ย้อนไทม์ไลน์ความผิด BITKUB ก.ล.ต. สั่งปรับ 43 ล้าน รวม 16 ครั้ง

ย้อนไทม์ไลน์ความผิด “บิทคับ” ก.ล.ต. สั่งปรับเป็นเงินกว่า 43.5 ล้านบาท รวมความผิดทั้งหมด 16 ครั้ง นับจากวันที่ 2 พ.ย. 64-30 มิ.ย. 65

วันที่ 26 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานข้อมูลการบังคับใช้กฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เกี่ยวกับการกระทำผิดของบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (BITKUB) รวมทั้งหมด 16 ครั้ง นับตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2564 จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565 เป็นเงินค่าปรับรวม 43,523,792 บาท

ครั้งที่ 1

ระหว่างวันที่ 5 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 24 มกราคม 2564 บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ยินยอมให้บุคคลที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัท เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการงาน ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 29 วรรคหนึ่ง พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล ก.ล.ต.จึงมีคำสั่งเปรียบเทียบปรับเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2564 เป็นเงิน 190,000 บาท

ครั้งที่ 2

ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2564 บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล เก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าในระบบที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายเมื่อทำธุรกรรมเท่านั้น (cold wallet) น้อยกว่า 90% ของมูลค่าสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าทั้งหมดที่เก็บรักษาไว้ เป็นเวลา 33 วัน ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 30 พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล ก.ล.ต.จึงมีคำสั่งเปรียบเทียบปรับเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2564 เป็นเงิน 858,000 บาท

ครั้งที่ 3

บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ปฏิบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (trading rules) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยหยุดซื้อขายเหรียญดิจิทัลสกุล JFIN Coin (JFIN) และ Infinitus (INF) ชั่วคราว ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 30 พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล ก.ล.ต.จึงมีคำสั่งเปรียบเทียบปรับเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2564 เป็นเงิน 300,000 บาท

ครั้งที่ 4

ระหว่างวันที่ 8 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 7 มีนาคม 2564 บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล มีระบบงานในการกำกับดูแลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (compliance) ไม่รัดกุมเพียงพอที่จะทำให้บิทคับสามารถประกอบธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กล่าวคือ ไม่กำกับดูแลให้ฝ่ายผลิตภัณฑ์ติดตามคุณสมบัติของเหรียญดิจิทัลสกุล CTXC จึงไม่ได้ update version ของเหรียญ ทำให้เหรียญดังกล่าวที่ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของบิทคับไม่สามารถซื้อขายได้ในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น และมีการปรับตัวของราคาผิดปกติอย่างมาก ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 30 พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล ก.ล.ต.จึงมีคำสั่งเปรียบเทียบปรับเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2564 เป็นเงิน 230,500 บาท

ครั้งที่ 5

ระหว่างวันที่ 8 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 19 กรกฎาคม 2564 บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล มีระบบงานที่ช่วยเสริมสร้างและรักษากลไกการทำงานของระบบซื้อขายให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย (surveillance) ไม่รัดกุมเพียงพอที่จะทำให้บิทคับทราบธุรกรรมที่อาจเข้าข่ายเป็นการผลักดันราคาจากการแจ้งเตือนของระบบในทันที ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 30 พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล ก.ล.ต.จึงมีคำสั่งเปรียบเทียบปรับเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2564 เป็นเงิน 1,265,000 บาท

ครั้งที่ 6

ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2563 ถึงวันที่ 20 มกราคม 2564 บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล มีระบบงานที่เกี่ยวกับการรับและจัดการข้อร้องเรียน และการจัดให้มีช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า รวมทั้งจำนวนและความรู้ความสามารถของบุคลากรไม่เหมาะสมและเพียงพอให้บิทคับประกอบธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 30 พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล ก.ล.ต.จึงมีคำสั่งเปรียบเทียบปรับเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2564 เป็นเงิน 160,500 บาท

Advertisement

ครั้งที่ 7

ระหว่างวันที่ 6 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล มีระบบงานที่รองรับการรวบรวมและประเมินข้อมูลลูกค้าไม่เหมาะสมและเพียงพอให้บริษัท บิทคับ ประกอบธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 30 พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล ก.ล.ต.จึงมีคำสั่งเปรียบเทียบปรับเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2564 เป็นเงิน 398,500 บาท

ครั้งที่ 8

ในช่วงเดือนมกราคม 2564 บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล รายงานเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อระบบสารสนเทศที่มีความสำคัญ ประเภทระบบหยุดชะงัก (system disruption) ต่อสำนักงานล่าช้ากว่าระยะเวลาที่ประกาศกำหนด เป็นจำนวน 6 ครั้ง ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 30 พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล ก.ล.ต.จึงมีคำสั่งเปรียบเทียบปรับเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2564 เป็นเงิน 454,000 บาท

ครั้งที่ 9

ระหว่างวันที่ 2 ถึงวันที่ 21 มกราคม 2564 บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล มีระบบงานที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย ระบบรับฝากและถอนทรัพย์สิน และระบบการแสดงยอดทรัพย์สินของลูกค้า ไม่เหมาะสมและเพียงพอให้บิทคับประกอบธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 30 พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล ก.ล.ต.จึงมีคำสั่งเปรียบเทียบปรับเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2564 เป็นเงิน 305,000 บาท

ครั้งที่ 10

ในการจดทะเบียน Bitkub Coin (เหรียญ KUB) เข้าซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (BO) ทาง BO โดยคณะกรรมการคัดเลือกสินทรัพย์ดิจิทัลพิจารณาและมีมติอนุมัติเหรียญ KUB เข้าซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกและเพิกถอนสินทรัพย์ดิจิทัล (Listing Rule) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. และไม่ได้คำนึงถึงมาตรการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (COI) ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 30 พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล ก.ล.ต.จึงมีคำสั่งเปรียบเทียบปรับเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2565 เป็นเงิน 2,533,500 บาท

และต่อมาพบการกระทำผิดอีกทั้งหมด 5 ครั้ง ตามมาตรา 94 พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล โดยรายนาม นายอรรถกฤต ชิมผลาพิบูลย์ ในฐานะประธานกรรมการ, และนายพงศกร สุตันตยาวลี, นายปิยพงษ์ โคตรชนะ, นายสุกฤษฏิ์ พุทธวิริยะ, นายนิธิวัฒน์ มณีสินธุ์ ในฐานะกรรมการในคณะกรรมการคัดเลือกสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (BO) มีหน้าที่รับผิดชอบในการคัดเลือกสินทรัพย์ดิจิทัลที่จะนำมาให้บริการซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล กระทำการหรือละเว้นกระทำการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทำ

เป็นเหตุให้ BO คัดเลือก Bitkub Coin (เหรียญ KUB) เข้าซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกและเพิกถอนสินทรัพย์ดิจิทัล (Listing Rule) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. และไม่ได้คำนึงถึงมาตรการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (COI) ก.ล.ต.จึงมีคำสั่งเปรียบเทียบปรับเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2565 รายละ 2,533,500 บาท รวมเป็นเงิน 12,667,500 บาท

ทั้งนี้ การกระทำผิดที่ ก.ล.ต.มีคำสั่งเปรียบเทียบปรับไปเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2565 คณะกรรมการเปรียบเทียบได้กำหนดค่าปรับรายวันจนกว่าบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด จะปฏิบัติในเรื่องที่ฝ่าฝืนกฎหมายให้ถูกต้อง

ทั้งนี้ ค่าปรับที่ปรากฏดังกล่าวยังไม่รวมจำนวนค่าปรับรายวันตั้งแต่วันถัดจากวันที่เปรียบเทียบความผิดจนถึงวันที่บริษัทได้ปฏิบัติถูกต้องภายในกำหนดเวลาตามการเปรียบเทียบความผิด

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 65 ก.ล.ต.ได้ดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 3 ราย 1.บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด 2.นายอนุรักษ์ เชื้อชัย และ 3.นายสกลกรย์ สระกวี ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้มีอำนาจจัดการของบริษัทบิทคับ กรณีสร้างปริมาณเทียมสินทรัพย์ดิจิทัลในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลบิทคับ (Bitkub) ของบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด โดยให้ผู้กระทำผิดชำระเงินรวม 24,161,292 บาท