ประชาชาติธุรกิจ
พร็อพเพอร์ตี้

วันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สตม.สร้างสำนักงานใหม่ย่านพหลฯรับเออีซี

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 14 ม.ค. 2557 เวลา 15:20:18 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทุ่มกว่า 5.9 พันล้าน เนรมิตที่ดิน 20 ไร่หลังกองปราบปรามย่านพหลโยธิน ผุดสำนักงานแห่งใหม่ทันสมัยสูง 30 ชั้น เป็นจุดศูนย์รวมบริการเบ็ดเสร็จ-ศูนย์ฝึกอบรม รองรับเปิดเออีซี ดีเดย์ มี.ค.นี้เริ่มตอกเข็ม เสร็จปีཹ "ภาณุ เกิดลาภผล" แจงสี่เบี้ย ทีโออาร์โปร่งใส ผ่านขั้นตอนประชาพิจารณ์ทางเว็บไซต์ ไม่มีล็อกสเป็กตามที่ผู้รับเหมาตั้งข้อกังขา



พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้ สตม.อยู่ระหว่างเปิดประมูลก่อสร้างอาคารที่ทำการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งใหม่ วงเงินก่อสร้าง 5,919 ล้านบาท คาดว่าหลังจากได้ตัวผู้รับเหมาที่เสนอราคาในวันที่ 17 มกราคมนี้แล้ว จะลงมือก่อสร้างได้ประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน 2557 นี้ ใช้เวลาก่อสร้าง 1,550 วัน มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2561 ซึ่งอาคารแห่งใหม่เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเร่งพัฒนาการทำงานของ สตม. รองรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีในปี 2558 ที่แนวโน้มจะมีต่างชาติเข้ามาในประเทศมากขึ้น

"อาคารที่ทำการเดิมในซอยสวนพลูคับแคบและค่อนข้างโบราณ อีกทั้งผู้มาใช้บริการบ่นเรื่องที่จอดรถไม่เพียงพอ ปัจจุบันก็มีกระจายงานไปตามจุดต่าง ๆ เช่น ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว เมเจอร์สุขสวัสดิ์ ผมคิดว่าในเมื่อเรามีรายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมและค่าวีซ่าของคนต่างด้าวอยู่แล้ว ปีที่แล้วอยู่ที่ 4,600 กว่าล้านบาท ปีนี้คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 5,000 กว่าล้านบาท จึงคิดว่าจะนำเงินรายได้ส่วนนี้ประมาณ 20% เพื่อมาก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่"

พล.ต.ท.ภาณุกล่าวอีกว่า ล่าสุดได้รับการอนุมัติจากกระทรวงการคลัง จัดสรรเงินงบประมาณประจำปีเป็นงบฯผูกพัน 5 ปี โดยในงบประมาณปี 2557 จัดสรรวงเงิน 800 ล้านบาท จากนั้นทยอยให้เฉลี่ยปีละ 1,500 ล้านบาท โดยได้เจรจากับกองบังคับการปราบปรามขอใช้พื้นที่ส่วนที่ว่างอยู่ประมาณ 20 ไร่ จากทั้งหมด 40 ไร่ เพื่อก่อสร้างโครงการ โดย สตม.เป็นผู้รับผิดชอบก่อสร้างที่พักอาศัยในรูปแบบคอนโดมิเนียมสูง 20 ชั้น 3 อาคาร อาคารละ 708 ห้อง รวมกว่า 2,000 ห้อง ใช้ค่าก่อสร้างกว่า 1,100 ล้านบาท สร้างให้กองปราบฯ 1 อาคารเป็นการแลกเปลี่ยน

สำหรับรูปแบบโครงการอาคารสำนักงานแห่งใหม่ จะใช้พิมพ์เขียวเดิมของกองบังคับการกองปราบปรามที่เคยออกแบบไว้มาดำเนินการก่อสร้าง จึงทำให้โครงการเดินหน้าได้เร็วเพราะไม่ต้องออกแบบใหม่ ภายในโครงการประกอบด้วย 1.อาคารที่ทำการสูง 30 ชั้น มีชั้นใต้ดิน 1 ชั้น 1 อาคาร 2.อาคารที่จอดรถยนต์ 6 ชั้น และใต้ดิน 1 ชั้น 1 อาคาร 3.อาคารที่ทำการพร้อมที่จอดรถยนต์ และอาคารสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่สูง 20 ชั้น 3 อาคาร

"เหตุผลที่ผมต้องสร้างตึกสูง 30 ชั้น เพราะจะใช้ที่ทำงานใหม่นี้เป็นจุดศูนย์รวมของงานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทั้งหมด เช่น ศูนย์เทคโนโลยี กองสื่อสาร ศูนย์บริการต่างด้าว ศูนย์ฝึกอบรมที่จะนำ 10 กลุ่มประเทศอาเซียนมาเข้าร่วมด้วย เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน"

ส่วนที่มีกระแสข่าวออกมาว่า โครงการนี้มีการกำหนดสเป็กทีโออาร์ไว้สูงจนทำให้มีผู้รับเหมามาซื้อเอกสารได้น้อยรายนั้น พล.ต.ท.ภาณุกล่าวว่า อยากจะขอชี้แจงว่าการที่กำหนดคุณสมบัติผู้รับเหมาไว้ว่าต้องมีผลงานก่อสร้างตึก 15 ชั้น มูลค่างาน 1,500 ล้านบาท ก็เพื่อให้งานก่อสร้างเป็นไปตามมาตรฐาน ถ้าไม่กำหนดคุณสมบัติแบบเข้มข้นก็อาจจะได้บริษัทรับเหมาฝีมือไม่ถึง จะกระทบต่อปัญหาทิ้งงานในอนาคตได้ ขณะเดียวกันทีโออาร์ที่ผ่านมามีการดำเนินการโปร่งใส มีการลงเว็บไซต์เพื่อรับฟังประชาพิจารณ์ไปแล้ว

"ในรอบเสนอราคาประมูลถ้า 3 บริษัทเข้าได้ก็น่าจะผ่านในการพิจารณาเราดูสเป็กบริษัท ว่าครบหรือไม่ เมื่อเปิดยื่นประมูลแล้วจะเหลือ 2 รายก็ถือว่าไม่ผิด เพราะหลักเกณฑ์การประมูลกำหนดไว้ว่าต้องมีผู้ยื่นประมูลเกิน 1 บริษัท และไม่ถือว่าเป็นการล็อกสเป็ก" พล.ต.ท.ภาณุกล่าว

แหล่งข่าวจากวงการรับเหมาก่อสร้างเปิดเผยว่า ผู้รับเหมา 5 รายที่ซื้อเอกสารประมูล ได้แก่ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ , บจ.วรวิสิฎฐ์, บจ.เบ็ญจมาศ, บจ.สิทธิชัย เอ็นจิเนียริ่ง และ บจ.รวมนครก่อสร้าง คาดว่าบริษัทที่มีแนวโน้มจะชนะประมูลคือ บริษัท วรวิสิฏฐ์ เพราะมีผลงานก่อสร้างโครงการในแวดวงตำรวจ เช่น โรงพยาบาลตำรวจ อาคารสอบสวนกลาง เป็นต้น