บอร์ดรถไฟผงะค่าโง่โฮปเวลล์ 2.5 หมื่นล้าน ตั้งคณะทำงานรีเช็คข้อมูลย้อนหลังรายงานครม.30 เม.ย.นี้

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (บอร์ด ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 เม.ย.2562 ได้ประชุมบอร์ดร.ฟ.ท.เป็นกรณีที่พิเศษหารือ การสรุปข้อมูลและหาแนวทางการชำระค่าชดเชย หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้กระทรวงคมนาคมและร.ฟ.ท.ชดใช้มูลค่า 12,000 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี

“ถือเป็นเรื่องใหม่ของบอร์ดชุดนี้ เพราะตั้งแต่รับตำแหน่งเป็นประธานบอร์ดมา 1 ปี ไม่เคยรับรู้เรื่องนี้เลย จึงได้ให้ฝ่ายกฎหมายชี้แจงที่มาที่ไปของโครงการตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อปี 2534 – วันยกเลิกสัญญา 7 ต.ค.2540”

นอกจากนี้บอร์ดยังได้ตั้งคณะทำงานที่จะมีนายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าร.ฟ.ท.และนายสุพจน์ เหล่าสุอาภา กรรมการบอร์ดด้านกฎหมาย ทำงานร่วมกับอัยการสูงสุด กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ และกระทรวงคมนาคม เพื่อดูแนวทางที่ดีที่สุดในการดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด โดยรัฐจะต้องได้รับประโยชน์สูงสุด

และให้ฝ่ายบริหารหาข้อมูลให้ได้มากที่สุดที่เกี่ยวกับคดีนี้ เพื่อเสริมการทำงาน คาดว่าในการประชุมช่วงกลางเดือนพ.ค.นี้ จะมีการติดตามความคืบหน้าในประเด็นนี้ และส่วนตัวจะสอบถามทุกครั้งเมื่อมีการประชุม ซึ่งจะต้องรีบทำให้ได้ภายในกรอบ 180 วันตามที่ศาลปกครองสูงสุดกำหนดมา

“ไทม์ไลน์จะมีการกำหนดในภายหลัง ส่วนวงเงินที่ต้องจ่ายทั้งหมดยังไม่นิ่ง เพราะต้องรอข้อมูลที่ชัดเจนก่อน และจะต้องรอคำพิพากษาฉบับเต็มก่อน ปัจจุบันเป็นเพียงคำพิพากษาฉบับย่อเท่านั้น “

ทั้งนี้ ในวันจันทร์ที่ 29 เม.ย.กระทรวงคมนาคมได้นัดร.ฟ.ท.ประชุมในประเด็นนี้ พร้อมกับเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วย เวลาประมาณ 10.00 น. เพื่อเตรียมข้อมูลรายงานคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 30 เม.ย.นี้ ส่วนแนวทางการเจรจาหรือการหาวิธีชำระหนี้ ยังไม่ทราบ ขอดูรายละเอียดก่อน

“ค่าชดเชยดังกล่าวจะมีผลกระทบกับแผนฟื้นฟูกิจการของร.ฟ.ท.ที่ทำไว้แน่นอน แต่กระทบเท่าไหร่ต้องรอตัวเลขหนี้ทั้งหมดนิ่งก่อน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ฟ.ท.สรุปมูลหนี้ที่ต้องชดเชยให้โฮปเวลล์ตามคำพิพากษาตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.2551ถึงสิ้นเดือนเม.ย.2562 คิดเป็นวงเงินรวม 25,411 ล้านบาท

ด้านนายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่า ร.ฟ.ท. กล่าวว่า ยังไม่ทราบจำนวนเงินที่ต้องจ่ายชัดเจน แม้ว่าศาลจะมีตัวเลขเบื้องต้นมา แต่เพื่อให้รัฐได้รับประโยชน์มากที่สุด ก็ต้องมีการคิดคำนวณก่อน โดยได้ตั้งคณะทำงานตามที่ประธานบอร์ดกล่าวไปข้างต้น

หากไม่สามารถจ่ายค่าเสียหายได้ทันกำหนด ก็สามารถดำเนินการแบบเดียวกับกรณีคลองด่านได้ ซึ่งมีรูปแบบคล้ายๆกัน แต่จะต้องรอให้หาข้อมูลครบถ้วนก่อน ซึ่งอาจจะเริ่มเจรจากับบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัดได้ แต่คาดว่าสัปดาห์หน้า น่าจะรู้เรื่องแล้ว และจะรายงานให้ครม.ทราบถึงมติบอร์ดวันนี้ในวันที่ 30 เม.ย.นี้ด้วย

“ยังไม่จำเป็นต้องสอบข้อเท็จจริงอะไร แค่เอาคำสั่งอนุญาโตตุลาการ คำพิพากษา และเอกสารที่เกี่ยวข้องต่างๆมาดูว่าตรงและถูกต้องแล้ว จึงจะหาวิธีทางต่อไป แต่จะยกที่ดินบางส่วนชดเชย หรือใช้งบประมาณเพื่อจ่ยหนี้นั้นยังไม่รู้เลย ทั้งนี้ แผนฟื้นฟูอาจจะต้องชะลอและทบทวนใหม่ แต่โครงการลงทุนยังเดินหน้าต่อไป”

เมื่อถามว่า จะต้องนำโครงการมาเปิดโปงเรื่องทุจริตหรือไม่นั้น นายวรวุฒิกล่าวว่า ยังไม่รู้ ต้องให้คณะทำงานที่ตั้งขึ้นหารือกันก่อน

ขณะที่การเจรจาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. เงินลงทุน 224,544 ล้านบาท คาดว่าจะเจรจาจบภายในวันนี้ และจะส่งร่างสัญญาให้อัยการสูงสุดภายในคืนนี้ เพราะมีตัวแทนอัยการสูงสุดนั่งประชุมอยู่แล้ว

คาดว่าอัยการฯจะส่งคำตอบกลับมาภายในวันที่ 10 พ.ค.นี้ จากนั้นระหว่างวันที่ 13-15 พ.ค.จะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี)ได้ และลงนามในสัญญาในวันที่ 15 มิ.ย.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการเจรจาทางคณะกรรมการคัดเลือกและกลุ่มซี.พี.ได้แยกห้องเพื่อเตรียมข้อมูลต่างๆ เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว เป็นการปรับรูปแบบการเจรจาจากเดิมจะนั่งประชุมร่วมกัน และมีการโต้ตอบกันจนทำให้การเจรจาไม่เดินหน้าเท่าที่ควร

Previous articleส่งออก Q1 หืดจับ พาณิชย์จ่อลดเป้าเหลือ 3%
Next articleศูนย์มะเร็งเต้านมครบวงจร แห่งแรกในอีสาน