เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

พลังคนสร้างสรรค์โลก เอามื้อสามัคคี-สร้างเกษตรทางหลัก

03 ธ.ค. 2561 | 15:23น.

ต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่า “โครงการพลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” เดินทางมาถึงปีที่ 6 แล้ว ซึ่งนับเป็น 6 ปีที่ตลอดระยะเวลาผ่านมา นับจากบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมมือกับสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน และภาคศาสนา ร่วมกันจัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคีตามจังหวัดต่าง ๆ

ตามแนวคิด “แตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคี” เพื่อสืบสานศาสตร์พระราชาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงห่วงใยต่อปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งบริเวณลุ่มน้ำป่าสัก

วิวัฒน์ ศัลยกำธร

จนทำให้เกิดผลของการร่วมมือกันจัดกิจกรรม “แตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคี” ขยายผลไปยังพื้นที่ลุ่มน้ำต่าง ๆ ทั้งยังขยายพื้นที่ครอบคลุมมากกว่า 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ, จันทบุรี, สระบุรี และน่าน อันเป็นพื้นที่ปัจจุบันที่บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด รวมทั้งภาคีเครือข่ายร่วมกันขับเคลื่อนในการสร้างคน-สร้างเครือข่าย-สู่การสร้างศูนย์เรียนรู้บริเวณบ้านห้วยเลา ต.เชียงของ อ.นาน้อย จ.น่าน

เบื้องต้น “วิวัฒน์ ศัลยกำธร” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกว่า การเพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นจำนวนมหาศาลในจังหวัดน่าน ทำให้สูญเสียพื้นที่ทรัพยากรป่าไม้ถึง 1.5 ล้านไร่ ในบริเวณพื้นที่ราบสูง ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของน้ำร้อยละ 40 ของแม่น้ำเจ้าพระยา

“ผลตรงนี้ไม่เพียงทำให้เกิดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ เศรษฐกิจ และสังคม ยังทำให้เกิดสภาวะน้ำแล้ง น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดน่าน และในเขตพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย เราจึงต้องมาช่วยกันสร้างหลุมขนมครกบนพื้นที่สูง เพื่อเปลี่ยนเขาหัวโล้นให้กลายเป็นเขาหัวจุก ด้วยการนำศาสตร์พระราชาทั้งในเรื่องทฤษฎีใหม่ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพสังคม”

“ด้วยการให้ทางคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) มาช่วยออกแบบพื้นที่เพื่อกักเก็บน้ำ เพราะพื้นที่ของหมู่บ้านห้วยเลาเป็นพื้นที่แห้งแล้ง เพราะชาวบ้านบุกรุกทำลายป่าเพื่อถางทางในการปลูกข้าวโพดกัน ซึ่งเป็นอย่างนี้มาหลายสิบปี จนทำให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ของอุทยานแห่งชาติศรีน่าน กับชาวบ้านมีปัญหากันตลอด”

บัณฑิต ฉิมชาติ

“แต่เมื่อ บัณฑิต ฉิมชาติ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน เข้ามาทำความเข้าใจกับชาวบ้านจนเกิดการเปิดใจคุยกันเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหาหนี้สินครัวเรือน พร้อมกับหาทางช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ จนนำมาสู่การพึ่งพาตัวเอง ด้วยการปลูกพืชเพื่อสร้างป่า 3 อย่าง ประโยชน์4 อย่าง เพื่อให้พวกเขาพอกิน พอใช้ พออยู่ พอร่มเย็น เพื่อเปลี่ยนผู้บุกรุกมาเป็นผู้พิทักษ์อย่างยั่งยืน”

นอกจากนั้น “วิวัฒน์” ยังกล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาลุ่มน้ำน่าน เราจะดูอยู่ 2 เรื่องหลัก ๆ คือ วิกฤตหนักจริงหรือเปล่า และในวิกฤตหนักนั้นมีโอกาสหรือเปล่า ถ้าวิกฤตหนักแต่ไม่มีโอกาส เราก็ไม่ทำ แต่สำหรับบ้านห้วยเลายังมีโอกาสที่จะแก้ปัญหาได้ เพราะเรามีศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นน้ำน่าน (ชตน.) มาช่วยจนค่อย ๆ ประสบความสำเร็จ

“ที่สำคัญ หัวหน้าศูนย์ ชตน.เขาไม่ทิ้ง กัดติด ติดตาม จนทำให้ประชาชนที่อยู่ในชุมชนต่าง ๆ ของจังหวัดน่านเข้ามาเรียนรู้ ศึกษา และนำศาสตร์พระราชาไปประยุกต์ใช้ เพราะที่นี่อยู่ไม่ไกลจากพวกเขา สามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ แต่กระนั้น เราต้องต่อสู้กับกระบวนการทางความคิด เพราะชาวบ้านที่นี่เคยชินต่อการปลูกพืชเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะการปลูกข้าวโพด เราจึงต้องเปลี่ยนทัศนคติเขาให้ได้ พูดภาษาชาวบ้าน คือ เราใช้ ชตน.เป็นค่ายดัดสันดาน”

“นอกจากนั้น เราเชื่อว่าหัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีน่านน่าจะเอาอยู่ เพราะเขาเคยทำที่อื่นประสบความสำเร็จมาก่อน แต่พื้นที่ที่นี่ใหญ่กว่า มีมากกว่า 6 แสนไร่ ที่สำคัญ ชาวบ้านที่นี่เป็นหนี้ต่อครัวเรือนสูงมาก ประมาณ 3-5 แสนบาทต่อครอบครัว และถ้าเขายังปลูกข้าวโพดต่อไป หนี้จะพอกพูนขึ้นเรื่อย ๆ หัวหน้าอุทยานจึงเข้ามาคุยกับชาวบ้าน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เขาโดนด่า โดนไล่หลายครั้งกว่าชาวบ้านจะเปิดใจ โดยเฉพาะอดีตผู้ใหญ่บ้าน (วริศรา จันธี) ที่ปัจจุบันกลายเป็นหัวแรงหลักในการขับเคลื่อนโครงการแตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคี ครั้งนี้”

อาทิตย์ กริชพิพรรธ

ถึงตรงนี้ “อาทิตย์ กริชพิพรรธ” ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวเสริมว่าเป้าหมายของโครงการยังคงเน้นการขยายพื้นที่การพัฒนาจากลุ่มน้ำป่าสักไปยังลุ่มน้ำอื่น ๆ ตามแนวคิดแตกตัวทั่วไทย เอามื้อสามัคคี เพื่อสืบสานศาสตร์พระราชาของในหลวง รัชกาลที่ 9

 

“ที่สำคัญ โครงการพลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน ตอบโจทย์เรื่องซีเอสอาร์ของบริษัทบน 4 แนวทางหลัก เช่น การศึกษา, สิ่งแวดล้อม, พนักงานมีส่วนร่วม และการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เพราะทั้ง 4 แนวทางเกี่ยวโยงและสัมพันธ์กับเป้าหมายหลักในการตอบโจทย์ของประเทศด้วย แต่ปัญหาคือโครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ เราต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพราะการเปลี่ยนความคิดคนสองคนไม่ยากเท่าไหร่ แต่การเปลี่ยนความคิดคนเป็นแสนเป็นล้านนั้นยากมาก”

“ผมจึงมีความหวังว่า หลังจากที่เราทำโครงการต่อเนื่องมาจนถึงปีที่ 6 เราคงต้องทำต่อไปในระยะยาว โดยมีเป้าหมายระยะสั้น ๆ ว่า จะทำโครงการนี้ต่อไปจนถึงปีที่ 9 จากนั้นจึงค่อยมาประเมินอีกทีว่าจะทำอย่างไรต่อไป เพราะทางเชฟรอนฯมีความหวังว่า เราต้องการให้เกษตรกรของไทยมองเรื่องของการนำศาสตร์พระราชามาใช้เป็นทางหลัก ไม่ใช่ทางเลือก เหมือนอย่างที่เรียก ๆ กันอยู่ ทั้งนั้น เพราะจากการทำอย่างต่อเนื่องมาถึง 6 ปี เราเห็นแล้วว่านี่คือทางรอดของเกษตรกรไทย”

“ถึงตอนนี้เริ่มมีหลายภาคส่วนมองเห็นในสิ่งที่เราทำ และเริ่มเข้ามาเป็นพันธมิตรมากขึ้น เพราะแนวทางในการทำงาน นอกจากเราจะขับเคลื่อนโครงการอย่างต่อเนื่อง เรายังร่วมมือกับทาง สจล. ในการทำงานวิจัยเพื่อเก็บข้อมูลต่าง ๆ ไปพร้อมกัน เพื่อขอพื้นที่จากชาวบ้านมาออกแบบพื้นที่ในการทำโคก หนอง นาโมเดล ปรากฏว่าชาวบ้านในชุมชนเหล่านั้นต่างให้ความร่วมมืออย่างดี”

อันไปสอดคล้องกับความคิดของ ผศ.พิเชฐ โสวิทยสกุล” หัวหน้าศูนย์บูรณาการเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาประเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ที่บอกว่า ตอนนี้เราออกแบบเชิงภูมิสังคมไทย พร้อมกับติดตาม ประเมินผลการบริหารจัดการน้ำอย่างมีส่วนร่วม เพื่อจัดเก็บข้อมูลเรื่องการออกแบบ และปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ ให้เป็นระบบและได้มาตรฐานทางวิชาการ

“โดยโครงการวิจัยมีระยะเวลาทำงาน 2 ปี โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 และจะสิ้นสุดในปี 2561 ด้วยการทำวิจัยใน 3 พื้นที่ คือ ลำปาง, อุดรธานี และตาก ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างจำนวน 40 ราย รวมพื้นที่ 400 ไร่ นอกจากนี้ ยังทำเรื่องเอามื้อสามัคคี เพื่อขยายผลในจังหวัดของโครงการวิจัย และนอกพื้นที่วิจัย เช่น กาญจนบุรี, เชียงใหม่ และน่าน”

“ซึ่งศูนย์บูรณาการเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาประเทศ มีแผนจะนำเสนอผลงานวิจัย โดยนำมาถอดบทเรียนเพื่อจัดทำเป็นชุดความรู้ และคู่มือในการขยายผลให้พื้นที่ชุมชนอื่น ๆ สามารถนำไปปรับใช้ในอนาคต เพราะฉะนั้น หน้าที่ของผมคือการเชื่อมโยง หรือการจับแพะ

มาชนแกะเพื่อบูรณาการร่วมกัน เพราะเราไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ เพราะส่วนตัวผมรับผิดชอบ 3 ลุ่มน้ำ คือ ปิง, ยม และน่าน เพราะฉะนั้น งานออกแบบตอนนี้จึงไม่ใช่การออกแบบแปลงรายย่อยแล้ว แต่จะออกแบบสเกลใหญ่อย่างบางระกำโมเดลที่ครอบคลุมพื้นที่ 3.5 แสนไร่”

ขณะที่ “บัณฑิต ฉิมชาติ” หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อ.นาน้อย จ.น่าน บอกว่า “อุทยานมีพื้นที่กว่า 6 แสนไร่ ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านเข้ามาใช้ประโยชน์กว่า 12,000 ไร่ ผมจึงใช้แนวทางปลูกป่าในใจคน ตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อเปลี่ยนความคิดชาวบ้านจากผู้บุกรุกมาเป็นผู้พิทักษ์ เพราะครั้งหนึ่งผมเคยใช้แนวทางพระราชดำริประสบความสำเร็จมาแล้วที่บ้านน้ำมีด ต.เปือ อ.เชียงกลาง จ.น่าน จนเกิดโครงการน้ำมีดโมเดลขึ้น”

“โดยตอนนั้นทำให้เราได้พื้นที่ป่ากลับคืนมากระทั่งฟื้นฟูเป็นป่าต้นน้ำได้ถึง 4,000 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 41,100 ไร่ แต่สำหรับที่บ้านห้วยเลา ผมใช้เวลาลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับชาวบ้านถึง 10 เดือน ตอนแรก ๆ เขาก็ต่อต้าน เพราะตลอดเวลาผ่านมา

เจ้าหน้าที่อุทยานมีปัญหากับชาวบ้านมาตลอด ซึ่งแรก ๆ ผมพบอุปสรรคบ้าง แต่ตอนนี้เริ่มค่อย ๆ ดีขึ้น มีชาวบ้านยอมเปิดใจเพื่อสมัครไปเรียนรู้กับศูนย์ ชตน.ทั้งหมด 9 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นมี

วริศรา จันธี ซึ่งเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน ที่มาเข้าร่วมกับโครงการด้วย เพราะเธอเห็นแล้วว่า โครงการโคก หนอง นาโมเดล ช่วยเหลือเธอได้จริง ๆ”

จนทำให้ชาวบ้านในชุมชนตื่นตัวต่อการเรียนรู้เพื่อที่จะเป็นเกษตรทางหลักต่อไปอย่างยั่งยืนในอนาคต 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เชฟรอน