เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
Tech พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
SD เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
Business ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
Politics รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
‘ชัชชาติ’ เพิ่มรายได้ภาษี รีดบุหรี่-โรงแรม-น้ำมัน 
Real Estate ‘ชัชชาติ’ เพิ่มรายได้ภาษี รีดบุหรี่-โรงแรม-น้ำมัน 
ศึกชิงเงินลงทุนยุค AI  จี้ปลดล็อก 5 อุปสรรค-เลิกแข่งค่าแรง
Economic ศึกชิงเงินลงทุนยุค AI  จี้ปลดล็อก 5 อุปสรรค-เลิกแข่งค่าแรง
ฮอนด้า ซิตี้ e:HEV ไม่ทิ้งคราบ จัดจ้าน ครบ คุ้มค่า
Automotive ฮอนด้า ซิตี้ e:HEV ไม่ทิ้งคราบ จัดจ้าน ครบ คุ้มค่า
พยากรณ์อากาศ (19 ก.ค.) ประเทศไทย ฝนฟ้าคะนอง 20-30% ของพื้นที่
Economic พยากรณ์อากาศ (19 ก.ค.) ประเทศไทย ฝนฟ้าคะนอง 20-30% ของพื้นที่
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ก.ค.) ขยับขึ้น 1.35% อยู่ที่ 64,797 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ก.ค.) ขยับขึ้น 1.35% อยู่ที่ 64,797 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

ชงแบงก์ชาติ ประชุม กนง.ฉุกเฉิน กรณ์ อดีต รมว.คลังเสนอ

16 มิ.ย. 2565 | 12:07น.

กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า อดีต รมว.คลัง เสนอให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน ประชุมฉุกเฉิน หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.75%

วันที่ 16 มิถุนายน 2565 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า และอดีต รมว.คลัง เสนอว่า หลังธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ปรับอัตราดอกเบี้ย 0.75 % เป็นสาเหตุให้ค่าเงินบาทอ่อนลงมา มีผลต่อเงินเฟ้อของไทยโดยตรง ราคาน้ำมันก็แพงขึ้น  ดังนั้น แบงก์ชาติ โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง.  เพิ่งประชุมเมื่อสัปดาห์ ที่แล้ว มีมติไม่ปรับดอกเบี้ย 4 ต่อ 3 แต่ผู้ว่าฯธปท.ส่งสัญญาณว่า เดี๋ยวคงต้องปรับอัตราดอกเบี้ยแน่นอน

นายกรณ์ ตั้งประเด็นว่า “คำถาม คือ ถ้าสมมติธนาคารกลางสหรัฐ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแรงแบบนี้ เราต้องเรียกประชุมฉุกเฉินไหม หรือต้องรอให้ถึงเดือนสิงหาคม ที่ กนง. จะประชุมอีกรอบหนึ่ง อีกนานนะ ระหว่างนั้น ถ้าอัตราดอกเบี้ยถ่างออกไป เงินเฟ้อจะส่งผลกระทบให้เงินทุนไหลออกจากต่างประเทศมากเกินไปหรือเปล่า”

อดีต รมว.คลัง กล่าวด้วยว่า ถ้าแบงก์ชาติ โดย กนง. จัดประชุมเร่งด่วนก็คงต้องมีกระบวนการ ในการอธิบาย มีข้อมูลอะไรที่มีนัยสำคัญที่ไม่รู้ในการประชุมครั้งที่ผ่านมา มีเหตุจำเป็นต้องคิดกันใหม่หรือไม่

ทั้งนี้ ตลาดคาดว่าถึงอย่างไร ก็ต้องปรับอัตราดอกเบี้ยอยู่แล้ว ปีนี้อย่างน้อย 2 ครั้ง จาก 0.5 เป็น 1 กลางปีหน้า หรือ ปลายปีหน้าอาจจะเห็น 2 % เป็นการส่งสัญญาณว่า เงินเฟ้อยังเป็นปัญหาหลัก ต้องรีบแก้ไข

อันดับแรกต้องแก้เงินเฟ้อก่อน เพราะมีผลกระทบกับคนยากคนจน ถ้าไม่แก้เงินเฟ้อจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางด้านราคา เศรษฐกิจโตยาก ต้องสยบเงินเฟ้อก่อน ค่อยว่ากันในเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจ

นายกรณ์ คาดการณ์ว่า ประเทศอื่น ๆ กำลังเข้าสู่สภาวะถดถอย แล้วเราไปกระตุ้นเศรษฐกิจมากก็เปลืองกระสุน สวนกระแสไม่มีประโยชน์ เศรษฐกิจจะไม่ดีไปอีกยาว แนวโน้มที่สถานการณ์จะยืดเยื้อ แล้วจะทำอย่างไร

สำหรับความผันผวนในการลงทุนในตลาดเงิน ตลาดทุนในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยปรับตัวเพิ่มขึ้น อดีต รมว.คลังกล่าวว่าคำแนะนำก็คือการประเมินความเสี่ยงในการลงทุน และการใช้จ่าย ที่ต้องทำในทุกระดับทั้งในเรื่องของบุคคล องค์กรบริษัท และในระดับประเทศ การใช้จ่าย ที่ต้องเริ่มมีการลดการใช้จ่าย และการก่อหนี้โดยขณะนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาที่จะก่อหนี้มากจนเกินตัวเนื่องจากดอกเบี้ยอยู่ในวัฏจักรขาขึ้น

สำหรับในมุมของนักลงทุนในช่วงเวลานี้สินทรัพย์เสี่ยงทั้งหุ้นและสกุลเงินดิจิทัล คริปโทเคอร์เรนซีปรับตัวลดลงมาก แต่หากเป็นนักลงทุนที่ถือสินทรัพย์เพื่อลงทุนในระยะยาว แล้วยังคงมั่นใจในพื้นฐานของสิ่งที่ลงทุนก็สามารถที่จะถือลงทุนในระยะยาวต่อไปได้ โดยเฉพาะการลงทุนในหุ้นที่มีการจ่ายปันผลหากสามารถที่จะถือลงทุนผ่านช่วงเวลาที่มีความผันผวนก็จะสามารถที่จะได้รับผลตอบแทนจากเงินปันผลต่อเนื่องไปได้ และการลงทุนในหุ้นนักลงทุนระยะยาวจะทราบดีว่าตลาดหุ้นนั้นปรับตัวลงแรงหนึ่งปีแล้วจะมีช่วงระยะเวลาที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องได้ 10 ปี  

ในส่วนของสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น บิตคอยน์ หรือเหรียญที่อยู่ในบล็อกเชนต่างๆ ต้องลองพิจารณาดูว่าพื้นฐานของเหรียญว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เพราะถ้าไม่เปลี่ยนแปลง อนาคตยังมีความจำเป็นต้องใช้ก็สามารถที่จะถือลงทุนไปได้ แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงแบบที่เป็น Stable Coin แล้วไม่ได้ Stable จริงแบบบางเหรียญที่มีการลดมูลค่าลงอย่างมากก่อนหน้านี้ก็ถือว่าไม่สามารถที่จะลงทุนได้ คือต้องมีการประเมินความเสี่ยงในการลงทุนอยู่เสมอ