UN เผย ภัยพิบัติธรรมชาติ 50 ปี มูลค่าความเสียหาย 3.64 ล้านล้านดอลลาร์

REUTERS/Devika Krishna Kumar/File Photo

ภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างน้ำท่วม หรือคลื่นความร้อน (Heat wave) ซึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (climate change) ช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 2 ล้านคน และมีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 3.64 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

วันที่ 1 กันยายน 2564 สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ซึ่งเป็นหน่วยงานเฉพาะของสหประชาชาติระบุว่า จำนวนภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างน้ำท่วม หรือคลื่นความร้อน (Heat wave) ซึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (climate change) เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าเมื่อช่วง 50 ปีที่ผ่านมา รวมถึงทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 2 ล้านคน และมีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 3.64 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ ทางองค์การได้ทำแบบสำรวจเหตุภัยพิบัติ 11,000 ครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างช่วงปี 1979-2019 โดยรวมเหตุการณ์อย่างเช่น ภัยแล้งที่ประเทศเอธิโอเปีย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 300,000 คน รวมถึง “เฮอริเคนแคทรีนา” เมื่อปี 2005 ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 1.64 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ


รายงานข่าวระบุว่า รายงานดังกล่าวขององค์การ ยังแสดงให้เห็นถึงเทรนด์ของจำนวนภัยพิบัติ ซึ่งกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มีจำนวนภัยพิบัติซึ่งเกิดขึ้นมากกว่าช่วงทศวรรษปี 1970 มากถึง 5 เท่า พร้อมกับระบุด้วยว่า ในอนาคตจะมีเหตุการณ์สภาพภูมิอากาศสุดขั้วเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากภาวะโลกร้อน

นอกจากนี้ “เพททรี ทาลาส” เลขาธิการใหญ่ขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก กล่าวว่า มูลค่าความเสียหายจากภัยพิบัติได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก จากเมื่อช่วงปีทศวรรษ 1970 ซึ่งมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 1.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี เมื่อช่วงปีทศวรรษ 2010 มีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 1.38 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ