ลุ้นเงินช่วยเหลือชาวไร่ตัดอ้อยสด 120 บาท/ตัน พิมพ์ภัทรา ชงเข้า ครม. วันนี้

พิมพ์ภัทรา วิขัยกุล

“พิมพ์ภัทรา” ให้คำมั่นต่อเกษตรกรชาวไร่อ้อยอีสาน พร้อมช่วยเหลือเต็มที่ รอลุ้นข่าวดีชง ครม. วันนี้ (4 ธ.ค.) เงินสนับสนุนตัดอ้อยสด 120 บาท/ตัน หวังให้ชาวไร่อ้อยมีรายได้เพิ่มกว่า 8,000 ล้านบาท บรรเทาความเดือดร้อนช่วงที่ต้นทุนการผลิตพุ่ง

วันที่ 4 ธันวาคม 2566 นางสาวพิมพ์ภัทรา วิขัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยในระหว่างการลงพื้นที่พบปะเกษตรกรชาวไร่อ้อยพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ สมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุดรธานี ว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์ราคาอ้อยและน้ำตาลทรายในปัจจุบัน

ล่าสุดราคาน้ำตาลทรายหน้าโรงงานกิโลกรัมละ 21-22 บาท จากเดิมที่กิโลกรัมละ 19-20 บาท  โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จะใช้เป็นองค์ประกอบในการคำนวณราคาอ้อยขั้นต้น จะทำให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยและโรงงานมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่วนราคาอ้อยขั้นต้น ฤดูการผลิตปี 2566/67 ได้มีการผลักดันให้มีราคาที่ 1,400 บาท/ตันอ้อย

เนื่องจากต้นทุนการผลิตอ้อยของชาวไร่สูงขึ้น และความต้องการน้ำตาลทรายในตลาดโลกเพิ่มขึ้น ซึ่งการขึ้นราคาน้ำตาลทรายในครั้งนี้ ส่งผลดีต่อชาวไร่อ้อยโดยช่วยให้ชาวไร่อ้อยมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ขณะเดียวกันอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคบ้าง แต่จะทำให้น้ำตาลในประเทศมีปริมาณที่เพียงพอ และมีเสถียรภาพมากขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลก ว่าจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลในประเทศอย่างไร พร้อมหาแนวทางช่วยเหลือดูแลปัญหาอย่างใกล้ชิด

“เชื่อว่าทุกปัญหาจะมีทางออกหากพวกเราร่วมมือกัน โดยกระทรวงจะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนแนวโน้มราคาน้ำตาลทรายในอนาคต ที่คาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความต้องการน้ำตาลทรายในตลาดโลกยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้น

รวมทั้งปัจจัยอื่น ๆ เช่น สภาพอากาศและภาวะเศรษฐกิจโลก ก็อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำตาลทรายได้ เรื่องนี้เราก็จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเช่นกัน”

และในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ (4 ธ.ค. 66) กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมเสนอโครงการสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดี เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ซึ่งชาวไร่อ้อยจะได้รับเงินสนับสนุนตัดอ้อยสดตันละ 120 บาท


โดยคาดว่าจะมีชาวไร่อ้อยเข้าร่วมโครงการประมาณ 140,000 ราย  ส่งผลให้ชาวไร่อ้อยมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 8,000 ล้านบาท และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวไร่อ้อย ในขณะที่ต้นทุนการผลิตอ้อยปรับตัวสูงขึ้น