แชร์ 5 เทคนิค ร้อนมากแต่อยากวิ่ง ทำไงดี ?

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักวิ่งสายแข็งหรือมือใหม่หัดวิ่ง สิ่งที่เป็นอุปสรรคสำหรับการวิ่งในช่วงนี้ก็คงหนีไม่พ้นสภาพอากาศที่ร้อนระอุจนอยากจะหยุดวิ่งกันดื้อ ๆ แล้วไปหลบแดดแช่แอร์ตั้งแต่ก้าวเท้าแรกที่ออกจากร่มเงา

การวิ่งในช่วงหน้าร้อนนั้น นอกจากจะต้องใช้พลังกายและพลังใจมากกว่าปกติแล้ว ยังต้องใช้ความเอาใจใส่มากเป็นพิเศษด้วย นั่นก็เพราะว่าแสงแดดและอุณหภูมิที่สูงนั้นจะทำให้ร่างกายทำงานหนักจนเหนื่อยล้าเร็วกว่าปกติ เช่น จากเดิมที่วิ่งเพซ 6 ได้สบาย ๆ กลับกลายเป็นว่าต้องใช้พลังงานและหยาดเหงื่อที่มากขึ้นกว่าเมื่อก่อน รวมถึงตัวเลข heart rate บนหน้าจอที่พุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจ

โค้ชเหรียง-ณัฐ ดำรงค์ทวีศักดิ์ โค้ชด้านการวิ่งจากอาดิดาส รันเนอร์ส แบงค็อก (adidas Runners Bangkok) ได้แชร์เคล็ดลับในการวิ่งหน้าร้อน เพื่อให้ทุกคนได้วิ่งผ่านพ้นสมรภูมิร้อนไปด้วยกัน ดังนี้

1.ดื่มน้ำจิบเกลือแร่ให้มากขึ้น : เริ่มจากการดื่มน้ำหรือเกลือแร่มากขึ้นและบ่อยขึ้น ทั้งในช่วงก่อนวิ่ง ขณะวิ่ง และหลังวิ่ง ยิ่งถ้าเป็นน้ำเย็น ๆ ก็จะช่วยระบายความร้อนในร่างกายได้ดีกว่าน้ำอุ่น

ส่วนใครที่โปรดปรานเกลือแร่ ก็ขอให้เปลี่ยนมาใช้แบบที่มีความเข้มข้นน้อย เพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้ง่ายขึ้น ส่วนปริมาณและการดื่มนั้นขึ้นอยู่กับระยะทางการซ้อมในวันนั้น ๆ และร่างกายที่มีอัตราการสูญเสียเหงื่อไม่เท่ากัน จึงอาจปรับเพิ่มจากปกติประมาณ 200-300 มิลลิลิตร ตามความเหมาะสม

2.ล้างหน้าล้างตัวด้วยน้ำเย็น : เทคนิคนี้เป็นวิธีเติมความสดชื่นแบบง่าย ๆ เพียงแค่เอาน้ำเย็นราดเบา ๆ ที่บริเวณใบหน้าและตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายก็จะช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายได้ทันที

3.เลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี : ถ้าปกติใส่เสื้อยืดไปวิ่ง ก็ให้ลองเปลี่ยนมาใช้เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีกว่า เพราะเสื้อยืดที่ชุ่มเหงื่อจะทำให้ระบายอากาศและอุณหภูมิในร่างกายไม่ดี ทำให้การขยับหรือเคลื่อนที่ไม่คล่องตัว จึงแนะนำให้ใส่เสื้อที่ระบายอากาศได้ดี หรือเลือกใส่เสื้อกล้ามที่สามารถระบายความร้อนได้ดีที่สุด

4.เตรียมของกันแดด และปรับเวลาวิ่ง : หากว่าซ้อมวิ่งในช่วงเช้าหรือช่วงที่มีแดดแรงก็ควรใช้ครีมกันแดด สวมหมวกกันแดด และใส่แว่นกันแดด เพื่อป้องกันไม่ให้แสงแดดทำร้ายผิวหนังและสายตามากจนเกินไป หรืออาจจะลองปรับช่วงเวลาวิ่งใหม่ เช่น ตื่นไปวิ่งตั้งแต่เช้ามืด หรือไม่ก็รอให้แดดหมดก่อน หรือหลบร้อนไปวิ่งในยิมแทนก็ถือเป็นไอเดียที่ไม่เลวเหมือนกัน

5.หมั่นสังเกตสัญญาณเตือนจากร่างกาย : ควรเตรียมร่างกายให้พร้อม พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอก่อนออกไปวิ่ง และคอยตรวจเช็กอาการผิดปกติขณะวิ่งเสมอ เช่น หน้ามืด คลื่นไส้ หัวใจเต้นเร็วและรัว ถ้ารู้สึกว่าฝืนร่างกายจนเกินไปหรือใกล้เป็นลมหมดสติให้ค่อย ๆ ผ่อนแรงลง อย่าหยุดวิ่งทันที เพราะอาจเกิดอันตรายจากภาวะ heat exhaustion หรือ heat stroke เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

Previous article“จีน-อินเดีย” สงบศึกข้อพิพาท จับมือเพิ่มการค้าท้าทาย “ทรัมป์” !
Next article“โมรียา-เอรียา” อาจกลายเป็น “วีนัส-เซรีนา” แห่งวงการกอล์ฟ