พืชผลราคาตกต่ำ…ป้องกันดีกว่าตามแก้

ข่าวดีผลสำรวจดัชนีรายได้ของเกษตรกร โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ที่ชี้ว่าช่วงครึ่งแรกปีนี้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559 มีแค่ไม่กี่วัน ข่าวร้ายสถานการณ์ราคาข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ฯลฯ มีทั้งที่อยู่ในภาวะวิกฤต ต้องเฝ้าระวัง และมีแนวโน้มจะเกิดปัญหา จึงน่าห่วงว่าปีนี้ราคาสินค้าเกษตร
จะตกต่ำซ้ำซากอีก

ที่หนักหนาสาหัสคือยางพารา ล่าสุด ณ 13 ก.ค. 2560 ราคายางแผ่นดิบท้องถิ่นอยู่ที่ 48.20 บาท/กก. ลดลง
จากช่วงเดือน มิ.ย.ที่ราคาทรงตัวในระดับบวก-ลบ 50 บาท/กก. ไม่แปลกที่ชาวสวนยางออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากภาครัฐถี่ขึ้น

ส่วนราคาข้าวเปลือกซึ่งก่อนหน้านี้ขยับขึ้นก็ดิ่งลง กลางสัปดาห์ที่ผ่านมาข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% ราคา 8,244 บาท/ตัน เทียบกับเดือน มิ.ย. 8,700-8,900 บาท/ตัน เพราะได้อานิสงส์คำสั่งซื้อข้าวจากตลาดต่างประเทศ ก็กำลังเผชิญปัจจัยลบ

               

เพราะเมื่อไม่มีออร์เดอร์ใหม่เข้ามาเพิ่ม แถมพ่อค้ากลาง ผู้ส่งออกฉวยโอกาสทุบราคา ส่งผลให้รายได้จากการขายข้าวของชาวนาลดน้อยลงจนน่าใจหาย

ล่าสุด ชาวสวนผลไม้ภาคตะวันออก ชาวไร่สับปะรดตกที่นั่งลำบากเช่นเดียวกับชาวสวนยางและชาวนา ราคาซื้อขายมังคุดทรุดฮวบเหลือ 6 บาท/กก. เทียบกับต้นทุนการผลิตที่ 20-30 บาท/กก.

ส่วนสับปะรด ถูกกดราคารับซื้อแค่ 3 บาท/กก. จากปลายปี 2559 ขยับขึ้นถึง กก.ละ 14 บาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายสิบปี ชาวไร่สับปะรดซึ่งขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มเพราะราคาดีจึงเดือดร้อนหนัก ไม่ต่างไปจากข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง

เท่ากับว่าเวลานี้พืชผลทางการเกษตรหลักเกือบทุกชนิดมีปัญหา และแม้รัฐบาลจะนำหลากหลายมาตรการมาใช้ก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากหน่วยงานรัฐไม่นำบทเรียนที่เคยได้รับมาปรับแก้ มีแต่ใช้สูตรสำเร็จเดิม ๆ และแทนที่จะหาทางป้องกันล่วงหน้าก็รอให้ปัญหาเกิดจึงค่อยตามแก้

แนวทางพัฒนาการเกษตรที่รัฐชูนโยบายก้าวไกลด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การตลาดนำการผลิต เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้เข้มแข็งมั่นคง จึงยังอีกไกลกว่าจะถึงเป้าหมาย

การแก้ปัญหาเฉพาะให้เกษตรกรมีรายได้เพียงพอ ไม่มีภาระหนี้สินจึงจำเป็นต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน ส่วนที่ท้าทายกว่าคือทำอย่างไรให้เกษตรกรมีองค์ความรู้ นำเทคโนโลยี นวัตกรรมมาปรับใช้ในการผลิต การตลาดได้มากขึ้น แทนที่จะรอธรรมชาติฝนฟ้าชี้ชะตา มิฉะนั้นเศรษฐกิจฐานรากคงเข้มแข็งได้ยาก โอกาสที่ประเทศจะก้าวสู่อนาคตใหม่จะยิ่งลำบาก