ราคาน้ำมันดิบ (8 ม.ค.) ปรับเพิ่ม จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ราคาน้ำมันดิบ

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่ม จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

วันที่ 8 มกราคม 2567 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่ม จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังอิสราเอลยังคงเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารเพื่อกวาดล้างฮามาสอย่างหนักหน่วง

โดยมุ่งเป้าไปที่การโจมตีทางยุทธศาสตร์ในทางตอนเหนือของฉนวนกาซ่า และเดินหน้ากำจัดผู้นำฮามาสที่อยู่ทางตอนใต้ของกาซ่าด้วย ทำให้ตลาดวิตกว่าสงครามอาจจะขยายวงกว้างขึ้น และส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบ โดยแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐมีกำหนดเดินทางไปตะวันออกกลาง หวังใช้หนทางการทูตเพื่อลดระดับความตึงเครียดในสงคราม

โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 5 ม.ค. 2567 อยู่ที่ 73.81 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.62 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 78.76 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.17 เหรียญสหรัฐ

ข้อมูลจากจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐปรับเพิ่มขึ้น 216,000 ตำแหน่งในเดือน ธ.ค. 66 ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 170,000 ตำแหน่ง โดยการจ้างงานที่ดีขึ้นจะหนุนความต้องการใช้น้ำมันให้มากขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในเดือน มี.ค. 67 อีกด้วย

+ Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 5 ม.ค. 67 เพิ่มขึ้น 1 แท่น อยู่ที่ระดับ 501 แท่น ในขณะที่แท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติปรับลดลง 2 แท่น มาอยู่ที่ระดับ 118 แท่น

ราคาน้ำมันเบนซิน

ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ที่ปรับเพิ่มขึ้น 10.9 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 236.954 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือน

ราคาน้ำมันดีเซล

ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากการปรับลดลงของน้ำมันดีเซลคงคลังสิงคโปร์กว่า 9% ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 5 เดือน อีกทั้งความต้องการน้ำมันดีเซลในภูมิภาคที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะมาเลเซียและอินเดีย