เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พยากรณ์อากาศวันนี้ (31 ก.ค. 69) ฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. ฝนตก 70% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (31 ก.ค. 69) ฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. ฝนตก 70% ของพื้นที่
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (31 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 1.27% อยู่ที่ 64,740 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (31 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 1.27% อยู่ที่ 64,740 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (31 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (31 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
สูตรอยู่รอด ‘ลลิล พร็อพเพอร์ตี้’ คุมสภาพคล่อง-ไม่ขยายธุรกิจเกินตัว  
Real Estate สูตรอยู่รอด ‘ลลิล พร็อพเพอร์ตี้’ คุมสภาพคล่อง-ไม่ขยายธุรกิจเกินตัว  
“NCC” ยกระดับงานจัดเลี้ยง ดัน “PET EXPO” สู่มาร์เก็ตเพลซ
Business “NCC” ยกระดับงานจัดเลี้ยง ดัน “PET EXPO” สู่มาร์เก็ตเพลซ
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระราชทานพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระราชทานพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ซมโปะ ประกันภัย ไว้อาลัย “ฮลุน โซโล่” ขอจ่ายค่าเคลื่อนย้ายร่างกลับไทยทั้งหมด
Finance ซมโปะ ประกันภัย ไว้อาลัย “ฮลุน โซโล่” ขอจ่ายค่าเคลื่อนย้ายร่างกลับไทยทั้งหมด
สื่อเกาหลีใต้ชี้ นักท่องเที่ยวไทยวูบ 35.8% แต่คนเกาหลีแห่เที่ยวไทยเพียบ
World สื่อเกาหลีใต้ชี้ นักท่องเที่ยวไทยวูบ 35.8% แต่คนเกาหลีแห่เที่ยวไทยเพียบ
ธอส. นำร่อง “B-YOND” เอไอเอเจนต์ ยกระดับการอนุมัติสินเชื่อให้รวดเร็ว แม่นยำ
Finance ธอส. นำร่อง “B-YOND” เอไอเอเจนต์ ยกระดับการอนุมัติสินเชื่อให้รวดเร็ว แม่นยำ
กรมทรัพย์สินทางปัญญา แจงแนวทางคุ้มครอง วิดีโอในยูทูป ‘ฮลุน โซโล่’
News กรมทรัพย์สินทางปัญญา แจงแนวทางคุ้มครอง วิดีโอในยูทูป ‘ฮลุน โซโล่’
ดูทั้งหมด

ส.อ.ท.เปิดเครื่องยนต์ตัวใหม่ อุตสาหกรรมไทยเตรียม TAKEOFF สู้เศรษฐกิจโลกหดตัว

21 มิ.ย. 2566 | 11:44น.
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล

“เกรียงไกร” ประธาน ส.อ.ท. มอง “โลกเปลี่ยนไปเร็ว อุตสาหกรรมไทยต้องปรับตัวให้ไว” หลังเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ส่งออกส่อติดลบ เอกชนไทยเร่งปรับตัวเตรียม TAKEOFF ตัวเอง หันหน้าเปลี่ยนจาก OEM สู่ ODM ดึงลงทุนจาก S-curve เดินหน้านโยบาย BCG ปักธงใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแทนแรงงาน สู้คู่แข่งทั้งเวียดนาม-อินโดนีเซีย หวังรัฐบาลใหม่เร่งกีโยตินกฎหมายลดต้นทุนได้กว่าแสนล้านบาท

วันที่ 21 มิถุนายน 2566 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานร่วมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวในงานสัมมนา Thailand TAKEOFF ในหัวข้อ ”อุตสาหกรรมไทยติดปีก โกอินเตอร์” จัดโดยหนังสือพิมพ์มติชน ว่า การส่งออกจะไม่ใช่เครื่องยนต์ที่สำคัญและสร้าง GDP ในปี 2566

เพราะกำลังซื้อจากตลาดสหรัฐและยุโรปลดลงและติดลบมาตลอดตั้งแต่ไตรมาส 4/2565 ดังนั้น กกร.จึงประเมินว่าปีนี้ส่งออกของไทยดีที่สุดจะอยู่ที่ 0% หรืออาจติดลบ 1% ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ขณะที่เงินเฟ้อของสหรัฐอาจดีขึ้นเล็กน้อย แม้จะแก้ปัญหาเรื่องพลังงานได้ก็ตาม แต่การสร้างแรงงานใหม่กลับไม่สามารถทำได้ ส่งผลให้ค่าแรงลดลง ส่วนยุโรปยังคงอ่วมจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ในขณะที่ไทยเองจะเห็นจากดัชนีความเชื่อมั่มภาคอุตสาหกรรม 25 กลุ่มอุตสาหกรรมออร์เดอร์ลดลง และจำเป็นที่ต้องผลิตสินค้าเพื่อเก็บสต๊อกไว้ก่อน เพื่อรอการส่งออก และรักษาการจ้างแรงงานไว้

เมื่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัว สิ่งที่ไทยต้องทำคือ อุตสาหกรรมไทยต้องปรับตัวให้ไว เพราะโลกเปลี่ยนไปเร็ว

“สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้เราเห็นการย้ายฐานการผลิต อย่างล่าสุดบริษัทอินเทล (Intel Corp) ผู้ผลิตชิปประมวลผลคอมพิวเตอร์สัญชาติอเมริกัน มีแผนจะลงทุน 25,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในอิสราเอล นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเราจะเริ่มเห็นว่า เรื่องของสิ่งแวดล้อมจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต และไทยยังเจอคู่แข่งทั้งเวียดนามและอินโดนีเซีย โดยเฉพาะการดึงการลงทุนในกลุ่ม EV ด้วยอินโดนีเซียที่มีข้อได้เปรียบเรื่องของแร่นิกเกิล ทำให้ครองสัดส่วนตลาดไปถึง 24% ของโลก”

ส.อ.ท.

ดังนั้น การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในอนาคตต้องมาจาก 2 ส่วนคือ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการมีอุตสาหกรรมใหม่ (First industries) เช่น เปลี่ยนจาก OEM (รับจ้างผลิต) เป็น ODM (รับจ้างออกแบบและผลิตสินค้าให้กับบริษัทเพื่อนำไปขายในแบรนด์ตัวเอง) เปลี่ยนจากใช้แรงงานเป็นใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เปลี่ยนจากผลิตเพื่อกำไร เป็นการผลิตคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม และเปลี่ยนจากแรงงานเป็นแรงงานขั้นสูง

นอกจากนี้ จะต้องสร้างเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (Next-Gen industries) คือการมุ่งดึงการลงทุนจาก S-curve เดินหน้านโยบาย BCG และคำนึงถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเอกชนเองเตรียมเสนอให้รัฐบาลตั้งทั้ง กรอ.พลังงาน และ กรอ.น้ำ เนื่องจากเอลนีโญ่กำลังส่งผลกระทบภาคการเกษตรของไทยอย่างหนักและนานกว่าที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภาคเอกชนยังคงทำหน้าที่ในการประเมินตัวเอง เพื่อรับมือและปรับเปลี่ยนตัวเองให้ได้ แต่อีกส่วนคือ รัฐบาลจะต้องเข้ามาเป็นส่วนช่วย และมีเครื่องมือเข้ามาช่วยทั้งการแก้ปัญหาและการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ

ล่าสุดจากการหารือกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล หลังชนะการเลือกตั้ง และในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลใหม่ของไทย ซึ่งการหารือดังกล่าวยังคงมุ่งไปที่ 5 เรื่องหลัก เช่น เรื่องของค่าแรง 450 บาท เพราะการแก้ปัญหาควรเกิดที่ต้นเหตุ คือต้องแก้ค่าครองชีพไม่ให้พุ่งขึ้น ซึ่งการใส่ยาแรงขนาดนั้นจะทำให้รายเล็กอย่าง SMEs พัง

เรื่องของการหามาตรการช่วย SMEs การกีโยตินกฎระเบียบล้าสมัย หรือปฎิรูปกฎหมายที่มีราว 1 แสนฉบับให้ลดลง ซึ่งจะทำให้ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายได้กว่าแสนล้านบาท ขณะเดียวกัน ขอให้รัฐบาลเดินหน้านโยบาย BCG ต่อ

“ในทุกเรื่องที่เราคุยโดยเฉพาะการปรับลดแก้กฎหมายแค่บางข้อ มันทำให้เราลดกระบวนการต้นทุนการขออนุญาตต่างๆ ลดลงอย่างมาก อย่างจะปิดร้านอาหารเราต้องผ่านถึง 14 หน่วยงาน กฎระเบียบพวกนี้มันล็อกทำให้เราขยับตัวไม่ได้ ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลเรื่องกีโยตินกฎหมายจะต้องทำก่อน นี่คือนิมิตใหม่ที่เราจะ TAKEOFF และร่วมกันทำด้วยกันและถ้าทำได้เราจะไม่ใช่แค่ค่อยทยาน TAKEOFF ขึ้นไป แต่เราจะโตแบบจรวด”