เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘พิพัฒน์​’ สยบข่าวปม​ร้าว 2 น.​1 พ.แตก จ่อพบ ‘เนวิน’ เดินสายร่วมทำบุญ-ชมบอลกระชับมิตร
Politics ‘พิพัฒน์​’ สยบข่าวปม​ร้าว 2 น.​1 พ.แตก จ่อพบ ‘เนวิน’ เดินสายร่วมทำบุญ-ชมบอลกระชับมิตร
มรดกโลกปลุกท่องเที่ยวนครศรีฯ วัดพระมหาธาตุฯคึกคัก ลุ้นเชียงใหม่ขึ้นทะเบียนต่อปี’70
เศรษฐกิจภูมิภาค มรดกโลกปลุกท่องเที่ยวนครศรีฯ วัดพระมหาธาตุฯคึกคัก ลุ้นเชียงใหม่ขึ้นทะเบียนต่อปี’70
GIT ผนึก 2 พันธมิตรจีน เปิดทางอัญมณีไทยบุกตลาดจีน ดันครบวงจรตั้งแต่ศุลกากรถึงโลจิสติกส์
Economic GIT ผนึก 2 พันธมิตรจีน เปิดทางอัญมณีไทยบุกตลาดจีน ดันครบวงจรตั้งแต่ศุลกากรถึงโลจิสติกส์
สุรศักดิ์ คาดตั้งกระทรวง ‘การกีฬา – วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว’ เสร็จต้นปี 70
Politics สุรศักดิ์ คาดตั้งกระทรวง ‘การกีฬา – วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว’ เสร็จต้นปี 70
ภาคผลิตยังเหนื่อย MPI มิ.ย. 69 หดตัว 3.10% สศอ. ชี้ยานยนต์-น้ำมันฉุด เร่งปรับดัชนีใหม่สะท้อนอุตสาหกรรมไทย
Economic ภาคผลิตยังเหนื่อย MPI มิ.ย. 69 หดตัว 3.10% สศอ. ชี้ยานยนต์-น้ำมันฉุด เร่งปรับดัชนีใหม่สะท้อนอุตสาหกรรมไทย
Super LBA : เจาะลึกกลยุทธ์ บริหารความเสี่ยงด้วยประกันภัย
Biz Movement Super LBA : เจาะลึกกลยุทธ์ บริหารความเสี่ยงด้วยประกันภัย
ARV & SKYLLER Open House 2026 โชว์ศักยภาพ โดรน-โซลูชันอัจฉริยะ เพื่อภาคอุตสาหกรรม
Biz Movement ARV & SKYLLER Open House 2026 โชว์ศักยภาพ โดรน-โซลูชันอัจฉริยะ เพื่อภาคอุตสาหกรรม
GULF ชวนชี้พิกัดพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า ติดตั้งโซลาร์เซลล์ฟรี
Biz Movement GULF ชวนชี้พิกัดพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า ติดตั้งโซลาร์เซลล์ฟรี
อนุทิน ท้า iLaw เปิดข้อมูลฮั้ว สว.เพิ่ม ‘ภราดร’ ยันฟ้อง ‘ยิ่งชีพ’ ภูมิใจไทยเสียหาย
Politics อนุทิน ท้า iLaw เปิดข้อมูลฮั้ว สว.เพิ่ม ‘ภราดร’ ยันฟ้อง ‘ยิ่งชีพ’ ภูมิใจไทยเสียหาย
ราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 65,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 65,800 บาท
ดูทั้งหมด

ประเทศไทย …จะไปทางไหน

25 ม.ค. 2567 | 09:36น.
เศรษฐา ทวีสิน
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : สมปอง แจ่มเกาะ

เดือนแรกของศักราชใหม่ ปี 2567 เดือนมกราคมกำลังจะผ่านไป ครับ…วันเวลามันช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน

กลับมานั่งนับนิ้ว (มือ) ดู วันนี้ รัฐบาลท่านนายกฯเศรษฐา ทวีสิน ก็เข้ามาบริหารประเทศได้ 5 เดือนเข้าไปแล้ว

หากยังจำกันได้ เมื่อกลาง ๆ เดือนธันวาคม 2566 ท่านนายกฯก็ได้แถลงผลงาน 90 วัน ผ่านทีวีช่อง NBT มีผลงานมากมาย ทั้งการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส เร่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชน

เริ่มจากการลดรายจ่าย ที่มีทั้งลดค่าไฟฟ้า ลดราคาน้ำมันดีเซล ลดราคารถไฟฟ้า (สีม่วงและสีแดง), ช่วยชาวนา-ชาวไร่อ้อย, แก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ (เป็นวาระแห่งชาติ), พักหนี้เกษตรกร, บัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ (นำร่อง 4 จังหวัด แพร่ เพชรบุรี ร้อยเอ็ด และนราธิวาส)

ขณะที่นโยบายเพิ่มรายได้ก็ไม่น้อยหน้า ไล่เรียงตั้งแต่กระตุ้นการท่องเที่ยว ด้วยมาตรการวีซ่าฟรีนักท่องเที่ยว ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ (ปริญญาตรี) และการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุ ขยายเวลาปิดสถานบริการ (นำร่อง 4 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ และชลบุรี) ขยายเวลาการเปิดให้บริการท่าอากาศยานเชียงใหม่ 24 ชั่วโมง การส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง

รวมถึงผลักดันกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท โครงการดิจิทัลวอลเลต (ที่จนถึงวันนี้ไม่รู้ว่าจะลงเอยและเดินหน้าโครงการต่ออย่างไร)

สรุปว่า ผลงานรัฐบาลยาวเป็นหางว่าวเลยทีเดียว

แต่สำหรับคนที่อาจจะใจร้อนหน่อย อาจจะบ่นว่ายังไม่มีอะไรที่เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นเลย โดยเฉพาะเศรษฐกิจปากท้อง ที่วันนี้คนไทยส่วนใหญ่ต่างอยู่ในอาการสาละวันเตี้ยลง

ที่ผ่านมา แม้ว่าหลาย ๆ ฝ่ายอาจจะคาดการณ์ว่าภาพรวมเศรษฐกิจในภาพรวมปีนี้น่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น และดีกว่าปีที่ผ่านมา

แต่ล่าสุด เท่าที่ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับนักธุรกิจระดับซีอีโอธุรกิจขนาดกลางหลายท่านและหลากหลายธุรกิจ และถามถึงมุมมองเรื่องภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ทุกท่านล้วนมองไปในทิศทางเดียวกันว่า ยังไม่ไว้วางใจในสถานการณ์เศรษฐกิจที่เป็นอยู่นี้เท่าไหร่นัก

นอกจากภาวะสงคราม และ Geopolitic ที่อยู่นอกเหนือการคอนโทรลของเรา ๆ ท่าน ๆ ที่เป็นตัวแปรหลักที่จะฉุดสถานการณ์เศรษฐกิจโลกให้ดำดิ่งแล้ว

เมื่อกลับมามองเฉพาะที่หน้าตัก ประเทศไทยของเราเองก็ยังมีหลายเรื่องที่ไม่แน่นอน และบางเรื่องยังมีความเปราะบางอยู่หลายเรื่อง

เรื่องแรก เป็นที่รู้กันมานานคืองบประมาณรายจ่ายที่ล่าช้า ที่ทำให้ไม่มีเม็ดเงิน (ก้อนใหญ่) เข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

ตามมาด้วยปัญหาหนี้ครัวเรือน หนี้บัตรเครดิต หนี้ไฟแนนซ์ สารพัดหนี้ที่มีมากมาย ที่ส่งผลในแง่ของการบั่นทอนกำลังซื้อและการจับจ่าย

และที่เป็นฮอตอิสชูที่บรรดานักธุรกิจจับตามองและเป็นห่วงมากในเวลานี้ก็คือ ปัญหาหุ้นกู้ที่ครบกำหนดไถ่ถอนจะมีเงินมาจ่ายหรือไม่ ? หากไม่มีเงินคืนจะแก้ปัญหาอย่างไร ?

อะไรจะเกิดขึ้นตามมา

หลายคนยังลุ้นต่อไปอีกว่า เหตุการณ์ในทำนองนี้จะลุกลามเป็นโดมิโนเอฟเฟ็กต์หรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป

หรือแม้แต่การบูมโครงการแลนด์บริดจ์ที่มีมูลค่าถึง 1 ล้านล้านบาทของรัฐบาลที่ไปเชิญชวนนักลงทุนทั่วโลกมาลงทุน อีกด้านหนึ่งก็ส่งผลให้โปรเจ็กต์ยักษ์อีอีซีดูเหมือนจะแผ่ว ๆ ลงไป

อีอีซีจะแจ้งเกิดได้อย่างที่ตั้งใจหรือไม่ โครงการแลนด์บริดจ์จะเดินหน้าต่ออย่างไรหรือไม่

นี่เป็นคำถามที่นักลงทุนต่างชาติยังรอคำตอบ

และเมื่อถามซีอีโอต่อว่า จากนี้ไปจะขยับขยายการลงทุนอะไรใหม่ ๆ หรือไม่

คำตอบที่ได้คือ หลายคนบอกว่า แม้จะมีโครงการการลงทุนใหม่ ๆ แต่ก็ไม่รีบ ขอรอดูสถานการณ์ให้ชัดเจนก่อน

เพียงเท่านี้ก็ชัดเจนมากพอแล้ว ว่าเศรษฐกิจไทยในวันข้างหน้าจะเป็นเช่นไร !