รุกอสังหาอุตฯ-พลังงาน เวิลด์ ฟู้ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ เพชรเม็ดงามค่ายสิงห์ เอสเตท

ไตรมาส 2/64 “สิงห์ เอสเตท” หรือ S เดินหน้าสร้างความสำเร็จด้วยการประกาศดีลซื้อนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ เนื้อที่ 1,790 ไร่

“การซื้อนิคมอุตสาหกรรมซึ่งเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับโรงไฟฟ้า 3 แห่งที่เราเข้าไปถือหุ้นในสัดส่วนที่มากพอสมควรก่อนหน้านี้ ถือเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นหนึ่งในการเดินหน้าสู่เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของเราที่จะสร้างจุดแข็งที่ทรงพลังให้กับธุรกิจ จากการส่งเสริมซึ่งกันและกันของกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ที่หลากหลายของสิงห์ เอสเตท เพื่อทำให้เรามีความแข็งแกร่งในการแข่งขัน และทำให้ธุรกิจของเรามีความเป็น resilient business” คำกล่าวของ “จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี” ประธานกรรมการ บมจ.สิงห์ เอสเตท

ลุยอสังหาฯอุตฯและพลังงาน

ภายใต้สถานการณ์โควิดพบว่าสิงห์ เอสเตทกำลังพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กร

ก่อนหน้านี้ ณ ปี 2563 ที่ผ่านมา สิงห์ เอสเตทมีพอร์ตธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบ่งเป็น 3 กลุ่มธุรกิจ คือ 1.อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ 2.โครงการที่พักอาศัย และ 3.รีสอร์ตและโรงแรม ทำรายได้สัดส่วน 96% ของรายได้ทั้งบริษัท มีมูลค่าทรัพย์สินรวมกัน 65,000 ล้านบาท

ล่าสุด ณ ปี 2564 สิงห์ เอสเตทเดินหน้าการลงทุนใหม่ ๆ ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมและพลังงาน ซึ่งไม่ใช่แค่การประกาศแผนบนกระดาษ แต่ได้ประกาศดีล “ทำจริง-ลงทุนจริง” โดยบริษัทได้จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีขึ้นเมื่อวันศุกร์ 23 เมษายน 2564 ผู้ถือหุ้นได้อนุมัติแผนการซื้อหุ้น 30% โรงไฟฟ้า 3 แห่งที่ตั้งอยู่ในเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 1,392 ล้านบาท

ซื้อนิคม “เวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ฯ”

ตามต่อด้วยการลงนามในข้อตกลงเข้าซื้อหุ้น 100% ของบริษัท ปาร์ค อินดัสตรี จำกัด จากบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่จำกัด โดยบริษัทปาร์ค อินดัสตรีเป็นเจ้าของนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ เนื้อที่ 1,790 ไร่ ในจังหวัดอ่างทอง

สำหรับการโอนหุ้นระหว่างกันคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3/64 ธุรกรรมมีมูลค่ารวม 2,421 ล้านบาท โดย 510 ล้านบาทเป็นเงินที่จ่ายเพื่อซื้อหุ้นทั้งหมดของปาร์ค อินดัสตรีในราคาพาร์ อีก 1,726 ล้านบาท เป็นเงินที่จะใช้ลงทุนพัฒนานิคมอุตสาหกรรม และอีกส่วนหนึ่งเป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

นั่นหมายความว่าบริษัทกำลังเร่งสปีดการลงทุนสร้างกลุ่มธุรกิจที่ 4 ประเภทอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมและพลังงาน โดยมีเป้าหมายใหญ่ภายใต้แผน 3 ปี (2564-2566) สิงห์ เอสเตทมีเป้าหมายดันรายได้ต่อปีให้เพิ่มขึ้น 3 เท่า จากรายได้ปี 2563 จำนวน 6,500 ล้านบาท เพิ่มเป็น 20,000 ล้านบาทต่อปีและมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นเป็น 80,000 ล้านบาท ภายในปี 2566

ฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์

ครบวงจรโรงไฟฟ้า-นิคมอุตฯ

วิสัยทัศน์ในการซื้อนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ ฟู๊ดฯ “ฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สิงห์ เอสเตทระบุว่า การผสานธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมเข้ากับธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้าจะสร้างประโยชน์ทั้งในด้านการเงินและการดำเนินงาน เนื่องจากนิคมอุตสาหกรรมคือผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุด

ในขณะที่ “เวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ ไทยแลนด์” มีบทบาทเป็นผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ที่ผลิตจากโรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งที่บริษัทเพิ่งลงทุนถือหุ้นใหญ่ รวมทั้งการที่นิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้เน้นสินค้าอาหารโดยเฉพาะ ทำให้มีความต้องการใช้ไอน้ำจากผู้ประกอบการแปรรูปอาหารต่าง ๆ ในนิคม ซึ่งโรงไฟฟ้าก็เป็นผู้ผลิตพลังงานไอน้ำป้อนให้กับอุตสาหกรรมอาหารด้วย

ดังนั้น การลงทุนในกิจการโรงไฟฟ้าจึงเป็นตัวช่วยให้บริษัทมีรายได้ต่อเนื่อง มีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงในเรื่องความไม่แน่นอนของกระแสเงินสดจากการขายพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรม

“มากกว่าความลงตัวในเชิงกลยุทธ์แล้ว เรามองเห็นอนาคตที่สดใสของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม เพราะทำเลที่ตั้งอยู่ในภาคกลางของประเทศไทย สถิติ ณ สิ้นปี 2563 อัตราการเข้าใช้พื้นที่นิคมอุตฯ ของทั้งประเทศเฉลี่ย 80% เปรียบเทียบกับเขตภาคกลางมีอัตราใช้พื้นที่ในระดับสูงสุดอยู่ที่ 89%”


ไฮไลต์ของเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ฯ ยังรวมถึงในด้านทำเลที่ตั้งที่ได้รับการยอมรับในฐานะเป็นทำเล “อู่ข้าวอู่น้ำ” ของประเทศตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน จึงถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มีความเหมาะสมสำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหาร เพราะแวดล้อมไปด้วยห่วงโซ่อุปทานอาหารและวัตถุดิบทั้งการผลิตข้าว ผลิตภัณฑ์จากนม และสัตว์ปีก มีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ป้อนตลอดปีเนื่องจากอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา

นอกจากนี้ มีการคาดการณ์ว่าความต้องการที่ดินนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้น เมื่อมีการผ่อนปรนมาตรการความเข้มงวดในการเดินทางหลังการคลี่คลายของวิกฤตโควิด-19 ประกอบกับปัจจัยบวกจากนโยบายคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหารเป็นหนึ่งในภาคอุตสาหกรรมที่มีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในอัตราที่เติบโตรวดเร็วที่สุด โฟกัสเฉพาะคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากเขตภาคกลางมีสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งหมดในปี 2563

“นิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ฯ มีความสำคัญตามนโยบายการขับเคลื่อนประเทศที่มุ่งยกระดับประเทศไทยให้เป็นครัวของโลก และเป็นหนึ่งในผู้ผลิตอาหารชั้นนำของโลก”

ย้ำหมุดลงทุน 4 กลุ่มธุรกิจ

ทั้งนี้ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ในปัจจุบันประกอบด้วย พื้นที่อาคารสำนักงาน และพื้นที่ค้าปลีกรวม 140,000 ตารางเมตร สร้างรายได้สัดส่วน 15% ของรายได้ทั้งหมดในปี 2563 นอกจากนั้น ยังมีโรงแรมและรีสอร์ต 39 แห่งใน 5 ประเทศ มีห้องพักรวมกัน 4,647 ห้อง สร้างรายได้สัดส่วน 24% และมีที่พักอาศัย23 โครงการ ทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียม เช่น แบรนด์สันติบุรี The ESSE และแบรนด์อื่น ๆ สร้างรายได้สัดส่วน 57% ของรายได้ทั้งหมด

แผนธุรกิจตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป เริ่มเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นในการลงทุน 4 กลุ่มธุรกิจที่เชื่อมโยงกันเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีได้อย่างสม่ำเสมอ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ยากจะคาดเดาทั้งในประเทศและทั่วโลก กลุ่มธุรกิจที่ 4 ของสิงห์ เอสเตทเป็นธุรกิจใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มและส่งเสริมซึ่งกันและกันกับธุรกิจอื่น ๆ อาทิ ธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้า ธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ธุรกิจบริการด้านวิศวกรรม และธุรกิจบริการนวัตกรรมอื่น ๆ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ