ประชาชาติธุรกิจ
เศรษฐกิจในประเทศ

วันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2557

ค่าแรง 300 บาท พ่นพิษอีสาน สิ่งทอ-อิเล็กทรอนิกส์ปิดตัว ย้ายฐานระนาว

updated: 26 ธ.ค. 2555 เวลา 11:36:02 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ยังเป็นข้อถกเถียงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมในภาคอีสานที่ใช้แรงงานคนเป็นหลักแต่มีผลกำไรน้อย เนื่องจากยังยากที่จะปรับตัวในระยะสั้น

13 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมี "ประเสริฐ บุญชัยสุข" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน ร่วมกับคณะกรรมการ ประธานและรองประธานหอการค้า 20 จังหวัดภาคอีสานตอนบนและตอนล่าง เปิดข้อหารือในประเด็นดังกล่าวอย่างเข้มข้น

"ประเสริฐ" บอกว่า รัฐบาลมีความเป็นห่วงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมากับธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) จากนโยบายค่าแรงงาน 300 บาท จึงพยายามพิจารณามาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือ พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาพิจารณาหามาตรการบรรเทาผลกระทบ โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธาน

"ผมจะรับฟังข้อมูลจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งพิจารณามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมจากมาตรการเดิมที่มีอยู่แล้ว ขอเรียนว่ารัฐบาลพยายามรับฟังทุกแนวทางเพื่อประคับประคองธุรกิจเอสเอ็มอีอย่างเต็มที่"

ด้าน "จักริน เชิดฉาย" ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา มองว่า การปรับค่าจ้าง 300 บาท ควรทำแบบขั้นบันไดภายใน 3 ปี ไม่ควรปรับขึ้นรวดเดียวทั้งหมด เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการอยู่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีและจังหวัดที่มีอัตราค่าแรงงานต่ำ ซึ่งต้องแบกภาระการจ่ายค่าแรงงาน 300 บาทอย่างรวดเร็ว

"จักริน" ยังกล่าวว่า มาตรการเยียวยาเอสเอ็มอีของรัฐบาล เรื่องการให้กู้ยืมเงินจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานได้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ 0.1% ควรมีการจัดตั้งเป็นกองทุน โดยดึงเงินจากกองทุนประกันสังคม เพราะมีวงเงินสะสมอยู่ในกองทุนนี้จำนวนมากเพื่อช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีในการลดต้นทุนการผลิตลง

เพราะวันนี้ธุรกิจที่มีการขยายตัวและอยู่รอดไม่ใช่ธุรกิจค้าปลีกหรือเอสเอ็มอี แต่เป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และรถยนต์

"ทวิสันต์ โลณานุรักษ์" อดีตประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า นครราชสีมามีฐานการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญ การปรับขึ้นค่าแรง 300 บาทได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ล่าสุดบริษัท โคราชเดนกิ จำกัด ซึ่งผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สำเร็จรูป

ทั้งทีวี วิดีโอ ดีวีดี รวมทั้งผลิตชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ได้แจ้งปิดกิจการพร้อมทั้งเลิกจ้างพนักงานกว่า 600 คน

นอกจากนี้ยังมีโรงงานอีก 2-3 แห่งในพื้นที่ต่างอำเภอต่างปิดกิจการไปแล้วเช่นกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านโยบายดังกล่าวมีผลกระทบกับผู้ประกอบการที่ต้องใช้แรงงานเป็นกำลังสำคัญในการผลิต

"ปราณี ธีรภานุ" ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้โรงงานผลิตรองเท้าในพื้นที่ จ.ขอนแก่น เริ่มย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศกัมพูชา

ส่วนกิจการประกอบชิ้นส่วนสายไฟรถยนต์ซึ่งมีฐานการผลิตในประเทศไทย 7 แห่ง กำลังหาโอกาสในการสร้างชิ้นงานและฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

โดยเฉพาะที่เกาะกง กัมพูชา รวมทั้ง สปป.ลาว และเวียดนาม เพราะค่าแรงงานถูกกว่าไทยมาก

"สิทธิพล สุทธิศักดิ์ภักดี" เลขาธิการหอการค้าจังหวัดชัยภูมิ บอกว่า ผลกระทบจากค่าแรง 300 บาท ทำให้โรงงานสิ่งทอในชัยภูมิประมาณ 20 โรงงาน ทยอยย้ายฐานการผลิตไปตั้งอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน จนปัจจุบันเหลือเพียง 5 โรงงานเท่านั้นที่ยังเปิดดำเนินการอยู่ จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณามาตรการเยียวยาเร่งด่วน โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่กำลังจะได้รับผลกระทบอย่างมาก

นี่คือผลกระทบจากนโยบายค่าแรง 300 บาท ที่อาจสั่นสะเทือนเสถียรภาพรัฐบาลก็เป็นได้