ปมเทรดดีล “ทรัมป์-เมย์” บี้อังกฤษลดภาษีพืช GMOs

From left, first lady Melania Trump, President Donald Trump, British Prime Minister Theresa May, and her husband Philip May, stand together during the arrival ceremony at Blenheim Palace, Oxfordshire, Thursday, July 12, 2018. (AP Photo/Pablo Martinez Monsivais)

ทริปเยือนสหราชอาณาจักร (ยูเค) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างวันที่ 3-5 มิ.ย. 2019 ผ่านพ้นด้วยดี ท่ามกลางการจับตามองของผู้ที่ติดตามการเมืองอังกฤษ ซึ่งอยู่ในกระบวนการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ “เบร็กซิต” มองว่าการเยือนของทรัมป์จะส่งสัญญาณต่อเบร็กซิตในทิศทางใดหรือไม่

ประธานาธิบดีทรัมป์กับนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษ แถลงร่วมกันในวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา “บีบีซี” ระบุว่า สหรัฐต้องการจะทำข้อตกลงกับอังกฤษ เพื่อลดข้อจำกัดด้านการค้าต่อสองฝ่าย ทว่าอังกฤษยังไม่สามารถเจรจาการค้าอย่างอิสระได้จนกว่าการเบร็กซิตจะสำเร็จ ซึ่งกระบวนการยังเป็นไปอย่างยากลำบาก ขณะที่ทั่วโลกจับตาการลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ “เมย์”

ในแง่เศรษฐกิจ “อียู” ถือเป็นตลาดหลักในการส่งออกสินค้าและบริการของอังกฤษสูงถึง 49.4% ขณะที่การส่งออกไปสหรัฐอยู่ที่ 14.7%ตามข้อมูลของสหรัฐระบุว่า การค้าอังกฤษ-สหรัฐในปี 2018 มีมูลค่าถึง 262,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในจำนวนนี้เป็นการส่งออกสินค้าบริการของสหรัฐมาอังกฤษ 141,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนมูลค่าการลงทุนของสหรัฐในอังกฤษอยู่ที่ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ “การเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงการค้ากับอังกฤษจะเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า จากที่เป็นอยู่ขณะนี้” ทรัมป์กล่าว

“ทรัมป์” ระบุว่า หนึ่งในข้อเรียกร้องคือ การขอให้อังกฤษลดหรือยกเลิกกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรให้กับสหรัฐการลดข้อจำกัดดังกล่าวจะทำให้อังกฤษต้องเปิดรับสินค้าที่เป็น “พืชดัดแปลงพันธุกรรม (GMOs) และอาหารสัตว์ที่มียาปฏิชีวนะ” ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามของอียู หรือแม้อังกฤษจะสามารถออกจากอียูได้สำเร็จ แต่ในอังกฤษเองก็มีผู้ต่อต้านสินค้าเกษตรต้องห้ามเหล่านั้น รวมถึงหน่วยงานการบริการด้านสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งควบคุมดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้หากอังกฤษบรรลุข้อตกลงนี้จริง จะมีนัยต่อการเปลี่ยนแปลงด้านมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม และยิ่งทำให้อังกฤษตัดขาดจาก “อียู” มากขึ้น ซึ่งการบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐเท่ากับชี้ว่า อังกฤษไม่ต้องการอียูอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม การเจรจากับสหรัฐคงไม่ง่าย และสหรัฐคงไม่ยินยอมตัดทอนข้อเรียกร้องใด ๆ ขณะที่นายมาร์ก บุช ศาสตราจารย์ด้านการทูตธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ มองว่ารัฐบาลอังกฤษคงรู้ดีว่าจะมีส่วนร่วมในนโยบายต่าง ๆ ของทรัมป์อย่างไร และมั่นใจว่าจะได้รับผลดีอะไรบ้าง

Previous articleผงะ รพ.คิดค่ายาเพิ่ม 100 เท่า “โรงพยาบาลธงฟ้า” สะดุดเอกชนรุมต้าน
Next articleผนึกพลัง 2 เจเนอเรชั่น สเต็ปทรานส์ฟอร์มรับโลกเปลี่ยน