญได้

11 มี.ค. 2564 | 15:32น.
ศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลมีคำวินิจฉัย ให้ตั้ง ส.ส.ร.เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ได้ แต่ต้องทำประชามติถึง 2 ครั้ง

วันที่ 11 มีนาคม 2564 ศาลรัฐธรรมนูญ เผยแพร่ คำวินิจฉัย การลงมติ การวินิจฉัยคำร้องของนายไพบูลย์ นิติตะวัน และนายสมชาย แสวงการ สมาชิกรัฐสภา ที่ขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจรัฐสภาในการตั้ง ส.ส.ร.เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่

ทั้งนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ลงมติ 8 ต่อ 1 เห็นว่ารัฐสภามีอำนาจหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้วลงประชามติอีกครั้ง

โดยในช่วงเช้าวันนี้ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้นัดประชุมเพื่อแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ คำร้องที่ประธานรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 (1)

ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่า รัฐสภามีอำนาจหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ต้องให้ประชาชนลงประชามติเห็นชอบหรือไม่ กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่ง

กรณีการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มาจากคำร้องที่ประธานรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 (1)

สืบเนื่องจากที่ประชุมรัฐสภา มีมติด้วยเสียงข้างมาก เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 เห็นชอบให้พิจารณาญัตติด่วนที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) เสนอให้รัฐสภาพิจารณา เพื่อขอมติให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 วรรคหนึ่ง ( 2) เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256 (1)

ประกอบกับการศาลรัฐธรรมนูญ ให้ผู้เกี่ยวข้อง คือ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ และนายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรธ. ทำความเห็นเป็นหนังสือต่อกรณีปัญหาดังกล่าว เสนอต่อศาลเพื่อมาประกอบการวินิจฉัย

ก่อนหน้านี้ ทั้งความเห็นของนักวิชาการ ฝ่ายค้าน ต่างมองในทางเดียวกันว่ารัฐสภามีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้นี้ “ปริญญา เทวานฤมิตรกุล” รองอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ และอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ให้ความเห็นผ่านเพจข่าวช่อง 3 ถึงแนวโน้มวินิจฉัยของศาลว่า

1.ศาลเห็นว่ากรณีนี้ยังไม่เป็นปัญหา รัฐสภาสามารถแก้ไขเองได้ ส่งเรื่องกลับให้รัฐสภาเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป

2.เห็นว่ารัฐสภามีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้มี ส.ส.ร. มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับได้เนื่องจากที่ผ่านมาก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง คือ

ตอนแก้ไขเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2492 และ ฉบับปี 2540 ซึ่งก็ไม่ขัดกับความเห็นของศาลรัฐธรรมนูญที่เคยวินิจฉัยเกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2555 ที่ระบุว่าหากจะเป็นการแก้ไขทั้งฉบับให้ทำประชามติก่อน ซึ่งการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภาตอนนี้เป็นเพียงการตั้งเรื่องขึ้นมา หากผ่านสภาก็ต้องไปทำประชามติก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ นั่นคือ ผู้ตัดสินใจว่าจะให้มี ส.ส.ร.มาร่างรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ ก็คือ ประชาชน

3. รัฐสภา ไม่มีอำนาจ ซึ่งจะทำให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในรัฐสภาตกไปทั้งหมด และในอนาคตก็จะไม่สามารถทำได้

ขณะที่ “ชูศักดิ์ ศิรินิล” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประธานคณะทำงานกฎหมาย ให้ความเห็นสอดคล้องกับ “อ.ปริญญา” โดยยก คำวินิจฉัยรัฐธรรมนูญ 2555 เป็นการวินิจฉัยรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 291 ไม่ได้มีวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเหมือนรัฐธรรมนูญมาตรา 256(8) เลยในเรื่องการทำประชามติ

แต่ศาลรัฐธรรมนูญให้ไปทำประชามติเสียก่อน โดยอ้างว่ารัฐธรรมนูญ 2550 ผ่านประชามติของประชาชน โดยตรรกะ และเหตุผล ที่เราทำอยู่คือขอประชามติ ไม่ได้เปลี่ยนแนวไปจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

“ดังนั้น โดยความเห็นส่วนตัว ศาลไม่น่าที่จะบอกว่าไม่ถูก โดยเหตุโดยผลไม่มีช่องทางไปตัดสินว่าการกระทำไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แม้จะอ้างคำวินิจฉัยเดิมก็ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ส่วนตัวยังคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคิดว่าไปได้ โหวตต่อในวาระ 3”

ชูศักดิ์ ยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของรัฐสภา

ขั้นตอนต่อไป ทุกฝ่ายจับตาว่า “รัฐสภา” จะลุยโหวตลงมติวาระที่ 3 เลยหรือไม่ หรือญัตติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่รอการโหวตในวาระที่ 3 “ต้องถูกตีตก” หรือ “ต้องพักไว้ก่อน”

เพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า “ต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”

จึงต้องมีการ “ตีความอีกคำรบ” หากลุยโหวตในวาระที่ 3 เกมจะเคลื่อนไปอยู่ฝั่ง  ส.ว. เพราะในการโหวตวาระที่ 3 เงื่อนไขการโหวตผ่านรัฐธรรมนูญต้องใช้ เสียง ของ ส.ว.เห็นชอบด้วยในจำนวน 1 ใน 3 (84 เสียง) และได้รับเสียงเห็นชอบจากพรรคการเมืองในรัฐสภาที่ไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรี หรือ ประธาน – รองประธานสภาสังกัดอยู่ ไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของทุกพรรคการเมือง

และให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา 737 เสียง แบ่งเป็น ส.ส.487 เสียง และ ส.ว.250 เสียง

“ชูศักดิ์” กังวลพอสมควรคือ 84 เสียง ของ ส.ว.เพราะเราเห็นจุดยืนเดิมที่แสดงออกมาไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่นักที่ทำแบบนี้ แต่รัฐบาลไม่ห่วงเพราะเป็นคนเสนอร่าง ไม่มีเหตุผลที่วาระ 3 ขอตีตก

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศาลรัฐธรรมนูญ