เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศุภจี ชี้เวที IMF-World Bank ผู้ร่วมกว่า 2 หมื่นทำเงินสะพัด โอกาสทองดึงลงทุน
Economic ศุภจี ชี้เวที IMF-World Bank ผู้ร่วมกว่า 2 หมื่นทำเงินสะพัด โอกาสทองดึงลงทุน
แอมเนสตี้ เผยผลสังเกตการณ์ชุมนุมต้าน IMF – World Bank พบผู้บาดเจ็บ หวั่นใช้กำลังและจำกัดสิทธิ
News แอมเนสตี้ เผยผลสังเกตการณ์ชุมนุมต้าน IMF – World Bank พบผู้บาดเจ็บ หวั่นใช้กำลังและจำกัดสิทธิ
ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณ 67,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณ 67,000 บาท
148 วัน เควิน วอร์ช AI พลิกโฉมการเงินโลก บนเวที IMF
World 148 วัน เควิน วอร์ช AI พลิกโฉมการเงินโลก บนเวที IMF
จากดราม่าโกคาร์ทถึงครอบครัวดารา เปิดอาณาจักร ธุรกิจหมื่นล้าน ไฮโซ ‘น็อต-ชมพู่’
Biz Movement จากดราม่าโกคาร์ทถึงครอบครัวดารา เปิดอาณาจักร ธุรกิจหมื่นล้าน ไฮโซ ‘น็อต-ชมพู่’
“ศุภจี” ผนึก ICC ดัน SMEs ไทยครบวงจร ชู 3 แกน “ทักษะ-ทุน-ตลาด” เชื่อมการค้าโลก
Economic “ศุภจี” ผนึก ICC ดัน SMEs ไทยครบวงจร ชู 3 แกน “ทักษะ-ทุน-ตลาด” เชื่อมการค้าโลก
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ต.ค. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ต.ค. 2569
พจน์ ชี้ IMF–World Bank 2026 เติมความเชื่อมั่นไทย คาดเงินสะพัดไม่ต่ำ 1 หมื่นล้าน
Economic พจน์ ชี้ IMF–World Bank 2026 เติมความเชื่อมั่นไทย คาดเงินสะพัดไม่ต่ำ 1 หมื่นล้าน
ส.อ.ท. ดัน FTI SME Funding Connect เชื่อม 8 สถาบันการเงิน เปิดทาง SMEs เข้าถึงทุน
Economic ส.อ.ท. ดัน FTI SME Funding Connect เชื่อม 8 สถาบันการเงิน เปิดทาง SMEs เข้าถึงทุน
สิ้นเจ้าสัว ‘ดร.สรรเสริญ จุฬางกูร‘
Automotive สิ้นเจ้าสัว ‘ดร.สรรเสริญ จุฬางกูร‘
ดูทั้งหมด

สุรชาติ : วิเคราะห์ 9 วิกฤตรัฐบาล “ประยุทธ์” มีพลังพิเศษที่ทำให้อยู่รอดได้

09 พ.ค. 2564 | 10:30น.
รายงานพิเศษ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กำลังถูกต้อนเข้ามุมอับ ฝีมือผู้นำประเทศในการแก้ปัญหาโรคระบาดกำลังถูกท้าทาย

วัคซีนที่ตามเป้าหมายจะต้องกระจายไปทั่วประเทศยังเข้ามาไม่สอดรับกับการแพร่ระบาด ยังต้องรอวัคซีนลอตใหญ่อีกอึดใจกว่าจะไปถึงแขนคนไทยทั่วประเทศอย่างครอบคลุม

ยิ่งสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายช้าลงเท่าไหร่ ยิ่งกระทบต่อเศรษฐกิจ เงินในกระเป๋าของประชาชนในภาวะที่รัฐบาลไม่ประกาศล็อกดาวน์ แต่ชาวบ้านร้านถิ่นก็เหมือนถูกล็อกดาวน์ ถึงขั้นผู้ประกอบการ SMEs คนรุ่นใหม่ที่เดือดร้อน ตั้งกรุ๊ป “ย้ายประเทศกันเถอะ” สร้างกระแสทะลุโซเชียล มีคนเข้าไป join กรุ๊ปกว่าครึ่งล้าน

จนกระทรวงดีอีเอสต้องออกมาจับตาความสุ่มเสี่ยง หมิ่นเบื้องสูง

แต่ฝ่ายค้านหมายมั่นปั้นมือว่า หากเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร 22 พฤษภาคมนี้ จะใช้เวทีรัฐสภาเป็น “เครื่องด่า” รัฐบาลเปิดเวทีซักฟอกแบบไม่ลงมติ และถลุงการใช้งบประมาณที่ขาดประสิทธิภาพ

ยังไม่นับม็อบราษฎรที่ปะทุตามสถานการณ์การปล่อย-ไม่ปล่อยตัวของแกนนำราษฎรที่นอนเรือนจำในคดี 112 และกฎหมายความมั่นคงที่ยังรอการประกันตัว กระบวนการยุติธรรมที่ถูกตั้งคำถามจากสังคม

นับจากนี้ไปรัฐบาลประยุทธ์จะฝ่ากับดักอะไรบ้าง “สุรชาติ บำรุงสุข” นักวิชาการรัฐศาสตร์ ด้านความมั่นคง จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์มรสุมใหญ่อันเป็นวิกฤต 9 เรื่องที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ต้องฝ่า

เรื่องที่ 1 เป็นวิกฤตการบริหารจัดการวัคซีน เพราะผลจากการระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 เครื่องมือต่อสู้ที่สำคัญที่สุด คือ ตัววัคซีน และการที่รัฐบาลไทยปฏิเสธการช่วยเหลือขององค์การอนามัยโลกในโครงการโคแวกซ์ ปฏิเสธที่จะซื้อวัคซีนล่วงหน้าปี 2563 และปฏิเสธการช่วยเหลือของภาคเอกชน จะกลายเป็นโจทย์ใหญ่ส่งผลอย่างมาก จะทำให้การระบาดเกิดขึ้น

คนชั้นกลางกลายเป็นคนจน

วิกฤตที่ 2 เป็นวิกฤตเศรษฐกิจ ผลพวงจากโควิด-19 จากปี 2563 ต่อเนื่องระยะยาว หลังจากระลอก 3 จะยังมีระลอก 4-5 หรือไม่ เศรษฐกิจที่ทรุดอย่างมากจากโควิดปี 2564 น่าจะรุนแรงมากขึ้น ถ้าช่วงกลางปียังไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดแล้วยังมีระลอก 4 เกิดขึ้น สถานะของเศรษฐกิจไทยยิ่งน่าเป็นปัญหาใหญ่

และปัญหาที่น่าจะเลิกถาม คือ เศรษฐกิจเผาจริง หรือเผาหลอก เพราะวันนี้เศรษฐกิจไทยเผาจริงทุกปี เผาจริงจนไม่เหลือกระดูกให้เผาแล้ว อาการตกของเศรษฐกิจไทยเป็นลักษณะตัว L แล้วลากยาว คำถามคือหางของ L จะกระดกขึ้นได้เมื่อไหร่

วิกฤตที่ 3 คือวิกฤตคนจน เวลาเราพูดถึงคนจนแต่เดิมเรามักพูดถึงคนจนในภาคการเกษตร และคนจนในชุมชนแออัดในเมือง แต่วิกฤตโควิด-19 รอบนี้ทำให้เห็นปัญหาคนจนมากขึ้น เกิดจากตกงานหลังโควิด-19 และเป็นการตกงานที่ไม่มีอนาคตเพราะไม่รู้ว่าการจ้างงานจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่

หลังการระบาดในปี 2563 วิกฤตคนจนจะเป็นโจทย์ใหญ่ และจะทำให้คนชั้นกลางกลายเป็นคนจนไปด้วย โจทย์นี้ต้องการรัฐสวัสดิการเป็นเครื่องมือในการช่วยเหลือ แต่ไม่ใช่ประชานิยมในรูปแบบจับสลาก หรือประชานิยมแบบชิงโชค รัฐต้องคิดใหม่มากกว่าที่เป็นอยู่

ท้าทายผู้นำฟื้นศรัทธา

สุรชาติกล่าวว่า 4 วิกฤตในตัวรัฐบาลคิดว่ารัฐบาลเผชิญปัญหาเก่าที่สืบเนื่องตั้งแต่เลือกตั้ง 2562 คือ ปัญหารัฐธรรมนูญที่ถกเถียงกันไม่จบ และโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลเผชิญคือปัญหาเอกภาพในรัฐบาล ทำให้เกิดคำถามว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะอยู่ร่วมกันอย่างนี้ได้อีกนานเท่าไหร่ หรือเกิดความแตกแยกระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลมากขึ้นกว่าปี 2564 หรือไม่ วิกฤตรัฐบาลยังรวมถึงความน่าเชื่อถือของรัฐบาลเอง ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลหมดความน่าเชื่อถือลงไปเรื่อย ๆ

5 วิกฤตศรัทธา เกิดจากตัวรัฐบาลเอง รัฐบาลประสบปัญหาอย่างมากที่จะแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของภาครัฐในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะวิกฤตโควิด-19 กำลังเป็นความท้าทายว่าตัวผู้นำจะสามารถสร้างศรัทธาให้กับผู้คนได้อีกมากน้อยแค่ไหน หรือจะมีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาได้อีกมากน้อยเพียงไร

6 วิกฤตการประท้วงบนท้องถนน และการประท้วงส่วนหนึ่งหนีไม่พ้นที่สืบเนื่องจากปัญหาโควิด-19 ขณะเดียวกันโจทย์การประท้วงอาจเป็นโจทย์สากล เพราะในยุคโควิด-19 เราเห็นการต่อต้านรัฐบาลเกิดขึ้นทั่วโลก ข้อเรียกร้องใหญ่จะเป็นปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ แม้ในสังคมไทยยังไม่ขยายตัวมากเท่ากับในหลายประเทศ

แต่พอจะคาดการณ์ในอนาคตได้แล้วว่า ด้วยขีดความสามารถของรัฐบาลอย่างที่เราเห็น จะเกิดการประท้วงของคนงาน หรือการประท้วงของคนในสังคมที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการบริหารภาครัฐ หรือไม่ได้รับการตอบสนองจากภาครัฐเท่าที่ควร

องค์กรอิสระไร้อิสระ

สุรชาติวิเคราะห์ วิกฤตที่ 7 คือ องค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรม ผลการตัดสินคดีในหลายเรื่องสวนทางกับความรู้สึกของผู้คนในสังคม โดยเฉพาะในกรณีสถานะของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ สิ่งที่องค์กรอิสระให้ความเห็นในลักษณะการประคับประคองรัฐบาลโดยไม่คิดถึงผลกระทบในความรู้สึกของประชาชน ทำให้องค์กรอิสระกำลังเป็นปัจจัยในการสร้างวิกฤตการเมืองไทย

และด้านหนึ่งคำตัดสินเหล่านี้สะท้อนวิกฤตกระบวนการยุติธรรม คนหลายส่วนในสังคมไทยรู้สึกว่ากระบวนการตรงนี้ไม่ยุติธรรม หรือองค์กรอิสระเป็นองค์กรที่ไร้ความอิสระ สภาวะอย่างนี้ท้าทายที่ทำอย่างไรที่จะสร้างความน่าเชื่อถือ ในภาพคู่ขนานเราก็เห็นวิกฤตความน่าเชื่อถือที่เกิดขึ้นกับภาครัฐ ความน่ากลัวคือ สังคมจะไม่มีองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือเหลือให้คนในสังคมเชื่อ

วิกฤตที่ 8 วิกฤตคนรุ่นใหม่ จะเผชิญโจทย์ใหญ่ในเรื่องการตกงาน เพราะผลพวงของโควิด-19 การจ้างงานนิสิต นักศึกษาที่จบการศึกษาในปี 2563 หรือที่กำลังจะจบในปี 2564 สิ่งที่เห็นในอนาคตคือวิกฤตของคนตกงาน ภาวะการตกงานของคนรุ่นใหม่จะเป็นแรงกระเพื่อมทางการเมืองชุดใหญ่

รวมถึงวิกฤตของคนรุ่นใหม่สะท้อนผ่านความเห็นต่างทางการเมือง สภาวะของสงครามทางความคิดของคนต่างรุ่น คนต่างวัย กลายเป็นปัญหาทางการเมืองอีกชุดหนึ่งผ่านกรุ๊ปย้ายประเทศกันเถอะ ซึ่งคือภาพสะท้อนความรู้สึกว่าบ้านหลักเดิมไม่รองรับอนาคตของพวกเขา แล้วไม่ตอบโจทย์การสร้างอนาคตของคนรุ่นใหม่

และ วิกฤตที่ 9 คือวิกฤตเมียนมา ผลพวงจากการประท้วงรัฐบาลทหารขนาดใหญ่ มีผลกระทบต่อการเมืองไทยทั้งในด้านต่างประเทศ ปัญหาแนวชายแดนปัญหาสิทธิมนุษยชน ปัญหาให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ทั้งมีผลกระทบที่อาจกลายเป็นเงื่อนไขทางการเมืองของสังคมไทย

หมายความว่า หากการประท้วงรัฐบาลทหารประสบความสำเร็จในเมียนมา ผลกระทบจะเกิดขึ้นกับการประท้วงในไทยไม่ต่างกัน จึงยังต้องจับตามอง

อ่านเกมปรับ ครม.-ยุบสภา

ทั้ง 9 วิกฤตขมวดปมถึงการเตรียมพร้อมของ “นักการเมือง” ที่ประเมินว่ารัฐบาลอาจ “ยุบสภา” ปลายปี 2564 “สุรชาติ” ประเมิน 2 ทาง 1.ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่การปรับ ครม.ทำให้เห็นชัดว่าเอกภาพภายในรัฐบาลเริ่มมีปัญหามากขึ้น ไม่ว่าปัญหาความขัดแย้งระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคภูมิใจไทย หรือพรรคพลังประชารัฐกับพรรคประชาธิปัตย์

การปรับ ครม.รอบหน้าอาจเป็นสัญญาณสุดท้าย อาจกลายเป็นแรงกระเพื่อมที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาลมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่จุดของการแก้ปัญหา

2.ระยะยาวคือการยุบสภา หลังรัฐบาลผ่านกฎหมายงบประมาณ 2565 เพราะเห็นว่าภาครัฐผ่านกฎหมายงบประมาณตามที่ตนเองต้องการ และยังไม่จำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมใช้ความได้เปรียบของตนเองสามารถคงเครือข่ายในภาครัฐไว้ได้ และรัฐบาลเชื่อว่าโครงการประชานิยมที่ตนเองกำลังทำนั้นให้ผลตอบแทนทางการเมือง

ด้วยปัจจัยนี้จึงเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะยุบสภา แต่ขณะเดียวกัน อีกทางออกหนึ่งที่ไม่มีคำตอบ คือ แรงประท้วงบนถนนจะก่อตัวได้จริงจังกว่าที่เป็นอยู่หรือไม่ ซึ่งละเลยไม่ได้จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

ส่วนการฟื้นวิกฤตศรัทธาของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์อาจไม่ง่าย เพราะรัฐบาลไม่ได้เปลี่ยนจุดยืนหรือทิศทางอะไร นอกจากดำเนินนโยบายภายใต้ทิศทางเดิม

จาก 22 พฤษภาคม 2557 ถึงปัจจุบัน “พล.อ.ประยุทธ์” อยู่ในอำนาจขึ้นปีที่ 7 ใกล้ทาบ “พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์” ที่เป็นนายกฯ 8 ปี “สุรชาติ” วิเคราะห์ฉากต่อไปว่า

ทุกฝ่ายรู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์มีพลังพิเศษที่ทำให้ตนเองอยู่รอดได้ และกลไกรัฐธรรมนูญก็เอื้อให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ภายใต้การตัดสินขององค์กรอิสระที่ตัดสินอะไรก็มีทิศทางเป็นบวกกับรัฐบาลทุกอย่าง

“ดังนั้น การอยู่ 8 ปีแบบ พล.อ.เปรมสามารถเป็นได้แต่รัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์ต้องตระหนักว่าไม่ใช่ 8 ปีของนายกฯเปรม แต่เข้าปีที่ 7-8 ของ พล.อ.ประยุทธ์ ภาระที่แบกบนบ่าของรัฐบาลจะหนักขึ้น ๆ จนสุดท้ายภาระชุดนี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหญ่ทางการเมืองได้”

“เพราะปีที่ 7 ปีที่ 8 เราไม่พูดถึงปีที่ 6 ที่เกิดการระบาดของโควิด-19 แต่เรากำลังเห็นประสิทธิภาพของรัฐในปี 2564 ซึ่งปี 2563 รัฐบาลอยู่ได้โดยความประมาทคิดว่าคุมแล้วคงไม่มีอะไร แต่ระลอก 3-4 สะท้อนให้เห็นประสิทธิภาพของรัฐ และปีที่ 7 ไม่ใช่ของขวัญ แต่เป็นทุกขลาภ และปีที่ 8 จะเป็นทุกขลาภอันแสนสาหัสของ พล.อ.ประยุทธ์” สุรชาติปิดท้าย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์