เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
World โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
ดูทั้งหมด

RSU ต้นแบบไชนีสอินเตอร์ ผนึกจีนปั้น “พยาบาล-ไบโอชีวภาพ”

23 ก.ค. 2562 | 09:10น.

มหาวิทยาลัยในไทยกลายเป็น “ตัวเลือก” สำคัญในการเข้ามาเรียนของนักศึกษาจีน ไม่แพ้ประเทศเกาหลีใต้ ทั้งยังมีการคาดการณ์ว่าภายใน 2-3 ปีนับจากนี้ ตัวเลขจำนวนนักศึกษาจีนในไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 คน ในทางตรงข้าม สถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ กลับกำลังเผชิญกับปัญหานักศึกษาลดลงอย่างต่อเนื่อง จากอัตราการเกิดที่ลดลง ผลเช่นนี้จึงทำให้สถาบันต่าง ๆ ต่างกระโดดเข้ามาชิงเค้กแย่งนักศึกษาจีนเข้ามาทดแทน

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์ “ดร.กัญจน์นิตา สุเชาว์อินทร์” คณบดีวิทยาลัยนานาชาติจีน รองผู้อำนวยการสถาบันจีนไทย มหาวิทยาลัยรังสิต ถึงตลาดการศึกษาในปัจจุบัน และโอกาสของ ม.รังสิต นับต่อจากนี้

“เราเริ่มต้นวางหลักสูตรไทย-จีนมาตั้งแต่ปี 2555 และรับนักศึกษาต่างชาติจากจีนเท่านั้น ในช่วงเริ่มต้นที่ยังไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอต้องอาศัยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในจีนให้เข้ามาช่วยสอนก่อน หลังจากนั้นจึงปรับลุกใหม่ (rebranding) จากเดิมที่เป็น Chiness Business School ที่เริ่มต้นหลักสูตรด้วยคณะบริหารธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้คณะวิทยาลัยนานาชาติจีน ด้วยการปรับใหม่เป็น International Chiness College หรือวิทยาลัยนานาชาติจีนไทย เป็นแห่งแรกที่เป็น Chiness Program”

“ดังนั้น การรับสมัครนักศึกษาจะเป็นใครก็ได้ แต่ต้องมีความสามารถด้านภาษาจีน ในกรณีที่นักศึกษาไทยสมัครเข้าเรียนก็ทำได้ แต่ต้องใช้ภาษาจีนได้ ซึ่งก่อนหน้านี้เราทดลองทำมาก่อน เนื่องจาก ม.รังสิตทำการสำรวจนักศึกษาไทยที่เรียนภาษาจีน แต่พบว่าพวกเขาไม่มีความพร้อมมากพอที่จะเรียนในหลักสูตรนี้ได้ ในช่วงเริ่มต้นหลักสูตรจึงได้ขออาสาสมัครไปที่มหาวิทยาลัยจีน เพื่อมาช่วยฝึกนักศึกษาของ ม.รังสิต ในช่วงเริ่มต้นที่ 5-10 คน และคาดว่าจะมีจำนวนมากขึ้น”

และเพื่อให้วิทยาลัยนานาชาติจีนของ ม.รังสิต เป็นที่รู้จักมากขึ้นในแวดวงการศึกษา เร็ว ๆ นี้จะเตรียมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ใหม่ คือ “เต็งหนึ่ง” คณิต ปิยะปภากุล อดีตสมาชิกบอยแบนด์วงบีโอวาย (B.O.Y) ที่กำลังจะเข้ามาเรียนหลักสูตรบริหารธุรกิจ หรือ MBA (Master of Business Administration) ของ ม.รังสิต สาเหตุที่เลือกเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ เนื่องจากเขาเป็นนักแสดงไทยที่ได้รับความนิยมในจีนเป็นอย่างมาก ซึ่งจะทำให้วิทยาลัยนานาชาติจีน-ไทย เป็นที่รู้จักมากขึ้น

“ดร.กัญจน์นิตา” กล่าวต่อว่า หลักสูตรของ ม.รังสิต เรียกได้ว่าเป็นไชนีสอินเตอร์จริง ๆ และมีความแตกต่างจากสถาบันอื่นอย่างสิ้นเชิง เพราะหลักสูตรอื่น ๆ ส่วนใหญ่นำเอกภาษาจีนเข้ามาควบรวมกับสาขาอื่น ๆ อย่างเช่นสาขาธุรกิจ แต่กลับเน้นไปที่การเรียนรู้ภาษาจีนโดยหลักสูตรของ ม.รังสิต เป็นหลักสูตรปริญญาตรีบริหารธุรกิจ ในขณะที่สถาบันอื่นเป็นหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต

“อธิบายง่าย ๆ คือของเราเป็นสายวิชาชีพ เรียนจบออกไปสามารถหางานง่าย และนอกจากนี้ยังจับในเรื่องของสาขาการออกแบบ เพราะเด็กจีนนอกจากจะได้เรียนบริหารธุรกิจ ขณะเดียวกันยังมีความรู้เรื่องการออกแบบด้วย เพราะได้ทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ที่สำคัญเขาต้องสมาร์ท อย่างน้องเต็งหนึ่ง เราเอามาปั้นให้เก่ง และเต็งหนึ่ง ก็ตั้งใจที่จะเข้ามาเรียนในหลักสูตรของเราอยู่แล้ว”

เมื่อถามถึงการรับนักศึกษาจากต่างชาติเพิ่มขึ้นนั้น “ดร.กัญจน์นิตา” บอกว่า จากจำนวนนักศึกษาไทยที่ลดลงอย่างมาก ทำให้มีความจำเป็นต้องรับนักศึกษาต่างชาติเข้ามามากขึ้น ปัจจุบัน ม.รังสิต มีจำนวนนักศึกษารวมกันทั้งสิ้น 4,000 คน ถือว่าอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา และจะมีจำนวนนักศึกษาที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 5,000-6,000 คน จากจำนวนนักศึกษาดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าจำนวนยอดนักศึกษาไม่ตก และคาดว่าปีการศึกษาใหม่นี้จะไม่ลดลงอย่างแน่นอน โดยเฉพาะนักศึกษาจีนยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

จากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้ ม.รังสิต มีนโยบายชัดเจนว่า เพื่อการขยายตัวทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพ จึงกำหนดวิธีการรับนักศึกษาจาก 2 ส่วน คือ 1) เน้นไปที่นักศึกษาแลกเปลี่ยน และเป็นหัวกะทิระดับมณฑลของจีน และ 2) นักศึกษาที่เรียนหลักสูตร 4 ชั้นปี เพื่อให้ได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น ๆ อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ม.รังสิตไม่ได้จำกัดหลักสูตรจีนไว้ที่สาขาบริหารธุรกิจเท่านั้น “ดร.กัญจน์นิตา” ฉายภาพอนาคตว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสร้าง “ทีมใหม่” เพราะมีความร่วมมือกับมหาวิทยาเหอเป่ย์ในการเปิด 2 หลักสูตรใหม่ คือ 1) หลักสูตรไบโอชีวภาพ (ดับเบิลดีกรี) และ 2) หลักสูตรวิศวกรรมการแพทย์ โดยมีโควตาอยู่ที่ 40-50 คน สาเหตุที่เลือกไบโอชีวภาพนั้น เนื่องจากปัจจุบันจีนมีความโดดเด่นในด้านนี้ ส่วนหนึ่งมาจากนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศด้วย เพราะจีนเป็นประเทศที่ติดอันดับในเรื่องการปล่อยมลพิษ จึงต้องหันมาทำโปรเจ็กต์ที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รวมถึงยังเพิ่มการผลิตพลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมเพิ่มขึ้นอีกด้วย

“เรามองว่าเป็นการเบ่งบานทางวิชาการที่อยากเห็น เพราะประเทศจะได้รับประโยชน์อย่างมาก ทุกคน win-winทั้งไทยและจีน นอกจากนี้ยังอาจจะมีความร่วมมือในเรื่องที่จีนมีความเชี่ยวชาญ เช่น การโยธา ซึ่งจีนมีความเก่งมาก ตอนนี้เรามองว่าจะเรียนรู้อะไรจากจีน แล้วเรามีส่วนที่จะซัพพอร์ตเขาได้หรือไม่ หรือสามารถซัพพอร์ตด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย แม้แต่เรื่องปัญญาประดิษฐ์หรือ AI จีนก็เก่งมาก ซึ่งหากเขาปล่อยให้มีความร่วมมือก็จะส่งนักศึกษาไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเขา”

ในช่วงท้าย “ดร.กัญจน์นิตา” บอกว่า กว่าที่วิทยาลัยนานาชาติจีน และสถาบันจีนไทยจะเป็นรูปเป็นร่างอย่างทุกวันนี้นั้น ส่วนสำคัญมาจาก “ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์” อธิการบดี ม.รังสิต ที่ไม่ต้องการให้ความร่วมมือระหว่างจีนและไทย ถูกตีกรอบอยู่แต่เพียงในแง่ของวัฒนธรรมและภาษาเท่านั้น แต่ยังมองไปถึงความร่วมมืออื่น ๆ อย่างเช่น ความร่วมมือด้านแพทย์แผนจีน เราจึงก่อตั้งสถาบันจีนไทยขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่เป็นสะพานความร่วมมือของสถาบันการศึกษาไทยและจีน

“ตอนนี้ทั้ง 2 ฝ่ายต่างก้าวข้ามในเรื่องของภาษามาแล้ว จากนี้ ม.รังสิต จะเป็นสถาบันที่มีบุคลากรรองรับความร่วมมือด้านการศึกษามากขึ้น และนักศึกษาที่เรียนจบจากไทยจะได้รับความเชื่อถือในระดับสากล ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น ไทยอาจกลายเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา (hub) ของเอเชียไปแล้วก็ได้”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มหาวิทยาลัยรังสิต