เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘อนุทิน’  ให้ ‘ชัชชาติ’ เป็นผู้บัญชาการหลัก ดูน้ำท่วม กทม. สั่งเตรียมงบเยียวยาเบื้องต้น
Politics ‘อนุทิน’ ให้ ‘ชัชชาติ’ เป็นผู้บัญชาการหลัก ดูน้ำท่วม กทม. สั่งเตรียมงบเยียวยาเบื้องต้น
รมว.อุตฯ ยันน้ำท่วมขังนิคม ยังไม่กระทบเศรษฐกิจ เร่งระบายน้ำลาดกระบัง-บางชัน
Politics รมว.อุตฯ ยันน้ำท่วมขังนิคม ยังไม่กระทบเศรษฐกิจ เร่งระบายน้ำลาดกระบัง-บางชัน
ราคาทองวันนี้ (28 ก.ย. 69) ร่วงลง 1,050 บาท ทองรูปพรรณ 67,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ก.ย. 69) ร่วงลง 1,050 บาท ทองรูปพรรณ 67,600 บาท
น้ำท่วมหนึ่งวัน ธุรกิจสะดุดนานแค่ไหน มองความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ในบัญชี ผ่านสายตานักคณิตศาสตร์ประกันภัย
Finance น้ำท่วมหนึ่งวัน ธุรกิจสะดุดนานแค่ไหน มองความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ในบัญชี ผ่านสายตานักคณิตศาสตร์ประกันภัย
วันที่ผมค้นพบว่า คนที่รวยที่สุด อาจไม่ใช่คนที่มีเงินมากที่สุด
Finance วันที่ผมค้นพบว่า คนที่รวยที่สุด อาจไม่ใช่คนที่มีเงินมากที่สุด
‘ซิลเลี่ยน อินโนเวชั่น’ ร่วมลงนาม 4 ฉบับ ขับเคลื่อนภาคใต้สู่เมืองเขียวปี 2040
Biz Movement ‘ซิลเลี่ยน อินโนเวชั่น’ ร่วมลงนาม 4 ฉบับ ขับเคลื่อนภาคใต้สู่เมืองเขียวปี 2040
EGCO ปิดดีลซื้อหุ้น 49% โรงไฟฟ้าลม-โซลาร์ ‘Pinnacle IV’ ในสหรัฐ 339 MW
Economic EGCO ปิดดีลซื้อหุ้น 49% โรงไฟฟ้าลม-โซลาร์ ‘Pinnacle IV’ ในสหรัฐ 339 MW
‘เฟรเซอร์ส’ ปักธง ‘ชลบุรี’ ลุยนิคมใหม่ใหญ่ 2 พันไร่ 
Real Estate ‘เฟรเซอร์ส’ ปักธง ‘ชลบุรี’ ลุยนิคมใหม่ใหญ่ 2 พันไร่ 
SME D Bank แจ้งหยุดให้บริการสาขาระยองชั่วคราว วันนี้ (28 ก.ย.) จากเหตุน้ำท่วม
Finance SME D Bank แจ้งหยุดให้บริการสาขาระยองชั่วคราว วันนี้ (28 ก.ย.) จากเหตุน้ำท่วม
ส.อ.ท. เตือนน้ำยังไม่จบ จับตาเจ้าพระยา-แม่กลอง จี้โรงงานทบทวนแผน BCP รับมือ
Economic ส.อ.ท. เตือนน้ำยังไม่จบ จับตาเจ้าพระยา-แม่กลอง จี้โรงงานทบทวนแผน BCP รับมือ
ดูทั้งหมด

ไทยขาดดุล 1.6 หมื่นล้าน แห่นำเข้า “อาวุธ” พุ่งพรวด 1,039%

28 ม.ค. 2566 | 08:36น.

ปิดบัญชีการค้าระหว่างประเทศของไทยปี 2565 ด้วยมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 287,067.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 5.5% ซึ่งถือเป็นการเติบโตเกินเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้ 4% และเมื่อหักในส่วนของการส่งออกสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ออกไปแล้ว การส่งออกก็ยังคงขยายตัวที่ 4.7%

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการส่งออกจะบรรลุเป้าหมาย 4% ที่วางไว้ แต่ประเด็นสำคัญคือ ภาพการส่งออกเดือน ธ.ค. 2565 ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายกลับมาติดลบ 14.6% เป็นการกลับมาติดลบเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน หลังจากที่เดือน ต.ค. 2565 ติดลบครั้งแรกในรอบ 20 เดือนนับจากกุมภาพันธ์ 2564 ส่วนการนำเข้าเดือนธันวาคม 2565 มีมูลค่า 22,752.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 12.0% ขาดดุลการค้า 1,033.9 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่การนำเข้า ปี 2565 มีมูลค่า 303,190.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 13.6% ส่งผลให้ไทยขาดดุล 16,122.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ครั้งแรกในรอบ 5 ปี ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการนำเข้าสินค้าบางกลุ่มที่มีมูลค่าสูงขึ้นมาก ในปี 2565

เช่น ก๊าซธรรมชาติ มูลค่า 12,717 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 115% มีสัดส่วนนำเข้า 4.2% สินค้ารถยนต์โดยสารและรถบรรทุก มูลค่า 896.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 112% และสินค้าหมวดอาวุธ ยุทธปัจจัยและสินค้าอื่น ๆ มูลค่า 3,843 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1,039% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

จุรินทร์ดันปี’66 โต 1-2%

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ส่งออกปีนี้มีมูลค่า 287,067.9 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 5.5% คิดเป็นเงินบาท 9,944,317 ล้านบาท เป็นผลจากความต้องการสินค้าเพื่อความมั่นคงด้านอาหาร ที่สำคัญเป็นผลมาจากความร่วมมือกระทรวงพาณิชย์และเอกชน โดยเฉพาะคณะกรรมการร่วมรัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ (กรอ.พาณิชย์) ร่วมกันผลักดันการส่งออก การเร่งเปิดด่านการค้าชายแดน การเร่งหาแหล่งสำรองอาหารจากทั่วโลก การขนส่งทั้งปัญหาค่าระวางเรือ ตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน “คลี่คลาย” กลับมาเพียงพอ ตลาดส่งออกสำคัญที่รุกตลาด เช่น ตะวันออกกลาง มีการเติบโตมากขึ้น

“กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการผลักดันการส่งออกเชิงรุกและเชิงลึก ในการผลักดันส่งออก รวมถึงตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูงร่วมกับเอกชน เร่งเปิดด่านชายแดน หลังปิดทำการชั่วคราวเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การส่งออกชายแดนขยายตัวดีขึ้นด้วย ส่วนปัญหาด้านพลังงานถือว่าถึงจุดสูงสุดแล้ว ในส่วนของเป้าหมายการส่งออกปี 2566 นั้น กระทรวงพาณิชย์ได้หารือกับ กกร. มองเป้าหมายส่งออก ขยายตัว 1-2% โดยเตรียมพร้อมเจาะตลาดศักยภาพสูง จะเน้นตะวันออกกลาง เอเชียใต้ CLMV และจีน”

สินค้า-ตลาดส่งออกสุดพีกปี’65

หากวิเคราะห์ภาพรวมการส่งออก ปี 2565 สินค้า 3 หมวดหลัก กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มูลค่า 49,490 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 8.8% คิดเป็นสัดส่วน 17.2% ของการส่งออกทั้งหมด ขณะที่หมวดอุตสาหกรรม มูลค่า 225,694.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 4.4% คิดเป็นสัดส่วน 78.6% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด และหมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง มูลค่า 11,883.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 3.8% คิดเป็นสัดส่วน 4.1% ของการส่งออกทั้งหมด

โดยรายการสินค้าท็อป 10 สินค้าสำคัญ (คละหมวด) ปี 2565 จำนวน 10 รายการ ได้แก่ 1.น้ำตาลทราย เพิ่ม 98.9% 2.เครื่องโทรสารโทรศัพท์และส่วนประกอบ เพิ่ม 71.5% 3.อัญมณีและเครื่องประดับ เพิ่ม 50.3% 4.ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ เพิ่ม 44.8% 5.หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ เพิ่ม 32.0% 6.อุปกรณ์กึ่งตัวนํา ทรานซิสเตอร์ และไดโอด เพิ่ม 26.2% 7.ไก่แปรรูป เพิ่ม 24.8% 8.ไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง เพิ่ม 24.6% 9.ไอศกรีม เพิ่ม 23.0% 10.อาหารสัตว์เลี้ยง เพิ่ม 15.3%

ขณะที่ตลาดส่งออกไทย 3 กลุ่มตลาด ประกอบด้วย ตลาดหลัก 4 ตลาด (สหรัฐ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และอาเซียน) มูลค่า 201,270 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 5.4% คิดเป็นสัดส่วน 70% ของการส่งออกทั้งหมด ขณะที่กลุ่มตลาดรอง ซึ่งประกอบไปด้วย 11 ตลาด คือ เอเชียใต้ ฮ่องกง เกาหลีใต้ ทวีปออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา ละตินอเมริกา กลุ่มรัสเซีย และ CIS แคนาดา และสหราชอาณาจักร จะมีมูลค่ารวม 81,733.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 3.9% คิดเป็นสัดส่วน 28.5% และตลาดอื่น ๆ จะมีมูลค่า 4,064.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 75.5% มีสัดส่วน 1.4% โดยหลัก ๆ มาจากการส่งออกทองคำไปสวิตเซอร์แลนด์

ทั้งนี้ หากแยก top 10 ตลาด (คละหมวด) จะพบว่าตลาดที่เติบโตดีได้แก่ 1.ตะวันออกกลาง เพิ่ม 22.8% 2.สหราชอาณาจักร เพิ่ม 15.6% 3.แคนาดา เพิ่ม 14.2% 4.สหรัฐ เพิ่ม 13.4% 5.CLMV เพิ่ม 11.5% 6.เอเชียใต้ เพิ่ม 11.5% 7.อาเซียน (5) เพิ่ม 9.5% 8.ละตินอเมริกา เพิ่ม 5.9% 9.สหภาพยุโรป เพิ่ม 5.2% และ 10.ทวีปออสเตรเลีย เพิ่ม 1.7%

ตร.การค้าระหว่างประเทศ

เอกชนมั่นใจส่งออกเป็นบวก

ด้าน นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนยังมองว่าการส่งออกไทยในปี 2566 จะขยายตัวเป็นบวก แต่ยังมีปัจจัยที่ส่งผลต่อการส่งออกหลายเรื่อง จึงได้ตั้งวอร์รูม ขึ้นมาเพื่อศึกษาโอกาสการส่งออกเชิงลึกเทียบกับหลายประเทศ ประเด็นกังวลเรื่องปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างรวดเร็วนั้น เป็นผลมาจากหลายปัจจัยโดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวจนคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 25 ล้านคนในปีนี้ จึงมีผลให้ค่าเงินผันผวน ซึ่งหน่วยงานที่ดูแลก็ต้องตามอย่างใกล้ชิด

เช่นเดียวกับ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การส่งออกปีนี้มีความท้าทายอย่างมาก ภาคเอกชนต้องร่วมมือกับภาครัฐทำงานหนักขึ้น โดยจะต้องเดินหน้าในการบุกตลาดใหม่ เช่น ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ CLMV ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ซึ่งยังเชื่อว่าสินค้าในภาคอุตสาหกรรมยังคงเติบโต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร ส่วนปัญหาการขาดแคลนชิปนั้น มองว่าสถานการณ์คลี่คลายไประดับหนึ่งแล้ว ส่วนราคาน้ำมันที่ได้รับผลกระทบจากสงครามถือว่าผ่านจุดสำคัญมาแล้ว ส่วนสิ่งที่ต้องติดตามเป็นเรื่องของค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว 2 เดือนแข็งค่าไป 20%

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเดือน ธ.ค. 2565 อยู่ที่ 111,605 คัน สูงสุดในรอบ 3 ปี 9 เดือน ทำให้การส่งออกรถยนต์ปี 2565 ทะลุ 1 ล้านคันอีกครั้งตามเป้าที่ตั้งไว้ตอนต้นปี 2565 ด้วย 1,000,256 คัน มีมูลค่าการส่งออก 619,348.06 ล้านบาท ด้วยการผลิตส่งออกเพิ่มขึ้นในกลุ่มรถยนต์นั่ง ในตลาดเอเชีย ตะวันออกกลาง แอฟริกาอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ ส่วนปี 2566 ตั้งเป้าหมายส่งออกรถยนต์ 1,050,000 คัน เพิ่มขึ้น 1.22%

ปัจจัยบวก-ลบส่งออกไทย

เป็นที่แน่นอนว่ากระทรวงพาณิชย์และคณะกรรมการร่วม 3 สถาบัน (กกร.) และสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ได้บทสรุปร่วมกันว่าจะตั้งเป้าหมายการส่งออกทั้งปี 2566 ว่าขยายตัว 1-2% หรือคิดเป็นมูลค่า 289,938-292,809 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดยประเมินปัจจัยบวกจากการขนส่งสินค้าเข้าสู่ภาวะปกติ ค่าระวางเรือลดลง ตู้คอนเทนเนอร์คลี่คลายหลังจากการแก้ไขไปแล้ว ความต้องการด้านอาหารของโลกยังคงมีผลดีต่อการส่งออกไทย ตลาดที่มีศักยภาพยังมีความต้องการสินค้า พร้อมกันเดินหน้าบุกตลาดมากขึ้น เช่น ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ ที่มีเป้าหมายขยายตัว 20% CLMV เป้าเติบโต 15% รวมไปถึงจีน

ในส่วนปัจจัยกระทบที่ติดตาม เช่น เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยเฉพาะตลาดหลัก สหรัฐ ซึ่งคาดการณ์ว่า จีดีพี ขยายตัว 0.5-1% ยุโรป จีดีพี ขยายตัว 0.0-0.5% ญี่ปุ่น จีดีพี ขยายตัว 1.6% ดังนั้น จะมีผลกระทบต่อการส่งออกไทย โดยเฉพาะในไตรมาส 1 อาจจะ “ชะลอตัว” ต่อเนื่องจากไตรมาส 4 ซึ่งเป็นผลมาจากประเทศผู้นำเข้ายังมีสต๊อกสินค้าอยู่ ส่งผลให้คำสั่งซื้อใหม่อาจจะชะลอตัว

สำหรับราคาน้ำมันยังอยู่ระดับสูงไม่มีแนวโน้มลดลง มีผลต่อต้นทุนและการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย ค่าเงินบาทไทยที่แข็งค่าขึ้น ล้วนมีผลต่อศักยภาพในการแข่งขัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ขาดดุลการค้า อาวุธ