หมอกควันพิษมหันตภัยใกล้ตัวคนกรุง

แฟ้มภาพ
บทบรรณาธิการ

 

จากที่เคยเป็นเรื่องไกลตัว หมอกควันพิษ ฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน ที่เคยเกิดขึ้นจนเป็นวัฏจักรประจำปีในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนล่าง กำลังเป็นภัยมืดใกล้ตัวคนกรุงเวลานี้

ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาต่อเนื่องจนถึงปีใหม่ ฟ้าสลัว หมอกควันทึบในกรุงเทพมหานคร (กทม.) กลายเป็นภาพที่คุ้นตาได้พบเห็นแทบไม่เว้นวัน

ล่าสุด กรมควบคุมมลพิษรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM 2.5) เมื่อ 11 มกราคม 2562 ว่า PM 2.5 ใน กทม.และปริมณฑล เฉลี่ย 24 ชั่วโมง คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ปริมาณฝุ่นละอองเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ริมถนน และพื้นที่ทั่วไป

โดยพื้นที่ริมถนน สถานีวัดคุณภาพอากาศแสดงผลค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ มีค่าเกินมาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) รวม 19 พื้นที่ ส่วนพื้นที่ทั่วไปมีค่าเกินมาตรฐาน รวม 13 พื้นที่

แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับ กทม.ในฐานะหน่วยงานท้องถิ่นซึ่งรับผิดชอบดูแลพื้นที่โดยตรงจะพยายามป้องกันแก้ไข แต่ทำได้แค่ส่งสัญญาณเตือน และแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จึงน่าห่วงว่าปัญหาหมอกควัน ฝุ่นละอองพิษ ซึ่งนับวันยิ่งเกิดขึ้นรุนแรง จะส่งผลกระทบในวงกว้างเข้าขั้นวิกฤตหนักขึ้น

โดยเฉพาะภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากมลพิษจากปริมาณยานยนต์บนถนนที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์แล้ว การก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคอย่างรถไฟฟ้า ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการหลายเส้นทางทั่วกรุงเทพฯ-ปริมณฑล การก่อสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างที่กระจายอยู่ทุกทำเล กับฝุ่นละอองและมลพิษจากการเผาขยะ โรงงาน ฯลฯ ซึ่งมีจำนวนมาก และเกิดการสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จะยิ่งยากในการควบคุมดูแลและแก้ปัญหาที่ต้องเร่งดำเนินการคือการยกระดับความสำคัญในการป้องกันแก้ไขมลพิษทั่วกรุงให้เป็นวาระแห่งชาติ ก่อนจะส่งผลกระทบเศรษฐกิจ สังคมมากกว่านี้

เพราะวิกฤตมลพิษนอกจากจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชนแล้ว จะทำให้นักธุรกิจ นักลงทุน นักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่อยากเสี่ยงภัยมาเยือน สะเทือนต่อเนื่องถึงการลงทุนและการท่องเที่ยว

จากที่ถูกจัดอันดับเป็นเมืองที่มีปัญหาการจราจรติดขัดหนักติด 1 ใน 20 เมืองทั่วโลก จากนี้ไปกรุงเทพฯ จึงเสี่ยงจะถูกจัดเข้ากลุ่มเมืองที่เต็มไปด้วยฝุ่นละอองและควันพิษอีกตำแหน่ง

หากไม่เร่งแก้แชมป์เมืองที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมเที่ยวมากสุดในโลก 3 ปีซ้อน กับเมืองน่าอยู่ที่สุดอันดับที่ 100 จะโดนมลพิษบดบังทำให้ภาพลักษณ์ยิ่งติดลบ

Previous articleวิกฤต “ยะไข่” รอบใหม่ สะเทือน ศก.เมียนมา
Next articleSmart Historic 4.0 โบราณสถานบรรจบเทคโนโลยี