เร่งประสานปล่อยตัวแรงงานไทย

PALESTINIAN-ISRAEL-THAILAND-EGYPT-CONFLICT-HOSTAGES
An International Red Cross vehicle carrying Thai hostages released by Hamas drives towards the Rafah border point with Egypt ahead of their transfer to Israel on November 26, 2023. The Israeli army said in a statement on November 26, 2023 that 13 released hostages were back on Israeli territory, and another four were on their way via the Rafah crossing between the Gaza Strip and Egypt. (ภาพโดย Mahmud HAMS / AFP)
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

นับเป็นเรื่องน่ายินดีกับข้อตกลงการปล่อยตัวประกันที่ถูกคุมขังอยู่ในฉนวนกาซา เพื่อแลกกับการหยุดสู้รบเป็นเวลา 4 วันภายใต้การหยุดยิงชั่วคราวเพื่อเหตุผลทางด้านมนุษยธรรมเพื่อเปิดทางให้ความช่วยเหลือเข้าสู่ฉนวนกาซา ตามที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเรียกร้อง หลังสงครามระหว่างอิสราเอล กับกลุ่มฮามาส ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม หรือเป็นระยะเวลา 50 วันผ่านมาแล้ว โดยมีผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ฝ่ายรวมกันมากกว่า 15,000 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้หญิงและยังมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 30,000 คน

จากตัวประกันที่ กลุ่มฮามาส จับไปในการบุกอิสราเอลช่วงแรก ๆ ของสงครามประมาณ 200 คน ปรากฏมีแรงงานไทยที่เข้าไปทำงานอยู่ในอิสราเอลถูกจับไปด้วยมากกว่า 20 คน โดยการแลกเปลี่ยนตัวประกันระหว่าง นักโทษชาวปาเลสไตน์ที่ถูกคุมขังอยู่ในอิสราเอล กับตัวประกัน ในช่วงหยุดพักรบ 4 วันที่ผ่านมา มีแรงงานไทยได้รับการปล่อยตัว 3 ครั้ง ยืนยันรวมกัน 19 คน

ขณะที่คาดการณ์ยังมีแรงงานไทยถูกจับไปเป็นตัวประกันเหลืออยู่อีก 15 คน พร้อมกับความหวังที่ว่า หากการเจรจาข้อตกลงในการหยุดการสู้รบ 4 วัน ได้รับการขยายระยะเวลาออกไปอีก ก็จะมีจำนวนแรงงานไทยได้รับการปล่อยตัวเพิ่มขึ้น ตามข้อเรียกร้องของอิสราเอลที่ว่า ทุก ๆ 1 วันของการหยุดการสู้รบ กลุ่มฮามาสจะต้องปล่อยตัวประกัน 10 คน

กระทรวงการต่างประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์แสดงความยินดีทันทีที่เริ่มมีการปล่อยตัวประกัน โดยรัฐบาลไทยแสดงความขอบคุณต่อรัฐบาลกาตาร์ อิสราเอล อียิปต์ อิหร่าน มาเลเซีย และ ICRC จากความพยายามของภาครัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปกาตาร์-อียิปต์ ของ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอให้ประสานงานการปล่อยตัวประกันไทย ซึ่งไม่ใช่คู่ขัดแย้งในสงครามครั้งนี้ รวมไปถึงความพยายามในส่วนของรัฐสภาไทย โดยตัวแทนของ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ที่เข้าไปพบกับตัวแทนกลุ่มฮามาสอิหร่าน ผ่านการประสานงานของรัฐบาลในประเทศอิหร่าน

และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดในการปล่อยตัวประกันแรงงานชาวไทยทั้ง 19 คน ให้กลับคืนสู่ประเทศ ควรที่รัฐบาลจะต้องเร่งระดมสรรพกำลังและความพยายามผ่านทุกช่องทางที่จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้แรงงานชาวไทยได้รับการปล่อยตัวเพิ่มมากขึ้น หรือถูกปล่อยตัวทั้งหมด ก่อนที่ช่วงเวลาทองในการหยุดพักรบจะหมดลง จากความไม่แน่นอนในสถานการณ์ฉนวนกาซาที่พร้อมจะพลิกผันอยู่ตลอดเวลา


ประธานรัฐสภา กล่าวถึงเรื่องตัวประกันคนไทยที่ได้ขอให้ช่วยดูแลอย่างดีว่า ยังได้รับคำยืนยันว่าตัวประกันคนไทยปลอดภัย และกลุ่มฮามาสพร้อมจะปล่อยตัวมาหากอยู่ในช่วงหยุดยิงที่มั่นใจในความปลอดภัย ส่วนตัวเน้นย้ำเรื่องคนไทยต้องปลอดภัยเป็นหลัก ซึ่งเขารับปากตั้งแต่แรกว่าจะดูแลอย่างดี และอิหร่านยืนยันว่าจะให้ความช่วยเหลือเหมือนเดิม เพื่อให้สบายใจว่าทำหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยต้องรอลุ้นข่าว 1-2 วันนี้